จักรวรรดิเยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์โฮ่วหยวน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

จักรวรรดิเยลโล่ซัน
ปิตุภูมิอันทรงเกียรติเยลโล่ซัน

Red Europe.png
2140–2330 Flag of Yellowsun 2330-2349.svg
ธงชาติ ตราประจำชาติเยลโล่ซัน
ธงชาติเยลโล่ซัน ตราประจำชาติเยลโล่ซัน
คำขวัญ
"ฟ้าเดียวเกรียนออกไป ฟ้าเหลืองเข้าแทน"
เพลงชาติ
ปิตุภูมิอันทรงเกียรติเยลโล่ซัน
เยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์โฮ่วหยวนในปี 2250
เยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์โฮ่วหยวนในปี 2250
เมืองหลวง นครสาดทำมะหลี (2138-2140,2153-2220)
เพชรบุรี (2140-2153)
ฮันชอว์ฮ (2220-2330)
เมืองใหญ่สุด ใหญ่ทุกเมือง
ภาษาราชการ ภาษาเทยแบบเยลโล่ซัน ออกเสียงแบบภาษาใต้,ภาษาจีน,ภาษาเกาเหลา,ภาษาเวียดกาม,ภาษายุ่นปี่
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ พฤษภาคม ค.ศ. 2138 (เอกราช)
กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2140 (เป็นจักรวรรดิ)
วัน-เวลา ล่มสลาย พฤศจิกายน ค.ศ. 2330
รัฐบาล อำมาตยาธิปไตย
จักรพรรดิแห่งเยลโล่ซัน
 - ค.ศ. 2140 - 2197 ฮันคิยูริฮ่องเต้
 - ค.ศ. 2302 - 2330 จักรพรรดิฮันเฉิงเต้
ศาสนา ศาสนาเอี้ยลิ้มนิกายตาลิ้มอ้างเสื้อเหลือง,
ลัทธิสันติอโศก,
หลังสมัยฮันหยางเต้ประชาชนถูกสั่งห้ามนับถือศาสนา
ประเภท สินค้าสำคัญ เกษตรกรรม,อุตสาหกรรมระดับครัวเรือน
ชื่อสินค้า สำคัญ ข้าว,ยางพารา,อาวุธ,เครื่องปั้นดินเผา
สินค้า ส่งออกหลัก ข้าว,ยางพารา
สินค้า นำเข้าหลัก เครื่องลายคราม
ประวัติศาสตร์
 - มาร์คซี้ดหมดอำนาจไปจากเยลโล่ซัน ค.ศ. 2138
 - เยลโล่ซันประกาศเป็นจักรวรรดิ ค.ศ. 2140
 - สงครามโลกครั้งที่ห้า ค.ศ. 2138 - 2152
 - สงครามโลกครั้งที่หก ค.ศ. 2195 - 2236
 - การประท้วงบร๊ะราชบัญญัติหนี้ ค.ศ. 2224 - 2228
 - ปอบหยิบตีเยลโล่ซัน ค.ศ. 2236
 - การสังหารหมู่อำมาตย์ครั้งแรก ค.ศ. 2266
 - สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม ค.ศ. 2280 - 2330
 - จักรพรรดิฮันเฉิงเต้ถูกรัฐประจาน บร๊ะเจ้าฉู่วิทย์ตั้งราชวงศ์ฉู่ ค.ศ. 2330
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
8,346,000 กม.² 
5,216,250 ไมล์² 
ประชากร
 •(ค.ศ. 2250) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
650,463,000
77.94/กม²
124.7/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ค.ศ. 2250 - ค่าประมาณ)
5,146,800ล้านดอลลาร์สหรัฐ
7,913ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (ค.ศ. 2250) 0.83 – สูง
สกุลเงิน ไม่ใช่สกุลเงิน แต่บ้างบอกว่ามีการใช้เงินเป็นเบี้ยหวัดเยลโล่ซัน (฿YL)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต .AS
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +889

จักรวรรดิเยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์โฮ่วหยวนหรือจักรวรรดิเยลโล่ซันของตระกูลฮันเป็นช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิเยลโล่ซันที่มีความรุ่งเรืองมาก เป็นยุคที่เยลโล่ซันคอยขยายอำนาจไปตีคนนั้นคนนี้โดยตลอด ทั้งยังส่งราชนิกุลไปเป็นอำมาตย์ต่างแดนเพื่อกล่อมชาติอื่นให้อยู่ใต้บังคับบัญชา แล้วยังไปร่างสนธิสัญญาฮันให้คนอื่นเขาเกลียดคนอื่นเป็นเมืองขึ้นตัวเองอีกทำไมมันทุเรศอย่างนี้ฟะ กล่าวกันว่าเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ราชวงศ์ชิงและราชวงศ์โมกุลล่มสลายมา เป็นจักรวรรดิที่ใหญ่เป็นอันดับสองในยุคอำมาตยาธิปไตยรองจากจักรวรรดิสลาฟ

เรื่องราวต่างๆ[แก้ไข]

การก่อตั้ง[แก้ไข]

มาร์คซี้ดตอนที่เป็นผู้ปกครองเยลโล่ซันอยู่นั้น มีความอ่อนแอมาก ทเห่อก็ด้วยประสิทธิภาพกว่าตอนแรก เมื่อประเทศลากย่าตีมาร์คซี้ดลงมา มาร์คซี้ดสู้ไม่ได้จึงถ่อยถอยลงมาเรื่อยๆ เยลโล่ซันที่ตอนนั้นมีผู้นำฮันเป็นผู้นำก็เลยก่อรัฐประจานล้มมาร์คซี้ดไปซะ และขึ้นเป็นผู้ปกครองแทนในปี 2138 และนำทัพเข้าสู้กับประเทศลากย่าอย่างถึงพริกถึงขึง

สถาปนาเป็นจักรวรรดิ[แก้ไข]

หลังจากนั้นจึงได้สถาปนาเป็นจักรวรรดิในปี 2140 หลังยุทธการกรุงเทพ ซึ่งทัพเยลโล่ซันถูกตีแตกกระเจิงในคราวนั้น ผู้นำฮันคิดว่าตัวเองมีอำนาจน้อยเกินไปจึงสถาปนาตัวเองเป็นฮันคิยูริฮ่องเต้ ฮ่องเต้คนแรกของเยลโล่ซัน

สงครามโลกครั้งที่ห้า[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ สงครามโลกครั้งที่ห้า

ภายใต้การนำของฮันคิยูริฮ่องเต้ เยลโล่ซันได้เป็นมิตรกับประเทศต่างๆเช่นจักรวรรดิทั้งห้าในจีน เกาเหลาเหนือ จักรวรรดิเติร์ค และยุ่นปี่ รวมทั้งอาณาจักรนาฮีในยูหลบด้วย ได้ร่วมกันโจมตีจักรวรรดิยูหลบของชาร์ลส์ เดอ มาร์ติน ประเทศลากย่า และประเทศเกาเหลาใต้จนแตกพ่ายไปในช่วงระหว่างปี 2145-2150 เมื่อปราบประเทศทุนนิยมเหล่านั้นได้แล้ว ต้าฉีบุกออสเตรเลีย ยุ่นปี่และเติร์คถล่มสหรัฐอมาริเกย์ ทำให้ทุนนิยมหมดจากโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ช่วงว่างระหว่างสงครามโลกครั้งที่ห้าถึงสงครามโลกครั้งที่หก[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ ช่วงว่างระหว่างสงครามโลกครั้งที่ห้าถึงสงครามโลกครั้งที่หก

หลังจากนั้น เยลโล่ซันดำเนินนโยบายขยายอำนาจต่อไป ด้วยการส่งราชนิกูลไปเป็นอำมาตย์ในประเทศต่างๆ เข้าไปแผ่อิทธิพลจนครอบงำประเทศนั้นๆ บ้างก็ไปช่วยกำหนดทิศทางของนโยบายต่างประเทศในประเทศนั้นๆ มีเกาเหลา ยุ่นปี่ และจีนที่โดน นอกจากนี้ เยลโล่ซันได้นำทัพไปตีจักรวรรดิชวา เพื่อขยายอำนาจทางทะเล และนำทัพไปตีจักรวรรดิดราวิเดียนของอินเดือย ทำให้อินเดือยเป็นของเยลโล่ซันนับแต่นั้นเป็นต้นมา ร่วมแบ่งจักรวรรดิกุรข่ากับที้เบด เป็นผลทำให้เยลโล่ซันเป็นชาติที่มีความยิ่งใหญ่มากในขณะนั้น

สงครามโลกครั้งที่หก[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ สงครามโลกครั้งที่หก

เนื่องจากจักรวรรดิอินูอิตโจมตีชาติอำมาตย์ตะวันออก รวมทั้งเยลโล่ซันด้วย ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่หกขึ้น แรกๆอินูอิตสามารถยึดดินแดนในจีน เกาเหลา สลาฟ เยลโล่ซัน และออสตราโล-นิวกินีได้เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากการตอบโต้อย่างรวดเร็วของเยลโล่ซันและการที่เยลโล่ซันนำทัพไปแทกแซงในชาติต่างๆ ทำให้อินูอิตต้องถอยชนิดหางจุกตูดกลับไปยังแผ่นดินของตนเอง และชาติพันธมิตรของอินูอิตได้พยายามโจมตีชาติอำมาตย์ตะวันออกแต่ก็ต้องหางจุกตูดกลับไปทั้งหมด สงครามโลกครั้งนี้ทำให้ยันละเมอได้รับการปลดปล่อยและขยายอำนาจได้ ภายหลังอินูอิตพยายามนำทัพมาตีใหม่ เกิดสงครามแปซิฟิกครั้งที่สอง ซึ่งเยลโล่ซันกับพันธมิตรก็สามารถเอาชนะอินูอิตได้อีก จนทำให้อินูอิตสิ้นชาติในเวลาต่อมาจากไฟกบฏในประเทศ เป็นผลทำให้ในทวีปอเมริกร๊วกไม่มีประเทศอะไรตั้งอยู่อีกเลยเป็นเวลากว่า 400 ปี

สนธิสัญญาฮัน[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ สนธิสัญญาฮัน

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่หกในภาคพื้นเอเชยแปซิฟิกจบลง ก็ได้มีการร่างสนะสัญญาฮันขึ้นในปี 2220 ซึ่งเป็นสัญญาที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูทั้งโลก เพราะเป็นสัญญาที่ทำให้เยลโล่ซันเหยียบหัวประเทศอื่นทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการที่จะให้เยลโล่ซันมีอำนาจเป็นหนึ่งเดียวในโลก ทำให้โลกเสียดุลอำนาจ สลาฟและออสตราโล-นิวกินีจึงกระด้างกระเดื่องต่อเยลโล่ซัน ส่วนชาติอื่นก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆมองดูเยลโล่ซันเป็นใหญ่เท่านั้นเอง แต่ความไม่พอใจจะไประเบิดเอาตอนสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม

สงครามย่อยหลังสนธิสัญญาฮัน[แก้ไข]

ส่วนมากเป็นปัญหาภายใน คือประชาชนชาวเยลโล่ซันไม่พอใจบร๊ะราชบัญญัติหนี้ ค.ศ. 2224 จนทำให้เกิดการลุกฮือของประชาชนถึงสองครั้งแต่จักรพรรดิฮันบู๊เต้ปราบได้ ในปี 2229 จีนทำท่าจะกระด้างกระเดื่องต่อสนธิสัญญาฮัน ฮันบู๊เต้จึงนำทัพไปสั่งสอน แล้วเผาโรงงานของก๊อปที่เสิ่นเจิ้น ขนของก๊อปเหล่านั้นกลับมาประเทศให้ผู้ประกอบการในประเทศเอาไปก๊อปต่อด้วย แต่ฮันบู๊เต้มีพฤติกรรมในเรื่องส่วนบร๊ะองค์ที่ค่อนข้างฉาวโฉ่ ปกครองอย่างโหดร้ายทารุณกักขฬะ จนทำให้โดนโค่นอำนาจแล้วให้ฮันบุ๋นเต้เป็นจักรพรรดิแทนในปี 2234 ส่วนตัวเองลี้ภัยไปปอบหยิบ ในปี 2236 ฮันบู๊เต้ขอร้องให้กษัตริย์ในราชวงศ์ยูริของปอบหยิบนำทัพไปช่วยกู้บัลลังค์ให้ตน แต่กองทัพปอบหยิบถูกเยลโล่ซันตีแตกไม่เป็นท่า

ยุครุ่งริ่งเรืองเหวิน-หยวน-เหลียง[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ จักรพรรดิฮันบุ๋นเต้, จักรพรรดิฮันหยวนเต้, และจักรพรรดิฮันเหลียงเต้

ฮันบุ๋นเต้ได้กำหนดองค์กรที่ใช้ตรวจสอบรัฐบวมขึ้น เพื่อสอดส่องการทำงานของรัฐบวม โดยเป็นองค์กรอิสระ ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้นในหลายๆเรื่อง ทรงสั่งสอนบร๊ะราชโอรสทั้งสองว่าให้ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และมีการวางแผนจะบร๊ะราชทานรัฐธรรมNOOB ด้วย แต่บร๊ะองค์สวรรคตไปก่อน ฮันหยวนเต้ได้เจริญรอยตามบร๊ะราชบิดา กำหนดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร เพิ่มอำนาจขององค์กรอิสระ และมาถึงสมัยฮันเหลียงเต้ก็ได้เจริญรอยตามบร๊ะบิดาและบร๊ะเชษฐา การปกครองของกษัตริย์สามพ่อลูกนี้ทำให้บ้างเมืองสงบสุข แต่ฮันซองเจอยากเห็นประเทศมีความยิ่งใหญ่และการปกครองที่เฉียบขาด จึงนำกำลังก่อรัฐประจาน ขึ้นเป็นจักรพรรดิฮันหยางเต้ ส่วนฮันเหลียงเต้ถูกปลงบร๊ะชนม์

การสังหารหมู่อำมาตย์ครั้งแรก[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ จักรพรรดิฮันหยางเต้

ฮันหยางเต้ต้องการผลักดันให้เยลโล่ซันเป็นรัฐทเห่อ จึงให้มีการตั้งกององครักษ์เสื้อเหลืองที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยตำรวจลับ คอยสอดส่องมองหาและจับผิดคนที่มีความคิดเห็นต่อต้านรัฐบวมและบร๊ะองค์เอง โดยให้นำคนที่ถูกจับผิดไปเข้าค่ายกักกันสุริยันและค่ายกักกันอื่นๆ รวมทั้งคุกต่างๆทั่วประเทศจนนักโทษล้นค่ายกักกันและล้นคุก บร๊ะองค์ต้องการสำแดงความยิ่งใหญ่ จึงให้ไปทำสงครามโดยบุกเอเชยกลาง ได้มีกลุ่มขุนนางเรดซันในเยลโล่ซัน และอำมาตย์ที่รักสงบและไม่ต้องการทำสงครามมาต่อต้านนโยบายนี้ จึงล่ารายชื่อหนึ่งแสนชื่อถวายฎีกาให้ยกเลิกการตีเอเชยกลางในปี 2266 ฮันหยางเต้ไม่ฟัง กลับสั่งให้องค์รักษ์เสื้อเหลืองจับกุมคนทั้งหนึ่งแสนคนนั้นมาลงดทษในค่ายกักกันต่างๆ ที่มากที่สุดคือค่ายกักกันสุริยัน ไม่นานนัก ฮันหยางเต้จึงให้ประหารคนทั้งแสนคนดังกล่าวพร้อมกันหมด ว่ากันว่าคราวนั้นกลิ่นคาวเลือดได้กระจายออกไปนับร้อยๆกิโลเมตร นานถึงสามวันสามคืนเลยทีเดียว บร๊ะองค์นำทัพไปตีเอเชยกลางจนได้ ว่ากันว่าศัตรูที่ถูกจับและถูกสังหารในคราวนั้นถูกแล่เนื้อมาทำแหนมส่งออกให้เผ่ากินคนด้วย

การโจมตียุ่นปี่[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ จักรพรรดิฮันเกียงเต้

ในปี 2271 ฮันเกียงเต้ให้นำทัพไปตียุ่นปี่เพื่อที่จะคุมยุ่นปี่ให้อยู่ใต้อำนาจการควบคุมของเยลโล่ซันแบบหมารับใช้ที่ซื่อสัตย์ จึงนับทัพไปโจมตียุ่นปี่อย่างสายฟ้าแลบโดยที่ไม่ได้ประกาศสงคราม จนทำให้ยุ่นปี่ถูกยึดนไม่กี่วัน ยามาโมะโตะ โยชิมิตสึยอมวางอาวุธ ฮันเกียงเต้จึงตั้งฮันดะ โยชิมูระ เป็นจักรพรรดิ ตั้งฮันดะ ซานาโมริเป็นไดโจไดจิน และตั้งฮันดะ ยูคิมูระเป็นโชกุน ภายหลังฮันดะ ยูคิมูระลงมาครองราชย์เป็นจักรพรรดิฮันฮุ่ยเต้จอมขี้ขลาดตาขาวนั่นเอง ส่วนตำแหน่งโชกุนยกให้ฮันโซ เยชินโซบุ การตียุ่นปี่ครั้งนี้เป็นผลทำให้ยุ่นปี่เป็นหมารับใช้ผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อราชวงศ์โฮ่วหยวนแห่งเยลโล่ซัน หลังจากนั้นฮันเกียงเต้ได้ให้โจมตีฟิลิปปินส์ เปิดฉากสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม

สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม

ในปี 2280 เยลโล่ซันโจมตีฟิลิปปินส์ ทำให้ชาติอำมาตย์เหนือประกาศสงครามต่อเยลโล่ซัน แรกๆกลุ่มสนธิสัญญาฮันประสบความสำเร็จในการรบ ทั้งเกาเหลาสามารถตีปักกิ่งจนทำให้ปักกิ่งเกือบจะยอมแพ้ การตีวลาดิวอสตอคจนแตก ตีเทียนสินจนแตก ซยงหนูสามารถเอาดินแดนฝั่งเหนือของแม่น้ำฮวงโหละเมืองไท่หยวนไปได้ แล้วยังเอาดินแดนทางตะวันตกของจีนไปได้อีก ดินแดนบางส่วนของสลาฟก็ถูกซยงหนุเอาไปเช่นกัน ที้เบดเข้าตีซีหนิงและบุกจีนจากทางตะวันตก ส่วนเยลโล่ซันก็สามารถยึดดินแดนทางใต้ของจีนไปได้เป็นจำนวนมากจนเกือบถึงฉางอันอยู่แล้ว ทั้งยังได้จักรวรรดิฟิลิปินส์ไปอีก แต่เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 24 ความพ่ายแพ้เริ่มมาเยือนกลุ่มอำมาตย์ใต้หรือสนธิสัญญาฮัน ทั้งการที่จีนสามารถขยายอำนาจเข้าไปในแมนจูเรียได้ การที่สลาฟสามารถปราบกองทัพซยงหนูจนเสียหายมากได้ การที่ออสตราโล-นิวกินีสามารถเอาจักรวรรดิฟิลิปปินส์ไปได้ทั้งหมดแล้วยกพลขึ้นบกที่แหลมมลายู ฮันจองซูที่ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิฮันเฉิงเต้นั้น ก็ไม่ได้รับการรับรองจากรัชทายาทของเกาเหลา ซยงหนู และที้เบดที่เป็นญาติกัน ทำให้เป็นรัชทายาทของชาติเหล่านั้นขึ้นเป็นกษัตริย์ก็เลยแปรพัตร์มาเข้าข้างฝ่ายอำมาตย์เหนือ เป็นผลให้เยลโล่ซันถูกโดดเดี่ยวร่วมกับยุ่นปี่ ในปี 2319 เยลโล่ซันถูกจีนโจมตีแถบแม่น้ำโขง จนเยลโล่ซันถูกตัดขาดออกเป็นสองส่วนคือฟากตะวันตกและฟากตะวันออก แล้วยังถูกจางว่างจือนำทเห่อบุกเข้าไปในนครสาดทำมะหลีอีก แต่ต่อมาสามารถปราบทัพจีนให้ถอยกลับไปได้สำเร็จ ยุ่นปี่ก็ถูกโจมตีโดยสลาฟ เกาเหลา และจีน เยลโล่ซันเข้าช่วยเหลือ แต่ก็พบกับความสูญเสียอย่างร้ายแรง ทั้งฮันดะ โยชิมูระและฮันดะ ซานาโมริถูกข้าศึกจับ ฮันโซ เยชินโซบุฆ่าตัวตายเนื่องจากสูญเสียมาก แต่ยุ่นปี่ยังคงเป็นเอกราชต่อไปถึงค.ศ. 2433 ทว่าเยลโล่ซันไม่โชคดีอย่างนั้น ฮันเฉิงเต้ให้บุกจีนอีกรอบ แต่ทัพเยลโล่ซันพ่ายแพ้ยับเยินในยุทธการฉงชิ่ง เมื่อกลับมาจึงถูกพวกอำมาตย์ก่อรัฐประจาน บร๊ะองค์จึงต้องหนีหางจุกตูดไปยังหมู่เกาะอันดามัน ที่เมืองหลวงคณะอำมาตย์ได้ให้อำมาตย์ชูวิทย์ขึ้นเป็นจักรพรรดิและก่อตั้งราชวงศ์ฉู่ขึ้นแทน ส่วนฮันเฉิงเต้ก็ร้องเอ๋งๆแล้วฆ่าตัวตายอย่างหมดลายเสือโดยสิ้นเชิง

อาณาเขต[แก้ไข]

จักรวรรดิเยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์โฮ่วหยวนมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก โดยในขณะที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดนั้นมีอาณาเขตดังนี้

  • ทิศตะวันออก ทั่วทั้งทะเลจีนใต้
  • ทิศใต้ ไปถึงเกาะฟลอเรส
  • ทางตะวันตก จรดแม่น้ำสินธุ แต่เยลโล่ซันส่งทเห่อเข้าไปในเปอร์เซีย ทำให้สามารถควบคุมดินแดนที่ไม่ได้จัดการปกครองไปได้ถึงซีเรีย จรดดินแดนของปอบหยิบราชวงศ์ยูริ
  • ทิศเหนือ จรดเทือกเขาคุนหลุน แต่สามารถควบคุมที้เบดและซยงหนูได้ เท่ากับว่าควบคุมดินแดนไปได้ถึงแม่น้ำออป

การเมือง[แก้ไข]

อย่างที่รู้ๆกันอยู่ก็คือเยลโล่ซันปกครองแบบจักรวรรดิ โดยมีลักษณะของอำมาตยาธิปไตย ขุนนางอำมาตย์มีอำนาจมาก มากพอที่จะกำหนดทิศทางของบ้านเมือง ส่วนจักรพรรดิแห่งเยลโล่ซันนั้นก็มีฐานะเป็นหัวหน้าของอำมาตย์นั่นเอง และเป็นผู้นำประเทศ มีอำนาจแบบสมบูรณาญาสิทธิ์แต่ความจริงก็ไม่ได้มีอำนาจมากมายเท่าใดนัก มีข้าราชการอำมาตย์จำนวนมากในยศต่างๆ ปกครองเมืองต่างๆในแบบที่มีมณฑลแต่ละมณฑลมีหัวเมืองใต้การควบคุมน้อย เพื่อป้องกันปัญหาแบบเดียวกันกับที่เกิดกับราชวงศ์ฮั่นตอนที่มีการจลาจลเจ็ดเจ้านครรัฐ

เศรษฐกิจ[แก้ไข]

มีการยกเลิกการใช้สถุลสกุลเงินเพื่อที่จะให้ใช้ความชอบในการเบิกของมากินมาใช้แบบในระบบอำมาตยาธิปไตยในอุดมคติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจจะเพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายและการให้รางวัล รวมทั้งสะดวกในการให้เงินรายได้แก่อำมาตย์ จึงมีการใช้ระบบเบี้ยหวัดเงินปีในการให้เงินเดือนแก่อำมาตย์ และอาจจะใช้เงินเบี้ยหวัดนี้ในการแปลงเป็นสถุลสกุลเงินของต่างชาติในการซื้อของในต่างชาติ และการนำเข้าสิ่งของจากต่างชาติด้วย เพราะต่างชาติในตอนนั้นใช้สกุลเงินกันหมดส่วนอื่นๆก็เป็นไปตามปกติ

สังคม[แก้ไข]

ไม่ได้ให้เสรีภาพในการนับถือศษสนามากเท่าใดนัก มีการนับถือศาสนาเอี้ยลิ้มนิกายตาลิ้มอ้างเสื้อเหลือง และลัทธิสันติอโศกเป็นความเชื่อหลัก แต่ศาสนาเอี้ยลิ้มนั้น มีการสังคายนาคัมภีร์ใหม่เพื่อที่จะไม่ให้เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องกลับสู่บัลลังค์ของราชวงศ์ลิ้ม ในสมัยฮันหยางเต้ก็มีบร๊ะราชโองเกรียนให้ยกเลิกการนับถือลัทธิศาสนาเสีย แล้วใช้ลัทธิทางทหารมาครอบงำประเทศ ผลักดันเยลโล่ซันเข้าสู่ความเป็นรัฐทเห่อในที่สุด ส่วนในเรื่องภาษานั้นให้ใช้ภาษาต่างๆตามเดิม แต่ชาวเยลโล่ซันถูกสั่งห้ามพูดภาษาเขมียวและบร๊ะม่า รวมทั้งภาษาเทยสำเนียงเรดมูล ใครพูดถือว่าเป็นศัตรูของรัฐ

บันเทิง[แก้ไข]

ราชวงศ์โฮ่วหยวน สนับสนุนการบริโภคนมเปรี้ยวแทนสุรา และ ดูhappy tree friendsแทนAV

เบ็ดเตล็ดอื่นๆ[แก้ไข]

ชาวเยลโล่ซันถูกปลูกฝังให้รักชาติมากอย่างบ้าคลั่ง มีอุดมการณ์แบบเดียวกับลัทธิบูชิโดของยุ่นปี่ เพื่อให้สามารถทำสงครามต่อไปได้เรื่อยๆ ยุคนี้มีการเพิ่มกำลังทเห่อขึ้นมาจากยุคราชวงศ์ลิ้มถึงสิบเท่า เพื่อเอาไว้โจมตีคนอื่น มีการศึกษาตามแบบเรดซันและเวียดกาม มีความสัมพันธ์อันดีกับชาติในกลุ่มสนธิสัญญาฮัน ยกเว้นในช่วงสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สามซึ่งพันธมิตรของเยลโล่ซันแปรพักตร์หมด รัฐบวมเยลโล่ซันในช่วงยุครุ่งเรืองเหวินหยวนเหลียงนั้นก็ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นการใหญ่ วัดหลายแห่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และมีการจัดทริปท่องเที่ยวตามค่ายทเห่ออีกด้วย โดยบอกว่าทเห่อและตำกวดเยลโล่ซันจะคอยคุ้มครองนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัย ก่อนหน้านี้ มีการกำจัดจำกัดพวกโจรให้หมดไปเพื่อความสะดวกสะบายของนักท่องเที่ยวด้วย แต่ถ้านักท่องเที่ยวทำอะไรไม่ดีให้แก่เยลโล่ซันต้องขึ้นศาลเยลโล่ซัน เล่นเอาชาติอื่นเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเป็นแถว

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้ไข]