จักรวรรดิไบเซ็นเทย

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!
จักรวรรดิไบเซ็นเทย
Imperium Romanum
Βασιλεία τῶν Ῥωμαίων
Vasileía tōn Rhōmaíōn
Empire of the Romans
Eastern Roman Empire

Roman Ensign.png
 
Roman Ensign.png
บ.ศ.395–1453 Turkish Hookah Flag.jpg
ธงชาติ ตราประจำชาติไบเซ็นเทย
ธงชาติไบเซ็นเทย ตราประจำชาติไบเซ็นเทย
จักรวรรดิไบเซ็นเทยในช่วงที่มีพื้นที่มากที่สุด สมัยจักรพรรดิจัสติเนียนที่1
จักรวรรดิไบเซ็นเทยในช่วงที่มีพื้นที่มากที่สุด สมัยจักรพรรดิจัสติเนียนที่1
เมืองหลวง คอนสแตนอินโนเปิล
เมืองใหญ่สุด คอนสแตนอินโนเปิล
ภาษาราชการ ภาษากลีก,ล่าตีน
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ ค.ศ.395
วัน-เวลา ล่มสลาย บ.ศ.1453
รัฐบาล ราชาธิปไตย
จักรพรรดิไบเซ็นเทย
 - ค.ศ.457-474 จักรพรรดิลีโอที่1
 - ค.ศ.527-565 จักรพรรดิจัสตีเนียนที่1
 - ค.ศ.717-741 จักรพรรดิลีโอที่3
 - ค.ศ.976-1025 จักรพรรดิบาซิลที่2
 - ค.ศ.1081-1118 จักรพรรดิอเล็กซิอุสที่1
 - ค.ศ.1143-1180 จักรพรรดิมานูเอลที่1
 - ค.ศ.1259-1282 จักรพรรดิไมเคิลที่8
 - ค.ศ.1448-1453 จักรพรรดิคอนสแตนตินที่11
ศาสนา ศาสนาบริสต์
ประเภท สินค้าสำคัญ สินค้าจากทุกสารทิศ
ชื่อสินค้า สำคัญ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องเทศ
สินค้า ส่งออกหลัก ทอง เครื่องเทศ ข้าว
สินค้า นำเข้าหลัก เครื่องประดับ
ประวัติศาสตร์
 - ตั้งกรุงคอนสแตนอินโนเปิล ค.ศ.330
 - จักรวรรดิโรมังงะแยกเป็นสองส่วน ค.ศ.395
 - ถูกอาหลับตีแต่ปราบได้ ค.ศ.719
 - ปราบบัลการ์ ~ค.ศ.1000
 - ความแตกแยกครั้งใหญ่ทางศาสนาบริสต์ ค.ศ.1045
 - ร่วมรบในสงครามครูเสด ค.ศ.1096-1180
 - ย้ายไปอยู่ที่ไนเซีย ค.ศ.1204-1261
 - คอนสแตนอินโนเปิลแตก ค.ศ.1453
 - ทรีไบซันด์แตก ค.ศ.1461
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
4,500,000 กม.² 
1,737,460
(สูงสุด) ไมล์² 
ประชากร
 •(คริสต์ศตรวรรษที่6) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
34,000,000
7.6/กม²
19.6/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี คริสต์ศตรวรรษที่10 - ค่าประมาณ)
~6,650,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ
349,000ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (คริสต์ศตรวรรษที่10) 0.88 – สูง
สกุลเงิน ไฮเปอร์ไพรอน,โซลิดัส (hP,sD)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต ไม่มี
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +ไม่มี

จักรวรรดิไบเซ็นเทย (ปะกิด: Byzantoei Empire; กลีก: Dimokratía ton Romaígan; ล่าตีน: Imperium Romanga) แต่มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จักรวรรดิโรมังงะตะวันออก เป็นจักรวรรดิที่เกิดขึ้นจากการแยกตัวของจักรวรรดิโรมังงะส่วนที่อยู่ทางตะวันออกคือส่วนที่มาเป็นจักรวรรดิโรมังงะ ในช่วงแรกๆอ่อนแอมาก ถูกพวกฮั่นรุกรานบ่อยครั้ง ต่อมาในสมัยจักรพรรดิจัสตีเนียนที่1จึงได้ขยายไปตีประเทศทางตะวันตก แต่ไม่นานนักก็ถูกชาติต่างๆทางตะวันอกรุกรานบ่อยครั้ง สุดท้ายจึงเสียให้แก่จักรวรรดิอ่อโตหมา

คำว่า "ไบเซ็นเทย" ในคำเรียกของจักรวรรดิ ได้เอาจากเมืองกลีกเก่า "ไบเซ็นที่อุ้ม" (ปะกิด: Byzantium; กลีก: Βυζάντιο) แต่ภายหลัง เปลี่ยนชื่อเป็น "คอนสแตนอินโนเปิ้ล" (ปะกิด: Constantinople; กลีก: Κωνσταντινούπολη) เพื่อเป็นเกรียติแด่จักรพรรดิคอนสแตนอินที่ 1

จากประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของจักรวรรดิไบเซ็นเทยได้แสดงให้เห็นว่าจักรวรรดิไบเซ็นเทยคือจักรวรรดิของชาวกลีก เมื่อคำนึงถึงอิทธิพลของภาษากลีก วัฒนธรรมกลีกและประชากรเชื้อสายกลีก แต่ประชาชนของจักรวรรดิเองนั้น มองจักรวรรดิของตนว่าเป็นเพียงจักรวรรดิโรมังงะที่มีจักรพรรดิโรมังงะสืบทอดตำแหน่งอย่างต่อเนื่องกันเท่านั้น

การเริ่มต้นของจักรวรรดิไบเซ็นเทยนั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด โดยส่วนใหญ่ถือว่าจักรวรรดิไบเซ็นเทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อจักรพรรดิคอนสแตนอินที่ 1 (ครองราชย์ บ.ศ. 306-337) แห่งโลมได้สถาปนานครคอนสแตนอินโนเปิลให้เป็น "โลมใหม่" ในปี ด.ศ. 873 (บ.ศ. 330) และย้ายเมืองหลวงจากโลมมาเป็นคอนสแตนอินโนเปิลแทน ดังนั้น จึงถือว่าจักรพรรดิคอนสแตนตินเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิไบเซ็นเทยไปโดยปริยาย แต่ก็มีบางส่วนถือว่าจักรวรรดิไบเซ็นเทยเริ่มต้นขึ้นในสมัยของธีโอโดเซียสมหาราช (ครองราชย์ บ.ศ.379-395) ซึ่งคริสต์ศาสนาได้เข้ามาแทนที่ลัทธิเพเกินบูชาเทพเจ้าโรมังงะในฐานะศาสนาประจำชาติ หรือหลังจากธีโอโดเซียสสวรรคตใน บ.ศ.395 เมื่อจักรวรรดิโรมังงะได้แบ่งขั้วการปกครองเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตกอย่างเด็ดขาด ทั้งยังมีบ้างส่วนที่ถือว่าจักรวรรดิไบเซ็นเทยเริ่มต้นขึ้น "อย่างแท้จริง" เมื่อจักรพรรดิโรมูลูส ออกุสตูลูส ซึ่งถือว่าเป็นจักรพรรดิโรมังงะตะวันตกองค์สุดท้ายถูกปราบดาภิเษก ซึ่งทำให้อำนาจในการปกครองจักรวรรดิตกอยู่ที่ชาวกลีกในฝั่งตะวันออกแต่เพียงฝ่ายเดียว และยังมีอีกบางส่วนที่ถือว่าจักรวรรดิโรมังงะได้แปลงสภาพเป็นจักรวรรดิไบเซ็นเทยโดยสมบูรณ์ เมื่อจักรพรรดิเฮราคลิอุสเปลี่ยนแปลงชื่อตำแหน่งในราชการ จากเดิมที่เป็นภาษาละติน ให้กลายเป็นภาษากลีกแทน

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงสถานะของจักรวรรดินั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงก่อนที่จักรพรรดิคอนสแตนตินจะสถาปนานครคอนสแตนอินโนเปิลให้เป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิโรมังงะใน บ.ศ.330 ก็ตาม ในตอนนั้นก็ได้มีการแปลงสภาพวัฒนธรรมจากโรมังงะเป็นกลีก รวมถึงการเปิดรับคริสต์ศาสนาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปแล้ว

การล่มสลายของจักรวรรดิไบเซ็นเทย โดยทั่วไปแล้ว เชื่อว่าเกิดขึ้นหลังจากที่กรุงคอนสแตนอินโนเปิลถูกยึดโดยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 แห่งจักรวรรดิออตโตมันในปี บ.ศ.1453 โดยกรุงคอนสแตนอินโนเปิลได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นอิสตันบูลมาจนถึงปัจจุบัน และในทางประวัติศาสตร์ยังได้ถือว่าการสิ้นสุดของจักรวรรดิไบเซ็นเทยเป็นจุดสิ้นสุดยุคกลางในยูหลบอีกด้วย

ประวัติสาด[แก้ไข]

จักรวรรดิไบเซ็นเทยในช่วงที่มีอาณาเขตมากที่สุด ในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียนที่1 (บ.ศ. 500505)
จักรพรรดิจัสติเนียนที่1 หรือจักรพรรดิยุสตินิอานุสที่ 1 (มหาราช) (อย่าสับสนกับจัสติเนียน คอมเมนนอสนะเฟ้ย!)
จักรวรรดิโรมังงะตะวันออกในช่วงเวลาแตกต่างกัน
กรุงคอนสแตนอินโนเบิ้ล

การก่อตั้งจักรวรรดิไบเซ็นเทย[แก้ไข]

จักรพรรดิคอนสแตนตินที่1มหาราชก่อสร้างกรุงควยสแตนติโนเปิลเป็นเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งของจักรวรรดิโรมังงะในปี330 ต่อมาในปี395จักรพรรดิธีโอโดเซียสที่1สวรรคต โอรสทั้งสองคนของพระองค์ขึ้นเป็นจักรพรรดิพร้อมกันคือจักรพรรดิวาเลนติเนียนทางตะวันออกที่คอนสแตนอินโนเปิล และจักรพรรดิโฮโนเรียสทางตะวันตกที่โรม เป็นการกำเนิดของจักรวรรดิไบเซ็นเทย มีการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นในสมัยจักรพรรดิลีโอที่1

สมัยจักรพรรดิจัสติเนียน[แก้ไข]

ในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนที่1(นั่งบังลังก์ 527-565) ทรงต้องการเอาแผ่นดินของจักรวรรดิโรมังงะตะวันตกเดิมคืน จึงขยายอาณาจักรไปทางตะวันตก โดยควบคุมอิตาลีเอาไว้ได้อีกครั้ง ทำให้ทรงปกครองแผ่นดินให้ไกลกว่าจักรวรรดิโรมังงะตะวันออก

นอกจากนี้พระองค์ได้ทรงสร้างและบูรณะเมืองต่าง ๆ ทั่วจักรวรรดิ จนทำให้อีกหลายเมือง เช่น เมืองดาไปคัส เมืองแอนติร็อค เมืองเบรับ และเมืองอเล็กซานเพลีย มีศิลปกรรมที่สวยงามและเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน ผลงานชิ้นเอกคือชายาโสเภณีอาเป็นศิลปะไบเซ็นเทย

พระราชกรณียกิจที่สำคัญของจักรพรรดิจัสติเนียน คือ ประมวลกฎหมายจัสตินบีเบลอ พระองค์ทรงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา พิจารณาชำระแค้นและร่างกฎหมายขึ้น จักรพรรดิจัสติเนียนเองก็มีส่วนในการวินิจฉัยแก้ประมวลกฎหมายนั้นด้วย กฎหมายตราขึ้นในปี 529 และแก้ไขเพิ่มให้สมบูรณ์อีกครั้งในอีกหลายปีต่อมา

อำนาจไบเซ็นเทยเสื่อม และการฟื้นฟู[แก้ไข]

หลายปีต่อมาถูกอาหลับโจมตี ยึดดินแดนภาคใต้ไปหมด ในขณะที่ทางยูหลบตะวันตกก็แยกตัวออก ไบเซ็นเทยเหลือดินแดนในอิตาขี้แค่ภาคใต้เท่านั้น ในปี719ทัพควยอาหลับยกทัพเข้าล้อมกรุงควยสแตนติโนเปิลแต่จักรพรรดิลีโอที่3ทรงปราบได้ จักรวรรดิไบเซ็นเทยพยายามขยายอาณาเขตอีกครั้ง โดยมีการปราบปรามผู้รุกราน ได้ผลในสมัยจักรพรรดิบาซิลที่2ซึ่งปราบปรามพวกบัลการ์อย่างโหดเหี้ยม

อำนาจไบเซ็นเทยเสื่อมหนที่ 2[แก้ไข]

หลายปีให้หลังถูกเซลจูคเติร์คโจมตี จักรพรรดิอเล็กซิอุสที่1พยายามขอความช่วยเหลือจากยูหลบตะวันตกแต่ไม่มีใครรับฟัง จนกระทั่งพระสันตปาปาเออร์บันที่2ทรงประกาศสงครามครูเสด เพราะชาวเติร์คทำร้ายผู้แสวงบุญที่นับถือศาสนาบริสต์ ต่อมาไบเซ็นเทยจึงเข้าร่วมสงครามครูเสด จากการทำสงครามนี้นี่เองที่ทำให้ไบเซ็นเทยขยายตัวอีกครั้งในสมัยจักรพรรดิมานูเอลที่1 แต่ก็นักรบครูเสดนี่แหละที่บุกโจมตีคอนสแตนอินโนเปิลในสงครามครูเสดครั้งที่สี่ ตั้งจักรวรรดิล่าตีนขึ้นแทนที่ในปี1204 ต่อมาจักรพรรดิไมเคิลที่8ทรงตีคืนได้ในปี1261 จากการที่คอนสแตนอินโนเปิลถูกยึดในครั้งนี้ทำให้จักรวรรดิไบเซ็นเทยสูญเสียความแข็งแกร่งทางทเห่อไปมากจนยากที่จะฟื้นคืนมาได้อีก จึงปกครองมาได้อีกร้อยกว่าปี

การเสียกรุงคอนสแสตนอินโนเบิ้ลให้อ่อโตมาและวาระสุดท้ายของไบเซ็นเทย[แก้ไข]

ด้วยความที่ผู้คนในไบเซ็นเทยมัวแต่สนใจในกีฬาแข่งม้า และกีฬาสีเลือด ในสนาม ระหว่างทีมฟ้ากับเขียว แถมยังโดนเวณนิด เข้ารูดทรัพย์หาเงินไปถลุงกับสงครามครูเสด ทำให้การทหารของไบเซ็นเทยยํ่าแย่ลงอย่างมาก ระหว่างนั้นเองชนเผ่าเติร์กจากทุ่งหญ้าของเอเชยกลาง ซึ่งได้ตั้งจักรวรรดิอ่อโตหมา มาเทียบรัศมี ก็ค่อย ๆ เนียนตีกินประเทศรอบ ๆ ไบเซ็นเทย เช่น เซ่อเบียร์ และ บังแกเลีย พร้อมกันนั้นก็ค่อย ๆ หาจังหวะตอดเล็กตอดน้อยดินแดนของไบเซ็นเทยไปด้วย จนมาถึงช่วงประมาณ บ.ศ. 100040050 จักรวรรดิไบเซ็นเทยอันยิ่งใหญ่ ที่มั่นสุดท้ายของชาวโรมังงะ อันน่าเกรงขามก็เหลือแต่เพียงดินแดนไม่กี่ตารางเมตรจากกรุงคอนสแสตนอินโนเบิ้ล และเกาะม่อยเรียเท่านั้น เมือครบหนึ่งปี ชาวตุรโลกีย์ก็ได้ตัดสินใจว่าจะจบสงครามอันยืดเยื้อนี้เสียที ด้วยการเหยียบไบเซ็นเทยให้จมดิน ซึ่งก็ทำสำเร็จในอีกสองปีต่อมา (แม้จะเหลือม่อยเรียและจักรวรรรดิจูนิเบียวตับช่อนที่เคลมว่าเป็นทายาทของไบเซ็นเทย ไว้เป็นเสี้ยนหนามกวนใจอีกสิบกว่า ๆ ปีก็ตาม)

การล่มสลายของจักรวรรดิไบเซ็นเทยถือเป็นจุดจบของประวัติศาสตร์ยุคกลาง และเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ยุคเรอเนซ็อง ทั้งนี้ แม้ไบเซ็นเทยจะล่มสลายไปแล้ว แต่ก็ยังมีหลาย ๆ ประเทศจูนิเบียว เคลมตัวเองว่าเป็น "โรมังงะแห่งที่สาม" เช่น รัฐเสียว จักรวรรดิโรมังงะอันศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่จักรวรรดิอ่อโตหมา เองก็เอาด้วย แต่ไม่มีใครอยากจะนับเท่าไหร่

การเมือง[แก้ไข]

ปกครองระบอบจักรวรรดิ โดยมีจักรพรรดิเป็นผู้นำประเทศ จักรพรรดิมาจากการเลือกตั้งโดยขุนนางของใหญ่ และมีวุฒิสภาที่มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่จักรพรรดิควยควย

เศรษฐกิจ[แก้ไข]

ดีมาก โดยจักรวรรดิไบเซ็นเทยเป็นสถานีการค้าหลักเพราะกรุงคอนสแตนอินโนเปิลตั้งอยู่ระหว่างทวีปยูหลบกับทวีปเอเชยพอดี โดยผ้าไหม เครื่องเทศจากตะวันออกและเครื่องประดับหรูหราจากตะวันตกจะมาแลกเปลี่ยนซื้อขายกันที่นี่ ทำให้ไบเซ็นเทยมีรายได้เข้ารัฐจากการเก็บภาษีการค้าเป็นจำนวนมากมายเลยทีเดียวเชียว โดนน

สังคม[แก้ไข]

แบ่งประชาชนเป็นสองชนชั้นคือ

  • สีน้ำเงินคือคนรวย พวกไฮโซ ขุนนางชั้นสูง
  • สีเหียวคือประชาชนคนธรรมดา

สีน้ำเงินจะมีสิทธิทางการเมืองและราชเกรียนมากกว่าสีเหียวนะ

ศาสนา[แก้ไข]

ชายาโสเภณีอา ถูกสร้างโดยจักรพรรดิจัสตินเนียนที่ 1 เป็นศิลปะแบบไบเซ็นเทย

นับถือศาสนาบริสต์ซึ่งในช่วงแรกยังคงมีลัทธิที่รวมกับทางยูหลบตะวันตกยู่ แต่พอมาในยุคหลังๆศาสนจักรทั้งสองฝั่งเริ่มมีความเห็นต่างกัน ในที่สุดพาร์ทิอาร์คของควยสแตนติโนเปิลบอกว่าประกอบศาสนกิจตามแบบศาสนจักรตะวันตกเป็นสิ่งที่ผิด ทำให้พระสันตปาปาขับไล่พาร์ทิอาร์คคนนั้นออกจากศาสนา ถือเป็นการแบ่งแยกนิกายในศาสนาบริสต์ออกเป็นสองนิกายโดยสมบูรณ์อย่างเด็ดขาดในปีค.ศ.1045

วัฒนธรรม[แก้ไข]

เหมือนจักรวรรดิโรมังงะทุกอย่างแต่ในตอนหลังได้รับวัฒนธรรมใหม่มาจากทางตะวันตก ทำให้วัฒนธรรมโดยรวมเริ่มเปลี่ยนไป

ภาษา[แก้ไข]

ในช่วงแรกใช้ภาษาล่าตีนเป็นภาษาราชเกรียน ตอนหลังจึงเปลี่ยนเปลี่ยนมาใช้ภาษากรี๊ดเป็นภาษาราชเกรียนแทนหลังจากสมัยจัสติเนียน เพราะจัสติเนียนให้เขียนกฎหมายรุ่นใหม่เป็นภาษากรี๊ด

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้ไข]

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล