จักรวรรดิเวียดกามอันนัม

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Bruh Zone.jpg
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง
เนื้อหา 49% ในบทความนี้อาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ! (แต่เราก็ยังพยายามให้ทุกท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ให้ได้อยู่ดี!)

จักรวรรดิเวียดกามอันนัม
Annamite Empire
Vietnamese Colonial Empire

Yelsunflag.jpg
ค.ศ. 2767ค.ศ. 2840 Vietannamrepublicflag.png
 
Blank.png

ธงชาติเวียดกาม

ธงชาติเวียดกาม
จักรวรรดิเวียดกามอันนัมในปี 2805
จักรวรรดิเวียดกามอันนัมในปี 2805
เมืองหลวง วิ้นห์ลอง (2767-2777)
เว้ (2777-2840)
เมืองใหญ่สุด เว้
ภาษาราชการ ภาษาจีน,ภาษาเวียดกาม,ภาษาอื่นๆในภูมิภาค
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ ค.ศ. 2767
วัน-เวลา ล่มสลาย ค.ศ. 2840
รัฐบาล จักรวรรดิ, กึ่งเสรีแบบเรดซัน
จักรพรรดิแห่งเวียดกาม
 - ค.ศ. 2767 - 2792 จักรพรรดิเตรืองไท้โต๋
 - ค.ศ. 2792 - 2801 จักรพรรดิเตรืองไท้ตง
 - ค.ศ. 2801 - 2814 จักรพรรดิเตรืองแท้นห์ตง
 - ค.ศ. 2814 - 2829 จักรพรรดิเตรืองเญินตุง
 - ค.ศ. 2829 - 2840 จักรพรรดิเตรืองเจียวท้ง
ศาสนา ไม่มีศาสนาประจำชาติ ประชาชนเลือกนับถือตามอัธยาสัย
ประเภท สินค้าสำคัญ เกษตรกรรม,ปศุสัตว์,อุตสาหกรรม,ประมง
ชื่อสินค้า สำคัญ อุตสาหกรรมทุกอย่างที่ไม่ใช่อุตสาหกรรมหนัก
สินค้า ส่งออกหลัก ข้าว,เนื้อสัตว์แปรรูป,ไม้
สินค้า นำเข้าหลัก สินค้าแบบเดียวกันกับที่ส่งออก
ประวัติศาสตร์
 - การปฏิวัติเวียดกามอันนัม ค.ศ. 2767
 - สัญญาสงบศึกกับเยลโล่ซัน ค.ศ. 2779
 - ล้มจักรวรรดิเยลโล่ซัน ค.ศ. 2790
 - บุกผีลีบปีน ค.ศ. 2793
 - มหาสงครามแปซิฟิก ค.ศ. 2793 - 2804
 - เยลโล่สโตนระเบิด ค.ศ. 2830
 - ล่มสลาย ค.ศ. 2840
 - สถาปนาสาธารณรัฐเวียดกามอันนัม ค.ศ. 2845
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
6,677,000 กม.² 
4,173,125 ไมล์² 
ประชากร
 •(ค.ศ.2802) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
209,360,000
31.35/กม²
50.17/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ค.ศ.2802 - ค่าประมาณ)
8,225,500ล้านดอลลาร์สหรัฐ
39,289ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (ค.ศ.2802) 0.88 – สูง
สกุลเงิน ด่อง (D)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต .vt
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +672

จักรวรรดิเวียดกามอันนัมเป็นจักรวรรดิของชาวเวียดกาม ตั้งขึ้นมาแทนที่เยลโล่ซัน เกิดขึ้นเมื่อเตรืองแท้นห์ก่อกบฏต่อรัฐอิสระเยลโล่ซัน โดยชูนโยบายปลดปล่อยชาวญวณ มีผู้คนสนับสนุนนับล้าน ภายในสามปี สามารถแยกเวียดกามอันนัมออกจากเยลโล่ซันได้โดยสมบูรณ์ ท่านตั้งตัวเป็นจักรพรรดิของชาวเวียดกาม คือจักรพรรดิเตรืองท้ายโต๋ ในปี 2767 ภายหลังได้กุณซือที่มากความสามารถนามว่าเตริ่นคักเจียว ที่แนะนำให้ทำลายล้างเยลโล่ซันทิ้งไป นับแต่นั้นเวียดกามอันนัมก็ขยายอำนาจมากขึ้น จนปัดแข้งปัดขาเยลโล่ซันออกไปให้พ้นทางได้ ฮันฮึงจองผู้นำคนสุดท้ายหนีไปอยู่ที่เมืองเทพ

หลังจากนั้นอีกสองสามปี จักรพรรดิคนใหม่คือเตรืองไท้ตงพร้อมด้วยอัครมหาเสนาบดีเตริ่มคักเจียว ต้องการขยายความยิ่งใหญ่ทางทะเล จึงประกาศสงครามกับจักรวรรดิอูรุกไฮและสาธารณรัฐปานาไป และนำกองทัพเข้าตีเขตปกครองตนเองอย่างสายฟ้าแลบ เกิดมหาสงครามแปซิฟิก กองทัพเวียดกามอันนัมสามารถเอาชนะข้าศึกได้แทบทุกครั้ง และถูกเออร์นันโด แยค เกย์แมน ซึ่งเป็นผู้นำของอูรุกไฮ ขนานนามอย่างประหวั่นพรั่นพรึงว่า "เป็นกองทัพที่ไม่เคยแพ้" ในปี 2804 ทัพเวียดกามอันนัมและพันธมิตรบุกไปจนเกือบเหยียบแผ่นดินใหญ่อูรุกไฮและปานาไป ทั้งสองชาติจึงยอมแพ้

เวียดกามอันนัมปลดปล่อยหลายดินแดนที่ยึดได้ให้เป็นอิสระ ยกเว้นอินเดือยบางส่วนและผีลีบปีนเท่านั้นที่ยังคงถูกเวียดกามอันนัมปกครองอยู่ เวียดกามอันนัมมีการปกครองที่มีประสิทธิภาพมากกว่าจักรวรรดิใดๆในทวีปเอเชยเท่าที่เคยมีมา ประชาชนเป็นสุขอย่างยิ่ง จนกระทั่งเกิดเหตุภูเขาไฟยักษ์ที่เยลโล่สโตนระเบิดในปี 2830 ฝุ่นเถ้าภูเขาไฟบดบังแสงอาทิตย์แทบทั้งโลกเป็นปีๆ ทำให้เพาะปลูกไม่ได้ผล เมื่อข้าวในท้องบร๊ะคลังหลวงเริ่มร่อยหลอลงไป ก็เกิดการจลาจลขึ้น ในที่สุดต้องปลดประจำการทหารทั้งหมด ปล่อยอาณานิคมทั้งหมด และคณะรัฐบาลรวมทั้งขุนนางลาออกหมด ส่วนจักรพรรดิก็ต้องสละบัลลังค์ในปี 2840 เวียดกามเข้าสู่ภาวะอนาธิปไตยจนกระทั่งมีผู้สามารถสยบความวุ่นวายลงได้เมื่อเพาะปลูกได้ผลมากขึ้น และมีการสถาปนาสาธารณรัฐเวียดกามอันนัมขึ้นในปี 2845 เป็นแกนนำในการก่อตั้งกลุ่ม 21 อาณาจักร

ประวัติศาสตร์[แก้ไข]

รัฐอิสระเยลโล่ซัน[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ รัฐอิสระเยลโล่ซัน

หลังจากสงครามกลางเมืองเยลโล่ซันจบลง ฮันโซยินผู้เป็นเจ้าบร๊ะยาอ๋องสามารถรวบอำนาจเยลโล่ซันได้สำเร็จในปี 2655 และได้มีผู้นำที่ชื่อฮันคงยองขึ้นครองอำนาจในเวลาต่อมา โดยได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กองทัพเยลโล่ซันเป็นอันมาก และสามารถต่อต้านการโจมตีของจักรวรรดิอูรุกไฮภายใต้จักรพรรดิซินยอวิวได้สำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะสามารถผนึกพลังประชาชนให้เป็นหนึ่ง จนสามารถต่อต้านกองทัพของมหาอำนาจได้ โดยที่ซินยอวิวได้แต่นั่งมองตาปริบๆเท่านั้น

ทว่าในภายหลังรัฐอิสระเยลโล่ซันได้อ่อนแอลง เกิดการกบฏขึ้นตามที่ต่างๆ จนรัฐไม่อาจที่จะควบคุมได้ และสูญเสียอำนาจการปกครองประเทศไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง...

การปฏิวัติเวียดกามอันนัม[แก้ไข]

ในปี 2767 นักการทเห่อและนักการเมียที่ชื่อเตรืองแท้นห์ เห็นว่ารัฐบวมเยลโล่ซันหมดสิ้นซึ่งความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว และกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆจากไฟกบฏ ท่านจึงรวบรวมสมัครพรรคพวกได้จำนวนหนึ่ง และปลุกระดมประชาชนก่อการปฏิวัติเวียดกามอันนัมขึ้น โดยประกาศว่า

Cquote1.png บัดนี้ เยลโล่ซันจวนเจียนจะพบจุดจบอยู่แล้ว ทั้งยังอ่อนแอจากไฟกบฏและการปกครองอันไร้ประสิทธิภาพ เราชาวเวียดกามทั้งหลาย จงมาร่วมกับข้าพเจ้า ปฏิวัติเพื่อคืนเอกราชให้เวียดกามที่เสียไปมากกว่า 600 ปี Cquote2.png
เตรืองแท้นห์

ทำให้คนเวียดกามลุกฮือทั่วดินแดนที่เคยเป็นเวียดกามเดิม ทั้งหมดได้รวมพลังกันและพร้อมใจกันยกเตรืองแท้นห์ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแห่งเวียดกามอันนัมคนแรก เป็นจักรพรรดิเตรืองท้ายโต๋ โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่วิ้นห์ลอง และได้ประกาศเอกราชไม่ขึ้นต่อเยลโล่ซันโดยเด็ดขาด แต่จากระบบบูรณภาพของอินโดจีนที่เรดซันวางไว้ ทำให้มีโอกาสที่เยลโล่ซันจะเอาคืน เพราะเวียดกามอันนัมยังคงขาดบูรณภาพโดยสมบูรณ์ มีทางเลือกเดียวเท่านั้นคือยกทัพถล่มเยลโล่ซันจนกว่าจะสิ้นชาติ

การสงบศึกและการมาถึงของเตริ่นคักเจียว[แก้ไข]

ในช่วงดังกล่าว ฮันฮึงจอง ได้นำทัพไปตีล๊าวและเขมียวคืน แต่ไม่อาจปกครองได้ และเวียดกามอันนัมที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมานั้นก็เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ จนเยลโล่ซันปราบไม่ได้ ในขณะเดียวกันนั้น กองทัพเยลโล่ซันก็มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับบัญชาเพราะความแหลกเหลวของรัฐบวมเยลโล่ซัน ทำให้เสียดินแดนไปเรื่อยๆ และในปี 2775 กองทัพเวียดกามอันนัมสามารถผนวกล๊าวและเขมียวได้ ฮันฮึงจองจึงต้องประกาศรับรองเอกราชของเวียดกามอันนัม ท่านกลางเสียงด่าจากเหล่าอำมาตย์

ฮันฮึงจองจึงรุกรี้รุกรนอย่างบ้าคลั่งรีบออกโครงการปฏิรูปประเทศเพื่อให้เข้มแข็งขึ้น เช่นเพิ่มอำนาจของส่วนกลาง สร้างความรักสามัคคี เข้าใจประชาชิน และแจกเงิน ทำให้ประชาชนกลับมานิยมเยลโล่ซันอีกครั้ง เพื่อประคับประคองส่วนที่เหลือของเยลโล่ซันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะประกาศรับรองเอกราชของเวียดกามอันนัมไปแล้ว กระนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งความเหิมเกริมของเวียดกามอันนัมได้ จักรพรรดิเตรืองท้ายโต๋ได้เตริ่นคักเจียว นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และยุทธศาสตร์จากไซ่ง่อน มาเป็นกุณซือห่วยๆในปี 2779 โดยเขาเป็นผู้ที่มีหน้าที่กำหนดแผนยุทธศาสตร์ของชาติ โดยเขาได้เสนอว่า

Cquote1.png มีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ชาติองเราผงาดขึ้นมาได้ก็คือทำลายรัฐอิสระเยลโล่ซันลงเสีย Cquote2.png
เตริ่นคักเจียว
กองเรือเวียดกามอันนัมบุกเข้าสู่เยลโล่ซัน

แต่ในตอนนี้ ทัพเยลโล่ซันยังไม่อาจฟื้นฟูความแข็งแกร่งได้ เพราะโครงการปฏิรูปยังไม่ได้ผลสมบูรณ์ เยลโล่ซันประสบกับความยากลำบากในการปกป้องดินแดนส่วนที่เหลือ ทเห่อขาดระเบียบวินัย อาวุธล้าสมัย ผู้มีความสามารถต่างไปอยู่เวียดกามอันนัมจนหมด เมื่อได้จังหวะ บร๊ะเจ้าเตรืองท้ายโต๋จึงค่อยๆทำสงครามชิงดินแดนจากเยลโล่ซันตั้งแต่ปี 2782 เป็นเวลา 8 ปี เพื่อให้เยลโล่ซันตายใจว่าไม่ได้เอาดินแดนไปมากมาย แต่ความจริงแล้วมหาศาลเพราะปี 2784 ได้ดินแดนจดเกือบตลอดลำน้ำโขง 2785 สามารถยึดไปได้ถึงแม่น้ำบางปะกง ในปี 2787 ยึดได้ถึงแม่น้ำเจ้าบร๊ะยา และในปี 2789 ยึดลุ่มแม่น้ำแม่กลองได้สำเร็จ โดยที่ฮันฮึงจองไม่ได้ทำอะไรเพราะพวกขุนนางขายชาติบางคนบอกว่าเวียดกามอันนัมเอาดินแดนไปเล็กน้อยเท่านั้น วันหนึ่งน่าจะสามารถตกลงสัญญาสงบศึกได้ และฮันฮึงจองเองก็คิดว่ากองทัพเยลโล่ซันไม่อาจสู้รบกับเวียดกามอันนัมได้อีกต่อไปแล้วจึงได้แต่นั่งรอ ยืนรอ นอนรอ ตะแคงรอ วันสิ้นชาติของตัวเองเท่านั้น ชาวเยลโล่ซันหลายคนไม่พอใจจึงก่อการกบฏ และไปเข้าด้วยเวียดกามอันนัม

ล้มล้างเยลโล่ซัน[แก้ไข]

ในปี 2790 เตริ่นคักเจียวเห็นว่าไม่อาจรอช้าต่อไปได้อีกแล้ว เพราะขืนปล่อยไว้นานไปถ้าเยลโล่ซันมีคนดีมาปกครองก็จะไม่สามารถปราบเยลโล่ซันลงได้ จึงยกทัพทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศรวมแล้วมากกว่าล้านคนมาตีเยลโล่ซัน เรือรบเวียดกามอันนัมมีจำนวนนับหมื่น มองเห็นแน่นท้องทะเลอ่าวเทย เห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดของเวียดกามอันนัมบินอยู่เต็มน่านฟ้าของเยลโล่ซัน ทัพบกจำนวนมหาศาลได้บุกยึดเมืองใหญ่น้อยตามรายทาง เมืองต่างๆถูกทิ้งระเบิดจนพรุนไปหมด เรือรบเยลโล่ซันถูกจมเป็นจำนวนมาก เมื่อกองทัพเวียดกามอันนัมบุกเข้ามาเหลืออีก 30 ลี้จะถึงนครสาดทำมะหลี ฮันฮึงจองจึงสละอำนาจ และลงเรือลำน้อยไปพร้อมกับลูกน้องไม่กี่คนหนีไปขออาศัยในจักรวรรดิเอริเชี่ยน นครสาดทำมะหลีถูกตีแตกในอีก 3 วันต่อมา นับแต่นั้น ตระกูลฮันก็เข้าไปรับราชการอยู่ในเวียดกามอันนัมและชาติอื่นๆ บ้างหนีไปอยู่เอริเชี่ยน และไม่สามารถสร้างอิทธิพลได้อีกต่อไป ในวันนั้น เยลโล่ซันได้สิ้นสุดลงพร้อมๆกับการสิ้นอำนาจของราชตระกูลฮันด้วย และรัฐบาลเวียดกามอันนัมก็ได้มีอำนาจเหนือดินแดนที่เคยเป็นเยลโล่ซันมาก่อนทั้งหมด พร้อมที่จะจัดการปกครองในแบบของตนต่อไป

การจัดการปกครอง[แก้ไข]

เตริ่นคักเจียว

จักรพรรดิเตรืองท้ายโต๋ได้ทำการจัดการปกครองตามอย่างจักรวรรดิเรดซัน เน้นระบบคุณธรรมนิยมและศิลปะแห่งการใช้อำนาจ แต่ยังใช้ระบบสภาขุนนางเหมือนเยลโล่ซัน แต่ลดอำนาจของเหล่าขุนนางลง และได้แต่งตั้งเตริ่นคักเจียวขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดี แต่งในภายหลังก็ได้พบกับนายทหารผู้เก่งกล้าสามารถสองคนในสงครามปฏิวัติล้มเยลโล่ซัน นั่นก็คือ ดินห์โบ่เกี๊ยบ และ ดินห์เหวียนเกี๊ยบ สองพี่น้องผู้กล้าหาญชาญชัย และท่านอัครมหาเสนาบดีเตริ่นเห็นว่าบุคคลทั้งสองนั้นเปี่ยมล้นด้วยอัจฉริยภาพในการนำทัพ จึงแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพใหญ่

ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เตริ่นคักเจียว ได้ออกนโยบายเก็บสต็อคข้าวสารในฉางหลวง และให้มีการรับซื้อในราคาสูงเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อกระตุ้นภาคการผลิตอาหาร เพื่อให้ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ เพียงพอต่อการบริโภคทั้งในยามสันติและสงคราม คอยปลุกขวัญกำลังใจทแกล้วทหารให้เข้มแข็งอยู่เสมอ พร้อมที่จะออกรบกับใครหน้าไหนก็ตามที่เข้ามารุกราน หรือปรารถนาจะไปบุก

ต้นปี 2792 จักรพรรดิเตรืองท้ายโต๋สวรรคตด้วยโรคมะเร็ง องค์ชายเตรืองเลขึ้นครองราชย์ต่อมาเป็นจักรพรรดิเตรืองท้ายตง

มหาสงครามแปซิฟิก[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ มหาสงครามแปซิฟิก

ในปลายปี 2792 เวียดกามอันนัมและพันธมิตรอู๋เย่ว์ เป่ยหลู่ ประกาศเคลื่อนทัพ ไปทางตะวันออก เป้าหมายแรกสุดก็คือ ยึดหมู่เกาะฟิลิปปินส์มาเป็นของตัว และนำทัพไปอีกด้านบุกยึด ชายฝั่งตะวันออกของอนุทวีปอินเดือย ที่เคยเป็นของอูรุกไฮมาก่อน และในขณะนั้น หมู่เกาะต่างๆในแปซิฟิกได้กลับมาเป็นของอูรุกไฮและปานาไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะกรอบข้อตงลงตามสนธิสัญญามอนเตวิเดโอ ไม่สามารถสนองตอบต่อสถานการณ์ในขณะนั้นได้ อูรุกไฮและปานาไปจึงยึดพื้นที่คืนหมด

ในปี 2793 ฟิลิปปินส์ถูกยึด สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่อูรุกไฮและปานาไปเป็นอย่างมาก เออร์นันโด แยค เกย์แมน ผู้นำอูรุกไฮที่กำลังกร่างก็เลยโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง สั่งระดมทัพใหญ่มาต่อต้านทันที แต่เนื่องจากกองทัพเวียดกามอันนัมเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้การต่อต้านไม่ได้ผล กำลังส่วนใหญ่อยู่ที่วานูอาตูและฟิจิ ส่วนที่นิวกินีและออสเตรเสียนั้น แม่ทัพดินห์เหวียนเกี๊ยบได้เข้าไปยึดไว้ก่อน และวางกำลังส่วนใหญ่ไว้เลยเกรต แบริเออร์ไปทางตะวันออกราว 500 ลี้

หลังจากนั้นกองกำลังพันธมิตรตะวันออกได้แยกสายการโจมตีออกเป็น 2 ทาง โดยดินห์โบ่เกี๊ยบนำกำลังไปรวมกับพันธมิตร เคลื่อนไปยึดไมโครนีเซีย ส่วนดินห์เหวียนเกี๊ยบนำกำลังโจมตีเมลานีเซีย ส่วนออสตราเลเชียนั้น ได้ให้กองกำลังพื้นเมืองประกาศตนเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อใคร แต่จะช่วยค้ำยันอำนาจของเวียดกามอันนัมไว้ กองกำลังของอูรุกไฮและปานาไปถูกตีแตกอย่างรวดเร็ว เพราะกองกำลังเสริมมาช่วยไม่ทัน จนในปี 2796 แปซิฟิกส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพพันธมิตรยึดจนหมดสิ้น แต่ปรากฏว่ากองทัพได้รับข่าวร้ายนั่นก็คืออัครมหาเสนาบดีเตริ่นป่วยตายไปแล้ว แต่ท่านได้สั่งเสียไว้ว่า

Cquote1.png กองกำลังของเราที่รบอยู่ทางเบื้องตะวันออกนั้น ต้องบุกต่อไปจนกว่าจะยกพลขึ้นบกที่แผ่นดินใหญ่อูรุกไฮและปานาไปได้ Cquote2.png
เตริ่นคักเจียว

จึงเป็นผลให้กองกำลังพันธมิตรนั้นยังคงบุกต่อไป จนโปลีนีเชียถูกยึด ในภายหลัง แม่ทัพเฉินเฉิงของอู๋เย่ว์ได้แบ่งกำลังจำนวน 300,000 คนมาสมทบกับดินห์เหวียนเกี๊ยบในปี 2799 ขณะนั้นกองทัพสายเหนืออยู่ฮาวาย ส่วนกองทัพสายใต้อยู่ที่กาลาปากอส

กองเรืออูรุกไฮถูกเวียดกามอันนัมทำลายลง

ในปี 2800 กองกำลังสายเหนือยกพลขึ้นบกที่ซานซัลวาดอร์ และเคลื่อนพลเข้าสู่นครหลวงปานาไป ส่วนกองทัพสายใต้ยกพลขึ้นบกที่ลิมา กองทัพสายใต้เสียหายหนักตอนยกพลขึ้นบกจึงต้องส่งพลร่มไปช่วยเหลือ ทำให้ลิมาถูกตีแตกในสองวันหลังจากยกพลขึ้นบก และกองกำลังส่วนที่เหลือได้ยกทัพข้าพเทือกเขาแอนดีสไป ระหว่างทางถูกกองทัพอูรุกไฮต่อต้านอย่างหนักจนเสียรี้พลไปเป็นอันมาก

ในปี 2801 จักรพรรดิเตรืองท้ายตงสวรรคต องค์ชายเตรืองมินห์ญูขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเตรืองแท้นห์ตง แต่ก็ยังคงสั่งให้บุกต่อไป ปานาไปตกเป็นเมืองขึ้นของอู๋เย่ว์ในปี 2802 ส่วนในอูรุกไฮ กองทัพเวียดกามอันนัมและอูรุกไฮโรมรันพันตูกันจนเสียหายไปนับล้านทั้งคู่ ในขณะที่กำลังเสริมของเวียดกามอันนัมก็หนุนมาเรื่อยๆทั้งทางเรือและทางอากาศ จนกองทัพเวียดกามอันนัมมาถึงที่ราบปามปัสในปี 2803 และยึดเป็นที่ทำกินและไถนาได้ เออร์นันโด แยค เกย์แมนจึงฆ่าตัวตาย เฟอร์นันโด แยค เกย์แมนผู้เป็นพระบิดา พระจิต พระบุตรขึ้นครองอำนาจแทน และขอสงบศึกกับเวียดกามอันนัมในปี 2804 มหาสงครามแปซิฟิกที่ต่างฝ่ายต่างเสียรี้พลไปมากมายนี้จึงได้สิ้นสุดลงในปีนั้นเอง ผ่านการทำสนธิสัญญาสันติภาพบัวโนสไอเรส

ความเจริญทางวัฒนธรรม[แก้ไข]

หลังจบมหาสงครามแปซิฟิกแล้ว ดินแดนส่วนใหญ่ที่เวียดกามอันนัมยึดมาได้จากปานาไปและอูรุกไฮนั้นก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ยกเว้นดินแดนหมู่เกาะฟิลิปปินส์ที่ต้องยึดเอาไว้เพืิ่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ รวมถึงบางส่วนของอนุทวีปอินเดือยด้วย

ในช่วงเวลานี้ จักรวรรดิและโลกทั้งโลกได้ก้าวเข้ามาสู่ความสงบ ได้มีการสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวรรณกรรม ที่เหล่ากวีมากหน้าหลายตาจากทั่วทุกสารทิศ ได้มาบรรจงเรียบเรียงคำประพันธ์ อันพรรณาถึงความต่ำต้อย น่าเกลียด ทุกข์ยากเข็ญยิ่งใหญ่ งดงาม และสงบสุขของจักรวรรดิ ส่วนใครที่เคยไปเยือนในต่างประเทศ ก็อาจพรรณาถึงลักษณะบ้านเมืองของประเทศนั้นๆ เช่นบรรยายถึงบรรยากาศการค้าขายที่เงียบเหงาคึกคักเอิกเกริกของมหานครซูโจวในจักรวรรดิอู๋เย่ว์ บรรยายถึงความมหึมาของโรงไฟฟ้านิวเกรียนของอูรุกไฮ ที่เป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยค้ำจุนอุรุกไฮให้ดำรงอยู่ได้แม้ขาดผู้นำที่เข้มแข็ง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการวาดภาพที่แสดงถึงเรื่องราวต่างๆข้างต้นด้วย โดยเป็นที่นิยมชมชอบของชาวเวียดกามอันนัมเป็นอย่างมาก

เรื่องที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมานั่นก็คือเรื่องเสียดสี ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะกล่าวถึงความเจริญเกินเหตุจนผิดธรรมชาติของอูรุกไฮและปานาไป ซึ่งชาวเวียดกามอันนัมส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น เพราะประชาชนนั้นต้องการเพียงแค่สามารถอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาอะไรให้เจริญมากมายนัก ซึ่งเป็นแนวทางของเวียดกามอันนัมตั้งแต่ต้น

วาระสุดท้าย[แก้ไข]

จักรวรรดิเวียดกามอันนัมปกครองบ้านเมืองอย่างร่มเย็นเป็นสุขสืบมากว่าสี่สิบปี โดยที่ไม่มีการต่อต้านใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการแย่งชิงอำนาจเพราะระบบราชการและแนวทางแบบเรดซันนั้น ส่งเสริมให้ประชาชนทำงานอย่างสุดความสามารถ โดยไม่หวังให้เกิดความเจริญมากเกินไป จนทำให้มหาชนไม่เป็นสุข นั่นจึงทำให้เวียดกามอันนัมไม่เหมือนอูรุกไฮ ที่ประชาชนมีแต่ความรีบร้อน อย่างไรก็ตาม ในปี 2830 เกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟยักษ์เยลโล่สโตนระเบิด พ่นเถ้าถ่านและหมอกควันไปปกคลุมทั้งโลก นั่นจึงทำให้เกิดการเพาะปลูกไม่ได้ผล เพราะแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ไม่เพียงพอ ราชสำนักและรัฐบวมเวียดกามอันนัมจึงสั่งเปิดยุ้งฉาง โดยกำชับว่าให้กินอย่างประหยัดพอให้อยู่รอดได้เท่านั้น เพื่อให้สามารถพยุงการปกครองของจักรวรรดิเอาไว้ได้นานที่สุด แต่ทว่าในปี 2836 ข้าวในยุ้งฉางหลวงใกล้หมด จึงจำเป็นต้องยุบกองทหารนอกแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด ในขณะที่การเพาะปลูกก็ยังไม่ค่อยได้ผลดีนัก เพราะดินแห้ง และอากาศเย็นกว่าปกติหลายองศา ทำให้ปลูกอะไรก็ไม่งอกงาม เกิดภาวะอดหยากไปทั่ว จึงจำเป็นต้องปล่อยชายฝั่งอนุทวีปอินเดือยและหมู่เกาะฟิลิปปินส์ในปี 2838 ในขณะที่ทางราชสำนักค่อยๆมีของให้กินน้อยลงจนต้องอดมื้อกินมื้อ และวาระสุดท้ายของจักรวรรดิก็มาถึงในปี 2840 ที่คณะขุนนางได้บังคับให้จักรพรรดิเตรืองเจียวท้งสละบัลลังค์ และไม่กี่วันต่อมาพวกตนก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะอนาธิปไตย และจักรวรรดิเวียดกามอันนัมก็เหลือเพียงความทรงจำนับแต่บัดนั้น

ในปี2842 การเพาะปลูกเริ่มฟื้นตัว อากาศอุ่นขึ้นทั้งโลก ชาวเวียดกามอันนัมจึงค่อยๆกลับมารวมตัว เปิดสื่อ เรียกร้องให้มีการจัดการปกครองอีกครั้ง อำมาตย์เลเลี๊ยบ จึงออกมาเป็นผู้นำประชาชน ก่อตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ในปี 2845 โดยใช้ชื่อว่าสาธารณรัฐเวียดกามอันนัม ในช่วงปลายศตวรรษที่ 29 เวียดกามอันนัมและชาติอีกจำนวนหนึ่งจึงรวมตัวกัน ก่อตั้งเป็นกลุ่ม21 อาณาจักร เพื่อส่งเสริมให้ชาวเอเชยนั้นมีความแข็งแกร่งมากขึ้น สามารถยืนด้วยตนเองได้ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างชาติเอเชยด้วยกันให้ผูกพันแน่นแฟ้นมากขึ้น

การเมืองการปกครอง[แก้ไข]

มีจักรพรรดิเป็นผู้นำสูงสุด ปกครองโดยยึดหลักทศพิธราชธรรมและลัทธิเรดซัน แต่อำนาจในการบริหารประเทศนั้น จะมีอัครมหาเสนาบดีเป็นผู้ช่วยจักรพรรดิในการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับเรดซัน อำนาจการปกครอง(อธิปไตย)ใช้การแบ่ง 4 อำนาจคือตุลาการ นิติบัญญัติ บริหาร และตรวจสอบ(ซึ่งฝ่ายนี้ก็รวมถึงภาคประชาชนด้วย) ซึ่งทั้งหมดนี้เหมือนกับจักรวรรดิเรดซัน สภาขุนนางถืออำนาจนิติบัญญัติเช่นเดียวกับจักรวรรดิเยลโล่ซัน โดยที่ไม่มีสภาอื่น ส่วนที่แตกต่างจากในอดีตจักรวรรดิเรดซันมีเพียงว่ามีอัครมหาเสนาบดีได้เพียงคนเดียว และมีอำนาจคุมการทหารในตัว ดังนั้นจักรวรรดิเวียดกามอันนัมจึงไม่มีสมุหกลาโหม

แต่จากหลักในการปกครองโดยรวแล้ว จะคล้ายกับเรดซันในอดีตเป็นอย่างมาก นั่นก็เป็นผลมาจากหัวสมองที่ฝักใฝ่เรดซันของท่านเตริ่นคักเจียวนั่นเอง ซึ่งก็ทำให้พวกอำมาตย์หลายๆคนนั้นสูญเสียอำนาจไปเป็นอันมากเพราะเพิ่มอำนาจฝ่ายตรวจสอบมากขึ้น แต่การบริหารประเทศก็เป็นไปด้วยความสงบสุข ไม่เคยมีการกบฏต่อต้านเลยตลอดระยะเวลาที่จักรวรรดินี้ดำรงอยู่ นั่นจึงทำให้จักรวรรดินี้ถูกขนานนามว่า จักรวรรดิเรดซันที่สอง

เขตการปกครอง[แก้ไข]

จักรวรรดิเวียดกามอันนัมมีการจัดแบ่งการปกครองเป็น 16 มณฑลดังนี้(ปี 2805)

  1. ดินแดนเวียดกามตอนบนรวมทั้งแคว้นสิบสองจุไทย เรียกว่ามณฑลได่นาม
  2. ตอนกลางของเวียดกาม เรียกว่ามณฑลอันนาม
  3. ดินแดนตอนล่างของเวียดกาม เรียกว่ามณฑลจาม
  4. ดินแดนปากแม่น้ำโข รวมถึงตอนล่างของเขมียวนับแต่บร๊ะตะบอง-ศรีโสภณลงมาเรียกว่ามณฑลบร๊ะนครปุระ
  5. ดินแดนประเทศล๊าว และฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เรียกว่ามณฑลล้านช้าง
  6. ดินแดนเขมียวตอนบน ต่อกับดินแดนเหนือเทือกเขาพนมดงรัก เรียกว่ามณฑลดงรัก
  7. ดินแดนแถบสิบสองปันนา ต่อกับเตียงเก่า เตียงลาย เตียงของ และเมืองอื่นๆแถบลุ่มแม่น้ำโกะ รวมทั้งรัฐฉาน เรียกว่า มณฑลน่านเจ้า
  8. ดินแดนแถบเทือกเขาเพชรบูรณ์ รวมทั้งที่ราบสูงควายลาด เทือกเขาดงบร๊ะยาร้อน เรียกว่ามณฑลควายลาด
  9. หัวเมืองแถบลุ่มน้ำปิง-วัง-ยม-น่าน เรียกว่ามณฑลหริภุญชัย
  10. ดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าบร๊ะยา ลบบุรี ป่าสัก เรียกว่ามณฑลเจ้าบร๊ะยา
  11. ดินแดนแถบเมืองกาญจน์ เมืองตาส แม่ฮ่องสอน และฝั่งซ้ายแม่น้ำเมยบางส่วน เรียกว่ามณฑลกะเหรี่ยง
  12. ดินแดนแถบคอคอดกระ เรียกว่ามณฑลคอคอดกระ
  13. ดินแดนนับแต่เมืองชุมพรลงไปทางใต้จนสุดแหลมมลายู รวมทั้งเกาะสิงคโปโตก เรียกว่ามณฑลศรีวิชัย
  14. พื้นที่แถบปากแม่น้ำสาละวิน สะโตง อิระวะดี เรียกว่ามณฑลมอญ
  15. ลุ่มน้ำอัตรัน สะมิ ดินแดนที่อยู่แถบต้นน้ำขึ้นไป แต่อยู่ฝั่งขวาของเทือกเขาอาระกัน เรียกว่ามณฑลบร๊ะม่า
  16. ดินแดนฝั่งซ้ายเทือกเขาอาระกัน เรื่อยไปทางตะวันตกถึงแม่น้ำพรหมบุตร เรียกว่ามณฑลยะไข่

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เขตปกครองพิเศษ ได้แก่

  1. เขตปกครองพิเศษอนุทวีปอินเดือย อยู่เลยแม่น้ำพรหมบุตรไปทางตะวันตก
  2. เขตปกครองพิเศษหมู่เกาะผีลีบปีนและอินเดือยตะวันออก คือผีลีปปีนและหมู่เกาะน้อยใหญ่นับแต่สุมาตราไปทางตะวันออกถึงสุราเวสีและตีหม้อ

ทั้งสองเขตปกครองพิเศษนั้น จะมีผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้นำในเขตปกครองพิเศษนั้นๆ โดยมาจากการลากตั้ง และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกองทัพจักรวรรดิฯ โดยต้องรายงานสภาพสังคมและการปกครองให้ทราบถึงรัฐบวมเวียดกามอันนัมทุกๆปี

รายชื่อผู้ปกครองของจักรวรรดิเวียดกามอันนัม[แก้ไข]

จักรวรรดิเวียดกามอันนัมถูกปกครองโดยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เตรือง ที่ขึ้นมาปกครองในปี 2767 โดยอาศัยการปฏิวัติประชาชน และสิ้นอำนาจในปี 2840 จากความอดอยากของชาวเวียดกามอันนัมจนต้องปล่อยให้ประเทศหมดการปกครองไปนั้น นับจำนวนจ๊ากกะพลัดจากแล้วพลัดจักรพรรดิรวมได้ 5 บร๊ะองค์ ดังนี้

ลำดับที่ บร๊ะนาม ปกครองระหว่าง
1 จักรพรรดิเตรืองไท้โต๋ 2767-2792
2 จักรพรรดิเตรืองไท้ตง 2790-2801
3 จักรพรรดิเตรืองแท้นห์ตง 2801-2814
4 จักรพรรดิเตรืองเญินตุง 2814-2829
5 จักรพรรดิเตรืองเจียวท้ง 2829-2840

กระบวนการยุติธรรม[แก้ไข]

กระบวนการยุติธรรมเป็นระบบไต่สวนโดยคณะลูกขุน โดยผู้พิพากษามีหน้าที่ในการควบคุมการพิจารณาคดีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้น และมีหน้าที่อ่านคำตัดสินเมื่อมีการพิพากษาคดีแล้วเท่านั้น

ทั้งศาลและตำกวดของเวียดกามอันนัมนั้น ถูกปลูกฝังมาว่าไม่ให้ยัดข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัยด้วยกรณีใดๆก็ตาม จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลผู้นั้นผิดจริง การไต่สวนนั้นก็อาศัยพยายานหลักฐานเป็นสำคัญที่สุด ดังนั้นใครก็สั่งศาลไม่ได้ ถึงแม้จะมีการปั้นพยานเท็จขึ้นมา ศาลก็สามารถจับได้ ถึงแม้ไม่ได้ ภาคประชาชนก็ยังช่วยจับให้ การยัดเงินใต้โต๊ะเป็นไปไม่ได้สำหรับขบวนการยุติธรรมของเวียดกามอันนัม เพราะรับมาแล้วแต่ไม่ได้ทำตามที่สัญญาไว้แต่อย่างใด ไม่ว่าจะยัดเท่าไหร่ศาลก็กินเรียบโดยไร้ซึ่งการตอบสนอง

เมื่อพิจารณาคดีถึงที่สุดแล้ว การลงโทษผู้กระทำความผิดก็เป็นไปตามที่สมควร ไม่มีการลงโทษแบบเกมข้างล่างนี้ <flash>file=เกมซาดิต.swf|width=600|height=600|bgcolor=#ffffff </flash>
ศาลของเวียดกามอันนัมมีดังนี้

  • ศาลสถิตย์ยุติความเป็นธรรม พิจารณาคดีทั่วไป แบ่งเป็นศาลชั้นต้น อุฑธรณ์ และฎีกา
  • ศาลปกครอง มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และอีกชั้นจะเป็นศาลสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาคดีของข้าราชการ อำมาตย์ และเชื้อบร๊ะวงศ์ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ยากของประชาชน แต่ไม่สนใจ ก็จะถูกนำขึ้นศาลนี้
  • ศาลของจักรพรรดิ เป็นการพิจารณาความผิดขั้นร้ายแรง มีจักรพรรดิและข้าราชการระดับสูงเป็นผู้พิจารณาคดีตามหลักการ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีคดีใดที่ขึ้นถึงศาลจักรพรรดิเลยตลอดช่วงเวลาที่จักรวรรดิดำรงอยู่
  • ศาลพิเศษ เป็นศาลที่ธรรมนูญการปกครองของเวียดกามอันนัมกำหนดให้จัดตั้งขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อไต่สวนมูลความผิดเกี่ยวกับฝ่ายปกครอง และผู้บริหารประเทศในส่วนอื่นๆ ที่เป็นเรื่องอื้อฉาวและเป็นที่สนใจของมหาประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ศาลนี้ ไม่เคยมีการจัดตั้งขึ้นในเวียดกามอันนัมเลยแม้สักครั้ง
  • ศาลเตี้ย เป็นศาลที่ผู้อิทธิพลหรือชาวบ้านชาวช่องในจักรวรรดิ จัดตั้งขึ้นมาเองเพื่อพิจารณาความผิดของผู้อื่นตามหลักกู และมีการลงโทษอย่างเหี้ยมโหด เหมือนอย่างในเกมข้างบนนั่น และมีการทรมานผู้ต้องสงสัยด้วยวิธีต่างๆ ทั้งตอกเล็ก บีบขมับ เพื่อให้รับสารภาพด้วย

ส่วนตำกวดนั้น ไม่ได้มีหน้าที่อะไรไปมากกว่าดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเป็นผู้ที่จับผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการเพื่อมิให้ต้องถูกพิจารณาคดีโดยศาลเตี้ย

เศรษฐกิจ[แก้ไข]

รายได้ของจักรวรรดิฯ ขึ้นอยู่กับการส่งออกข้าวเป็นหลัก เพราะเป็นประเทศที่สามารถปลูกข้าวได้อย่างอุดมสมบูรณ์ที่สุดไม่มีใครเสมอเหมือนในยุคของมัน สินค้าทุกอย่างนั้นเจริญตามรอยเรดซันและเยลโล่ซัน คือผลิตภัณฑ์ทุกอย่างผลิตใช้เองไม่จำเป็นต้องนำเข้าอะไรมากมายนัก ถ้าเหลือและคุณภาพดีเด่นเข้าขั้น จึงค่อยส่งออก ดังนั้น ชาวเวียดกามอันนัมส่วนใหญ่จึงมีอาชีพทำผลิตภัณฑ์ หรือสามารถทำผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้สักอย่างหนึ่งตามแต่ตนถนัด ไม่ว่าจะเป็นงานทอผ้า จักสาน แกะสลัก ประดิษฐ์สินค้าจากวัสดุอย่างโน้นอย่างนี้ หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ทางเพศ เป็นต้นไม่เป็นใบเสียที

การทำการค้าของเวียดกามอันนัม ส่วนมากเป็นการต่อสำเภาไปค้าขาย โดยส่วนใหญ่จะขายให้ชาติแถบเอเชยตะวันออก เงินรายได้ที่ได้นั้นก็ได้นำมาจุนเจือในเงินงบประาณแผ่นดินบางส่วน และอาจมีเงินถุงแดงประจำราชสำนักด้วย ซึ่งก็เป็นจำนวนเงินมากโขอยู่

ส่วนชาวบ้านชาวช่องธรรมดานั้นส่วนใหญ่จะเป็นอยู่กับอย่างพอเพียง พออยู่พอกินกันไปตามอัตภาพ และมีข้าวปลาอาหารกินตลอดทั้งปี จึงไม่มีประชาชนคนไหนที่อดตายในเวียดกามอันนัม

สังคมและวัฒนธรรม[แก้ไข]

ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

จักรวรรดิเวียดกามอันนัมก็ยังคงมีสภาพสังคมแบบเดียวกันกับชาวเวียดกามในยุคก่อนๆ ยังคงใส่งอบ นิยมชมชอบการพายเรือเหมือนเดิม และชาวเวียดกามก็ยังคงมีอุปสันดานในการเทิดทูนบุคคลผู้ปลดปล่อยประชาชนของตนอย่างล้นเหลือในฐานะเป็นวีรบุรุษ แต่สิ่้งที่เปลี่ยนไปก็คือ ชาวเวียดกามอันนัมนั้นมีความหยิ่งทะนงมากกว่าเดิม และขยันน้อยลงเล็กน้อย อันเป็นผลมาจากความยิ่งใหญ่เกินไปของจักรวรรดินั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในจักรวรรดิ ชาวเวียดกามก็ไม่เคยยกตัวเองให้สูงส่งกว่าชนชาติอื่นในจักรวรรดิแต่อย่างใด เนื่องจากรากฐานที่เรดซันและเยลโล่ซันได้วางไว้ นั่นก็คือการปฏิรูปวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติให้มีจุดร่วม เพื่อเสริมสร้างบูรณภาพที่แข็งแกร่ง ซึ่งก็มาพร้อมกับการมองคนทุกชนชาติอย่างเท่าเทียม นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้จักรวรรดิเวียดกามอันนัมนั้นสามารถดำรงอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง

เวียดกามอันนัมไม่มีศาสนาประจำชาติ ประชาชนสามารถที่จะเลือกนับถือศรัทธาได้ตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นแนวทางของเรดซันมาก่อนเช่นกัน

ประชากรและคุณภาพชีวิต[แก้ไข]

เวียดกามอันนัมไม่ได้มีประชากรมากมายดังในอดีต เพราะการสงครามที่ผ่านมาหลายครั้งในยุคอำมาตยาธิปไตย และมหาสงครามแปซิฟิก นั่นจึงทำให้ประชากรของทั้งจักรวรรดิมีเพียงไม่ถึง 170 ล้านคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความเป็นอยู่ของประชาชนนั้นก็ไม่ได้อัตคัดขัดสนอะไรเลย เพราะทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ในแบบที่สามารถพึ่งตนเองได้ ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวไว้แล้วในหัวข้อเศรษฐกิจ

แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าเวียดกามอันนัมจะไม่มีคนจรจัด โจรผู้ร้าย ขอทาน ฯลฯ เอาเสียเลย ก็เพราะเนื่องจากคนพวกนี้ไม่คิดที่จะประกอบสัมมาชีพ ทั้งที่ก็มีอาชีพเยอะแยะ และก็ไม่มีความสามารถพอที่จะเข้ารับราชการได้ และอาจไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง คนพวกนี้จึงคอยดักปล้นอยู่ แต่ก็มักถูกลงเอยที่คุกหลวงเหมือนกัน ซึ่งปัญหาในส่วนนี้ ก็ได้มีการแก้ไขในเรื่องของที่ดิน ทำให้ประชาชนมีที่น้อยลงแต่มีที่ทำกินครบทุกคน ทำให้ข้าราชการอำมาตย์บางส่วนไม่พอใจเช่นกัน แต่ประชาชนนั้นกลับดีใจ นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของการฝึกอาชีพให้นักโทษ ซึ่งเป็นธรรมเนียมทำเนียนปฏิบัติที่ประเทศส่วนใหญ่มักจะทำกัน ทำให้ปัญหาโจรผู้ร้ายนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยมากของสังคมเวียดกามอันนัม

วรรณกรรมและศิลปะ[แก้ไข]

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ในช่วงรัชกาลจักรพรรดิเตรืองแท้นห์ตงเป็นต้นมานั้นมีความนิยมในศิลปะเป็นอย่างมาก โดยส่วนส่วนใหญ่จะเป็นวรรณกรรม โดยเรื่องที่นิยมแต่งก็มักจะเป็นการบรรยายสภาพบ้านเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ และรวมถึงเรื่องเสียดสีเกี่ยวกับต่างประเทศ

ส่วนทางด้านอื่นๆนั้น การชมหุ่นเชิดน้ำได้รับความนิยมอย่างมากในจักรวรรดิ โดยมีการประดิษฐ์เรื่องต่างๆขึ้นมามากมาย อย่างเช่นเรื่องเกี่ยวกับอูรุกไฮ เรื่องสงคราม เรื่องเล่าพื้นบ้าน หรือแม้กระทั่งเอามาจากบทกวีสมัยเรดซันและเยลโล่ซัน ซึ่งสร้างความสุนทรีย์ให้แก่ชาวเวียดกามอันนัมเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ งานศิลปะทางประติมากรรมและจิตรกรรม ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน โดยส่วนมากจะทำเป็นเรื่องเกี่ยวกับวีรบุรุษของชาติ โดยมักนิยมงานประติมากรรมนูนต่ำและงานจิตรกรรมเป็นหลัก โดยมักเขียนไว้ตามสถานที่สำคัญๆในมณฑลจามปาและอันนัม นอกจากนี้ อนุสาวรีย์หลายๆแห่งก็ได้ถูกสร้างเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของกษัตริย์และข้าราชการหลายๆคนนับแต่ยุคเรดซัน ก็ถูกสร้างในยุคเวียดกามอันนัมเป็นอันมากเช่นกัน

การท่องเที่ยว[แก้ไข]

การท่องเที่ยวเป็นรายได้เสริมของจักรวรรดิ แต่ไม่อาจทำรายได้ได้มากนักเพราะไม่ค่อยมีการสร้างที่พักประเภทโรงแรมมากเท่าที่ควร นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสบายจึงไม่ค่อยมากัน สถานที่ๆมักจะไปเที่ยวนั่นก็คือตามอุทยานต่างๆที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งจักรวรรดิ เหมาะแก่การผจญภัยและการศึกษาเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต รองลงมานั่นก็คือแหล่งโบราณคดีและอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งก็มีอยู่ทั่วไปมาตั้งแต่ยุคเยลโล่ซันแล้ว

การไปเที่ยวในเวียดกามอันนัม ควรรักษามารยาทกับคนท้องถิ่นด้วย อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปกครองระบอบอำมาตย์ที่ผ่านมาในอดีต และการสงครามบ่อยครั้ง ดังนั้นประชาชนจึงไม่ค่อยยอมนักท่องเที่ยวง่ายๆ ถ้าหากทำตัวเสียมารยาท หรือทำตัวไม่เป็นไปตามวัตรปฏิบัติของแต่ละที่ ดังนั้นก่อนไปเที่ยวในเวียดกามอันนัม พึงศึกษาข้อมูลของสถานที่ๆจะไปเที่ยวให้ดีเสียก่อน และถ้าหากไม่เสียมารยาท ประชาชนชาวเวียดกามอันนัมจะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นแน่นอน

คำวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

  • นับเป็นประเทศที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
                     — ท่านผู้นั้น
  • นี่แหละจึงนับได้ว่าเป็นจักรวรรดิเรดซันที่สองอย่างแท้จริง
                     — ผู้ศรัทธาในเรดซัน

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้ไข]