ฉินซีฮ่องเต้

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
ฉินซีฮ่องเต้
ฉินซีฮ่องเต้


จักรพรรดิจีน บร๊ะองค์แรก
(ก่อนหน้านี้มีแต่กษัตริย์)
ดำรงตำแหน่ง
246 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 210 ปีก่อนคริสต์ศักราช
นายกรัฐมนตรี หลี่ซือ
สมัยก่อนหน้า ฉินจวงเซียงอ๋อง
สมัยถัดไป ฉินเอ้อซื่อฮ่องเต้

ออกมาดูโลก 259 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ในป่า แถบชายแดนรัฐฉิน
ลาโลก 210 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ซาซิว (ในรถม้า)
สังกัดพรรค ไม่มี อาศัยการปราบดาภิเษก
สมรสกับ ไม่รู้จัก
ศาสนา ไม่มีศาสนา
  • ผมถาม ไปอยู่เมืองจีนทำไม อยู่ประเทศเทยแล้วจะตายมั้ย
                     — ไอ้หมัคร
  • กูชอบมัน กูเลยเอาอย่างมัน
                     — พอล พต
  • ฆ่านายทุนทำไม ฆ่าอำมาตย์สิ
                     — ชาวลากย่า
  • แม่งโหดกว่ากูอีก
                     — อเด้า ซิสเลอร์และโจเสียบ สตาเลี่ยนกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน
  • มันเป็นความบกพร่องโดยสุจริตของเขาเองครับ
                     — ทุจศิล
  • คนๆ นี้เป็นทั้งมหาราชและทรราชในเวลาเดียวกัน
                     — นักประวัติศาสตร์ฝึกหัด
  • จะใช้คนจีนสร้างทำไม เอาเชลยมาทำสิ
                     — วิศวะเกรียนยุ่นปี่ในสงครามโลกครั้งที่ 2
  • ผลาญชีวิตคนในประเทศกับการก่อสร้างหมดแล้วจะเอาที่ไหนไปรบละ
                     — ฮันคิยูริฮ่องเต้

ฉินซีฮ่องเต้ (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì, คนเทยรุ่นเก่าเรียก "จิ๋นซีฮ่องเต้" ที่ถูกอ่าน "ฉินสื่อหวงตี้") เป็นจักรพรรดิจีนที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ สังหารคนชาติเดียวกันไปหลายล้านคนในการสร้างกำแพงเมืองจีน บร๊ะราชวัง และสุสาน กองทัพของบร๊ะองค์นั้นเข้มแข็งมาก ผ่านไปที่ใดที่นั่นจะราบเป็นหน้ากลอง และปรับระบบการเขียนและระบบชั่งตวงวัดเป็นระบบเดียวกันกับของอาณาจักรฉิน สั่งเผาตำราฆ่าบัณฑิต ทำให้ประชาชนต่อต้านมาก เลยพยายามก่อการประท้วงแต่ก็ถูกทเห่อของบร๊ะองค์จับตัดหัวหมด ประชาชนเลยหัวหดอยู่แต่ในบ้าน

อนึ่ง บร๊ะองค์เป็นหนึ่งในจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน

ชาติกำเนิดอันลึกลับ[แก้ไข]

เรื่องราวว่าด้วยชาติกำเนิดของฉินซีฮ่องเต้ว่าไปแล้วก็ไม่ธรรมดา เต็มไปด้วยเรื่องราว "รักซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ" (?) จำเป็นต้องเท้าความไปตั้งแต่ก่อนตะแกจะเกิดเลยล่ะ

เรื่องมันมีอยู่ว่า.....

เขาว่ากันว่า หลี่ปู้เว่ย นายทุนหน้าเลือดเจ้าของกลุ่มกิจการ ชินเสียละพ่อค้าม้าผู้มั่งคั่งแห่งรัฐหานได้เดินทางมาค้าขายที่รัฐจ้าวและได้พบกับจื้อฉู่ เจ้าชายลูกเมียน้อยแห่งรัฐฉินที่ถูกบิดาถีบหัวส่งมาเป็นตัวประกัน จึงได้เกิดแรงบันดาลใจที่จะทำการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการพลิกสถานะของเจ้าชายลูกเมียน้อยให้กลายเป้นรัชทายาทให้ได้ หลี่ปู้เวยจึงทำการติดสินบนเป็ดคุมคุก นายตำกวดผู้ใหญ่ให้ทำการหลับยามปล่อยให้เจ้าชายและหลี่ปู้เวยหนีกลับรัฐฉินได้สำเร็จ

หลี่ปู้เว่ยรู้ดีว่าฉินอ๋อง อิ๋งเซียวเหวินนั้นกลัวเมียจนขี้หดตดหายจึงพาตัวเจ้าชายตกอับไปเข้าพบบร๊ะชายารัฐฉิน และเขาก็รู้ดีว่าบร๊ะนางทรงมาจากรัฐฉู่และยังไม่มีบุตร จึงวางแผนเขาหาเสียโดยกล่อมบร๊ะนางว่า "ตอนนี้บร๊ะสวามีกลัวบร๊ะนางจนขี้หดตดหาย แต่ต่อไปหลังสิ้นบร๊ะองค์ ใครจะดูแลบร๊ะนางเล่าเพราะบร๊ะนางไม่ได้มีบุตรเสียหน่อย ทำไมไม่รับเชื้อสายเจ้ารัฐฉินเป็นบุตรบุญธรรมเล่า ต่อไปในภายหน้าจะได้เลี้ยงดูบร๊ะนางได้" บร๊ะนางจึงยอมให้จื้อฉู่เข้าเฝัา

แผนต่อไปของหลี่ปู้เว่ยคือให้จื้อฉู่เข้าเฝ้าด้วยชุดแบบฉู่ บ้านเกิดของบร๊ะนาง พอบร๊ะนางเห็นเข้าก็ตกลงรับเจ้าชายตกอับเป็นลูกบุญธรรมทันที และต่อมาบร๊ะนางก็บังคับให้สามีผู้รักเมียกลัวเมียรับจื้อฉู่เป็นรัชทายาทด้วยประกาลฉะนี้และ ส่วนหลี่ปู้เว่ยจึงได้ตำแหน่งมหาเสนาบดีไปโดยปริยาย

หลี่ปู้เว่ยมีนักร้องส่วนตัวนางหนึ่งชื่อเลียดิเจ้าจี และนางก็ถูกสงสัยว่าถูกหลี่ปู้เว่ยอัดเด็กเข้าท้องเรียบร้อยแล้วเสียด้วยสิ วันหนึ่งจื้อฉู่เดินทางมาเยี่ยมหลี่ปู้เว่ยและได้พบเจ้าจีเข้าและตะลึงอึ้งกิมก่า หลี่ปู้เว่ยจึงเห็นช่องยกเจ้าจีให้จื้อฉู่ทันที และนางก็คลอดเกรียนมหาราช นามอิ๋งเจิ้งภายในเวลา 1 วินาทีหลังจากถูกส่งตัวไป

มาถึงตรงนี้เลยอาจสรุปได้ว่า อิ๋งเจิ้งมีแม่คนเดียว แต่มีพ่อถึง 2 คน (คนไหนเป็นพ่อตัวจริงก็ม่ายรุ อิๆ) ยังดีไม่มีมากถึง 3 ไม่งั้นอนาคตอาจเป็นแบบลิโป้ในยุคสามกร๊วกก็ได้นะ

ยุวกษัตริย์[แก้ไข]

เมื่ออิ๋งเจิ้งอายุสิบขวบ อิ๋งเซียวเหวินผู้เป็นปู่ตายอย่างลึกลับ พ่อของเขาจึงได้ครองบัลลังก์ และต่อมาอีกสามปี พ่อเขาก็ตายอย่างลึกลับอีกราย เขาจึงได้นั่งบัลลังก์มาแต่นั้น โดยมีหลี่ปู้เว่ยเป็นผู้สำเร็จราชการแทน เพราะตามธรรมเนียมแล้วอิ๋งเจิ้งจะสามารถปกครองรัฐได้อย่างเต็มอำนาจเมื่อเขามีอายุครบสิบห้า

ความเกรียนของหลี่ปู้เว่ยในระยะนี้เป็นที่รำคาญของอิ๋งเจิ้งมาตลอดเพราะนอกจากจะตั้งตัวเป็นบร๊ะบิดาบุญธรรมของอิ๋งเจิ้งแล้ว ยังจะดูมีบารมีทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาอิ๋งเจิ้งเสียด้วยสิ แต่ยังทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ ในขณะนั้นมีบัณฑิตบัณฑิตอพยพตกกระป๋อง 2 คน คือ "หลี่ซือ" กับ "เมิ่งเถียน" เข้ามารับใช้หลี่ปู้เหว่ย แต่ว่าหลี่ปู้เหว่ยเผด็จกูมากเกินไป ทั้งยังใช้เงินหลวงจัดงานเลี้ยงเป็นประจำ อิ๋งเจิ้งจึงคิดปฏิรูปการปกครอง จึงจัดงานเลี้ยงขึ้น แต่มีคนมาร่วมน้อยมาก ทว่าต่อมาหลี่ปู้เหว่ยเข้ามาร่วมด้วย จึงเลิกงานไป และหันไปประชุมกันอย่างเงียบๆ แทน

ฝ่ายเจ้าจี เนื่องจากว่าแต่เดิมมีสามีโดนนิตินัยอย่างอิ๋งเซียวเหวินคอยช่วยสำเร็จความใคร่แล้ว ยังมีหลี่ปู้เว่ยมาแอบช่วยอีกทาง แต่ต่อมาหลี่ปู้เว่ยเริ่มกลัวอิ๋งเจิ้งจะจับได้จึงพยายามปลีกตัวออกห่าง ปล่อยให้บร๊ะนางต้องทนเงี่ยนเหงาอยู่เดียวดาย

ว่ากันว่ามีกระทาชายนายหนึ่ง นามว่า เล่าไอ้แสด มีอวัยวะเพศชายใหญ่มหาศาล เอาใส่แทนเพลารถม้าได้ ใช้ตบเกรียนแตกได้ เป็นเหตุให้บรรดาสาว ๆ เจ็ดจะย่องเขาอยู่บ่อยๆ ข่าวนี้เสียงลือเสียงเล่าอ้างไปจนถึงตำหนักใน เล่าไอ้จึงถูกนำตัวเข้ามาโดยใช้พลังน้ำชาให้เจ้าหน้าที่รับรองว่าเขาถูกตอนเป็นขันทีเรียบร้อยแล้ว

และแล้ว เจ้าจีและเล่าไอ้ก็กระทำการเชิดสิงโตกันจนบร๊ะนางท้อง ทั้งคู่จึงย้ายหนีสายตาของอิ๋งเจิ้งไปเชิดกันต่อที่เสียงหยางอย่างมีความสุขจนมีลูกอีกคนรวมเป็นสองคน

ตบเกรียนล้างบาง[แก้ไข]

เรื่องราวทุกอย่างล้วนอยู่ในการรับรู้ของอิ๋งเจิ้งทั้งสิ้นเพียงแต่ยังทำอะไรไม่ได้เท่านั้น จนกระทั่งเรื่องราวประจวบเหมาะอิ๋งเจิ้งอายุสิบห้า ทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองบัลลังก์อย่างเต็มตัว เขาก็ทำการจู่โจมสายฟ้าแลบบุกรังรักของเล่าไอ้และเจ้าจีซึ่งกำลังวางแผนก่อการกบฎจับทั้งคู่ำได้โดยละม่อม เล่าไอ้ถูกจับตอนให้เป็นขันทีจริง ก่อนจะถูกตัดหัวเนรเทศไปเมืองผี เจ้าจีถูกขังไว้ในวังใน ส่วนน้องต่างบิดาทั้งสองถูกจับใส่ถุงส่งไปรษณีย์ไปเมืองผี ส่วนหลี่ปู้เว่ยถูกปลดทิ้งฐานแอบรู้เห็นเป็นใจและได้ตั๋วเครื่องบินไปอยู่บ้านนอก แต่ถูกเปลี่ยนไฟล์ตกลางทางไปลงนรกแทน โทษฐานหมั่นไส้ลักลอบนำเอกสารลับของทางราชเกรียนออกไปเผยแพร่

ว่ากันว่า น้องชายที่หายไปของเล่าไอ้นั้น ได้ไปเกิดใหม่เป็นรัสปูตีน

ขยายอำนาจ + ตั้งตัวเป็นจักรพรรดิ[แก้ไข]

เมื่ออิ๋งเจิ้งตบเกรียนล้างบางแล้ว จึงคิดการใหญ่ปฏิรูปการปกครองและขยายอำนาจอาณาจักร โดยอาศัยความช่วยเหลือจากเหล่าบัณฑิตอพยพตกกระป๋องจากแคว้นอื่นอย่าง "หลี่ซือ" "เมิ่งเถียน" และ "เว่ยเหลียว" (สองคนแรกเคยทำงานให้ทุจศีลหลี่ปู้เหว่ยมาก่อน แต่รับไม่ได้ เลยหันมาทำงานให้ตาลิ้มอิ๋งเจิ้งแทน) ทั้งหมดร่วมกันวางแผนส่งสายลับ ประหารทูต เข่นฆ่าบัณฑิตของรัฐต่างๆ แล้วเอากองทัพไปบุก "จิงเคอ" และ "องค์ชายไท่จื่อตัน" แห่งอาณาจักรเอี้ยน (หาน) เห็นว่าอิ๋งเจิ้งเหิมเกริมมากไป และปกครองด้วยความโหดร้าย จึงคิดที่จะฆ่าอิ๋งเจิ้งเสีย แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำไม่สำเร็จ ขุนนางแห่งอาณาจักรฉินได้โยนแป้งใส่จิงเคอ จิงเคอจึงถูกอิ๋งเจิ้งแทงตายแทน จากนั้นอิ๋งเจิ้งจึงกรีฑาทัพไปตีรัฐต่างๆ จนรวมแผ่นดินได้เมื่อ 221 ปีก่อน ค.ศ.

หลังจากรวมแผ่นดินสำเร็จ อิ๋งเจิ้งคิดไปเองว่าตัวเองมีคุณงามความดียิ่งกว่า 3 บูรพกษัตริย์ 5 มหาราชา จึงสถาปนาตัวเองเป็นมหาจักรพรรดิราชาธิราช โดยเอาคำว่า "หวง" (อ๋อง, ฮ่อง, อ๊วง - ขึ้นอยู่กับแต่ละสำเนียง) กับ "ตี้" (เต้) มารวมกันเป็น "หวงตี้" ซึ่งก็คือคำว่า "ฮ่องเต้" นั่นเอง และไปทำพิธีประกาศตัวเป็นบร๊ะเจ้าราชาธิราชที่เขาไท่หังซาน

ขณะเดียวกัน อิ๋งเจิ้งก็กลัวคนอื่นจะตั้งสมัญญานามของบร๊ะองค์ในทางร้าย จึงเปลี่ยนระบบการเรียกชื่อจักรพรรดิใหม่ โดยให้เรียกเป็นจักรพรรดิองค์ที่หนึ่งที่สองไปจนถึงองค์ที่ร้อยที่พัน บร๊ะองค์เป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีน จึงเฉลิมบร๊ะราชสมัญญานามใหม่ว่าฉินซีฮ่องเต้ แปลว่าจักรพรรดิองค์แรก หลังจากนั้นบร๊ะองค์จึงยกเลิกระบอบศักดินา แล้วเปลี่ยนเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์แทน โดยแบ่งหัวเมืองออกเป็นจังหวัด ไม่มีการตั้งเชื้อบร๊ะวงศ์เป็นอ๋องเพราะกลัวมีการกบฏ ทั้งนี้ยังมีการปรับตัวหนังสือ การชั่งตวงวัดเป็นระบบเดียวกันเพื่อที่จะให้ประเทศจีนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง

ตัวอักษรดังกล่าว ในที่นี้เขียนเป็นบร๊ะนามของทั่น

ก่อกรรมทำเข็ญ[แก้ไข]

ฉินซีฮ่องเต้ได้ดำเนินโครงการขนาดใหญ่เอาไว้มาก เช่น กำแพงเมืองจีน คลองหลิงฉีและเจิ้งกั๋วฉี บร๊ะราชวังเออผังกง และสุสานที่ภูเขาหลี่ ทั้งหมดนี้ใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมหาศาล ระหว่างการก่อสร้างนั้น มีคนงานตายไปนับแสนคน จึงเกิดกระแสการต่อต้านทั่วทั้งประเทศ หลี่ซือเสนอว่า

Cquote1.png ตำราของลัทธิขงจื๊อทำให้ความคิดของผู้คนไม่เหมือนกับเรา Cquote2.png
หลี่ซือ

ฉินซีฮ่องเต้จึงสั่งเผาตำราที่เกี่ยวข้องกับสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ทั้งหมด เป็นการทำให้ประชาชนยิ่งเหม็นขี้หน้าฉินซีฮ่องเต้กันไปใหญ่ เหล่าปัญญาชนจึงออกมาเดินขบวนประท้วง ฉินซีฮ่องเต้จึงให้ทเห่อจับคนเหล่านั้นฝังทั้งเป็น รวมคนถูกฝังทั้งเป็นจำนวน 460 คน ประชาชนเริ่มทนไม่ไหวจึงอู้งาน ก็ถูกทเห่อตามไปจับถึงบ้าน เป็นผลให้ประชาชนเกลียดบร๊ะองค์มากขึ้น

จบเห่[แก้ไข]

ต่อมาไม่นานฉินซีฮ่องเต้ไปตรวจการสร้างสุสานของบร๊ะองค์ที่ภูเขาหลี่ ตอนนั้นสุสานของบร๊ะองค์สร้างเสร็จแล้ว ก่อนหน้านั้นบร๊ะองค์หลงไหลยาอายุวัฒนะ จนผลาญเงินภาษีประชาชนไปกับการล่ายาอายุวัฒนะซึ่งไม่มีอยู่จริง (ถึงขนาดให้คนล่องเรือลอยคอรอคอยในทะเลไปไล่ล่ายาอายุวัฒนะแกก็ทำได้นะ) ยาเหล่านั้นทำให้บร๊ะองค์เริ่มคิดว่าตัวเองเป็นมหาเมพ และคิดว่าตัวเองไม่มีวันตาย แต่หลังจากไปดูการก่อสร้างสุสานของบร๊ะองค์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ทำให้ฉินซีฮ่องเต้ฉุกคิดได้ว่าชีวิตเป็นสิ่งไม่จีรัง และบร๊ะองค์ก็สวรรคตในเวลาต่อมาไม่นานนัก ศพของบร๊ะองค์เน่าคารถอยู่นานหลายวันกว่าจะลากมาถึงเมืองหลวงได้ (กรรมตามสนองแท้ๆ)

ก่อนที่จะลงนรก บร๊ะองค์ได้ทิ้งราชโองการเอาไว้ว่าให้ "ฝูซู" เป็นกษัตริย์ ทำให้ขันที "เจ้าเกา" ไม่พอใจ ตะแกจึงปลอมราชโองการให้ฝูซูกับเมิ่งเถียนฆ่าตัวตาย แล้วยก "หูไฮ่" ขึ้นเป็นจักรพรรดิ หูไฮ่นั้นเป็นคนที่ไม่ใฝ่รู้ สนใจแต่การเสวยสุขแต่ทุกข์ไม่เหลียวแล กิจการต่างๆ ก็โยนให้เจ้าเการับผิดชอบเรียบ การเมืองจึงเริ่มเหลวแหลกและสุดท้าย หลี่ซือก็ถูกเจ้าเกาประหาร เจ้าเกาเอากวางดาวมาให้องค์จักรพรรดิดู โดยบอกว่าเป็นควาย แต่บร๊ะองค์ไม่เชื่อ บร๊ะองค์รู้ว่าเป็นกวาง แต่ขุนนางคนอื่นบอกว่าเป็นควายเพราะกลัวเจ้าเกาจะตัดหัว จักรพรรดิฉินเอ้อซื่อ (จักรพรรดิบร๊ะองค์ที่สอง) ก็ไม่มั่นใจความสามารถของตัวเอง และกลายเป็นหุ่นเชิดของเจ้าเกาในที่สุด

ด้วยความเหลวแหลกของบ้านเมืองทำให้ประชาชนที่นำโดย "เฉินเซิ่ง" และ "อู๋ก่วง" ไม่พอใจ จากการที่เขาเอาคนไปซ่อมกำแพงเมืองจีนล่าช้าเนื่องจากฝนตก กฎหมายฉินที่ร้ายแรงระบุเอาไว้ว่า

Cquote1.png ใครก็ตามที่มาทำงานสายมีโทษประหารชีวิตสถานเดียว Cquote2.png

เฉินเซิ่งและอู๋ก่วงจึงก่อกบฏ เพราะเห็นว่ารัฐบวมหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว แต่สุดท้ายพวกเขาก็พ่ายแพ้ต่อกองทัพรัฐบวมและถูกประหารชีวิต ในขณะเดียวกันนั้น เจ้าเกาก็ฆ่าหูไฮ่และตั้ง "จื่ออิง" เป็นกษัตริย์ (ไม่ใช้คำว่าจักรพรรดิเพราะเสียดินแดนไปเยอะ) แต่จื่ออิงหักหลังโดยการประหารขันทีเจ้าเกา ในช่วงนั้นกองกำลังที่ต่อต้านราชวงศ์ฉินก็ถือโอกาสลุกฮือทั่วทั้งประเทศ "เล่าปัง" เข้ากรุงเซียนหยางได้ก่อนใครเพื่อน บร๊ะเจ้าจื่ออิงจึงเสด็จออกมายอมแพ้

ราชวงศ์ฉินจึงจบเห่ลงด้วยประการฉะนี้ แต่ภายหลังก็กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ห้า

สิ่งที่เหลืออยู่[แก้ไข]

กองทเห่อเทียมของพี่แกเขาล่ะ
  • กองทัพเทียม ทำจากหม้อดินเผา
  • คลองหลิงฉีและเจิ้งกั๋วฉี
  • กำแพงเมืองจีน
  • แนวการปกครองที่อำมาตย์ฮันนำมาใช้
โครง บทความเกี่ยวกับบุคคล ทั้ง บุคคลสำคัญ บุคคลไม่สำคัญ และ บุคคลสังคังนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล