ประเทศรัฐเสียว

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!
Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับประเทศรัฐเสียว หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ รัฐเสียว (แก้ความกำกวม)

“กฎสำคัญในทุกตำราพิชัยสงคราม 1. อย่าบุกรัฐเสียวตอนหน้าหนาว 2. อย่าเอากองทัพไปรบในเมืองเจี๊ยว

~ เบิ้นหนาด มอนโกมารี่ นายพลชาวอังเกรียน

“ม่างหนาวสัด พวกรุสกี้อยู่กันไปได้ไงวะเนี่ย!?”

~ ทหารนาฮีที่สตาลินกราดกล่าวถึงฤดูหนาวมหาประลัยของรัฐเสียว
Российская Империя Советских Федерация
สหพันธรัฐจักรวรรดิโวเสี้ยตรัฐเสียว
รัฐเสียว
Hybrid Russian Flag.jpeg
Putin on the Ritz.gif
ธง ตราแผ่นดิน
คำขวัญ: Rush B Cyka blyat!
เพลงชาติ: รัฐเสียว อยากซื้อเซฟ มายานา ชาเหม็นชาว่า
Russia map looks like.jpg
แผนที่รัฐเสียว
เมืองหลวงมอสคาว
เมืองใหญ่สุดพเทยยากราด
เดมะนิมรัฐเสี้ยน
ภาษาประจำชาติภาษารัฐเสียว
รัฐบวมเผด็จการผสมโมเอะธิปไตยเจื้อปนคอมมี่
‑ บร๊ะมหาจักรพรรดิประทานาทิปบ่เลวตลอดกาลวลาดิผัวร์ ปูตีน
‑ นายีร๊ฐมนตร๊กมีค่าฮีล ชุบกูตีน
สินค้าสำคัญวอดก้า เอเค-47 เสื้อ Adidas หลอดทาชังก้า
รัฐประจานสหภาพโวเสี้ยตโดยโบฤทธิ์ เยลสิ้น4 ตุลายน บ.ศ. 21593963
สถุลตังค์รูเบิ้ลรัฐเสียว
ศาสนาศาสนโอตาคุ
ประชากร144,526,636 คน
พื้นที่17,075,200 ตารางกิโลเม็ด
ความหนาแน่น8.4 ต่อกม.2
สินค้าส่งออกหลักวอดก้า เอเค-47 อีผีชาร์จ 41 ปืนกลแดกเตี่ยรวบ หัวปลีมหาประลัย สาว ๆ ในอวดอบนาบ
สินค้านำเข้าหลักจรวด
สัสสัตว์ประจำชาติหมีขาว
รหัสอินเทอร์เน็ต.RW
รหัสมือถือข้ามประเทศ549
ขับรถทางทางหมีเดิน

รัฐเสียว (ปะกิด: Russiaw; รัฐเสียว: Матушка Россия) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหพันธรัฐจักรวรรดิโวเสี้ยตรัฐเสียว เรียกกันกันง่าย ๆ ว่า รุสกี้ อีวาน หรือสำหรับคนหลงยุค คอมมี่ เป็นประเทศเบิ้ม ๆ คือลือ ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปยูหลบจรดทางเหนือของทวีปเอเชย และมีนครปกครองตนเองอยู่ในเอเชยตะวันออกเฉียงใต้ คือ พเทยยากราด ประเทศรัฐเสียวเป็นที่รู้จักจากวอดก้าชั้นเยี่ยม ฤดูหนาวเข้ากระดูกดำ ปืนอาก้าที่ขายดีทั่วโลก และสาว ๆ สุดฮอตที่พบได้ทั่วไป

ประหวัดสาส[แก้ไข]

Cquote1.png มาเป็นหนึ่งเดียวกันเถอะ! Cquote2.png
ประโยคติดปากชาวรัฐเสียวเวลาบุกชาวบ้านชาวช่อง

ยุคเคี๊ยกวาน-รัฐ[แก้ไข]

ตัวอย่างของทหารในกองทัพเด็กแว้นเมียโกลอง ผู้ตบเกรียนสิบเอ็ดกร๊วกแห่งเคี๊ยกวาน-รัฐ

ประหวัดสาสของประเทศรัฐเสียวเริ่มขึ้นเมื่อเบจิศตวรรษที่ 9 เมื่อชาวเสลฟ เข้ามาตั้งถิ่นฐานแถวเมืองเนิฟกูรอด ปัจจุบัน ก่อนจะถูกชาวไวกลิ้งจากกลุ่มนอดิ๊ก มาเยี่ยมบ้านแบบไม่ได้รับเชิญ พวกไวกลิ้งที่สำคัญคือพวกว่ารันเจี๋ยน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ย ก็ดูชื่อพี่แกสิ มีคำว่าเจี๋ยน ก็คงบอกได้กลาย ๆ แล้วว่าคนพวกนี้ไม่ได้เป็นพวกแอ๊บแบ๊ว โชคยังดีที่ชาวเสลฟกลุ่มนี้นั้นฉลาด และบวกกับยังไม่มีผู้นำเป็นฝั่งเป็นฝา เลยยื่นข้อเสนอให้พวกว่ารันเจี๋ยนมาปกครองแถว ๆ นี้ แลกกับการที่พวกว่ารันเจี๋ยนจะต้องป้องกันชาวเสลฟ จากไวกลิ้งกลุ่มอื่น ๆ ถามว่าพวกว่ารันเจี๋ยนตกลงไหมนะหรอ?...

ก็แน่นอนสิครับ ประเทศฟรี ๆ ใครก็ชอบ! และนอกจากนี้มันยังทำให้ชาวเสลฟกลุ่มนี้ได้ประโยชน์ถึงสองต่อ คือ

  1. มีคนคุ้มกะลาหัวจากไวกลิ้งกลุ่มอื่น ๆ
  2. ไม่ต้องโดนพวกพวกไวกลิ้งกลุ่มนี้ไถ่ตังค์จนหมดตรูดเหมือนที่อังเกรียนและเศษฝรั่งโดน

ต่อมาชาวว่ารันเจี๋ยนและชาวเสลฟก็ผสมปนเปกันจนเกิดเป็น ชาวรัฐ ซึ่งจะกลายเป็นบรรพบุรุษของชาวรัฐเสียว ยูเคย และเบลาหลุดในอนาคต

หลังจากนั้นไม่นาน ชาวรัฐก็ได้เฮละโลพากันไปตบเกรียนชนเผ่า "ข้าซ่า" แล้วยึดกรุงเคี๊ยก เมืองหลวงของพวกข้าซ่ามาเป็นเมืองหลวงของตัวเองแทนเนิฟกูรอดเดิม เป็นที่มาของชื่อยุค "เคี๊ยกวาน-รัฐ" ซึ่งปัจจุบันทั้งรัฐเสียวและยูเคย (และลากยาวไปถึงเบล่าหลุด) ต่างก็เคลมตัวเองอย่างภาคภูมิใจเต็มร้อยว่า "ข้านี้แหละ ทายาทของเคี๊ยกวาน-รัฐที่ถูกต้องแต่เพียงหนึ่งเดียว" หารู้ไม่ว่าทั้งสามประเทศมันก็มีจุดเริ่มต้นมาจาก "เคี๊ยกวาน-รัฐ" เหมือนกันนั้นแหละหว่า

นอกจากนี้ ชาวรัฐบางกลุ่มก็ยังไปก่อเกรียนไกลถึงจักรวรรดิไบเซ็นเทย ซึ่งถ้าเปรียบไปแล้วก็เหมือนเกรียนเทยไปไกลถึงนาซา โดยการแอบซุ่มตุ๋ย ฝ่ายไบเซ็นเทยที่กำลังวอร์กับพวกอาหลับอย่างเมามันส์ แต่ก็ไม่สามารถยึดเอากรุงคอนสแตนอินโนเบิ้ลของพวกไบเซ็นเทยมาได้ ว่ากันว่านี้เป็นผลมาจากบร๊ะพลานุภาพของพระแม่มาโดกะ ศาสนิกชนชาวโอตาคุในเมืองจึงแทบจะถวายน้ำแดงสามเวลาหลังอาหารให้แก่บร๊ะนาง

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ชาวรัฐมานอนคิดตีนก่ายหน้าผากว่า "เอ๋ หรือว่าเมพทอจะทอดทิ้งพวกเราเสียแล้ว? อย่ากระนั้นเลย พวกเราจงเร่งหาเมพองค์ใหม่มาชาบูกันดีกว่า!" จากนั้นชาวรัฐหลายกลุ่ม หลายพรรคหลายพวกก็เริ่มออกเดินทางสู่แกรนด์ไลน์ ไปทั่วโลกเพื่อหาเมพองค์ใหม่ของพวกเขา ทั้งกรุงโลมในประเทศอิตาขี้ พวก อิ.อิว ครองโลกในเอลซาราอิส และคาบสมุทรอาหลับ ก่อนที่จะวกกลับมาที่คอนสแตนอินโนเบิ้ล (อีกแล้ว)

จากการออกค้นหาครั้งนี้ทำให้ชาวรัฐได้รู้จักศาสนาโอตาคุ ศาสนาซลาตัน และลัทธิธนาธิปไตย จากชาวยูหลบ ชาวอาหลับ และชาวเอลซาราอิสเป็นครั้งแรก ศาสนาแรกที่ตกรอบไปก่อนเลยคือศาสนาซลาตัน อันเนื่องมาจากหลักธรรมที่ห้ามตั้งวงเหล้า ซึ่งไม่ถูกใจชาวรัฐเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขากระดกวอดก้า 40 ดีกรีกันเป็นเรื่องปกติ ขืนมาสั่งเลิกตอนนี้คงได้ลงแดงตายทั้งประเทศเป็นแน่

ถัดมาคือลัทธิธนาธิปไตย เพราะชาวรัฐเป็นพวกยากจน (ก็เงินเอาไปลงขวดเหล้ากันหมดแล้วนี้) ขืนต้องใช้เงินในพิธีศาสนาอีกคงมีหวังเงินไม่มีเหลือซักแดง ท้ายที่สุดศาสนาที่ชนะเลิศก็คือศาสนาโอตาคุ นิกายออถ่องดอก เพราะนอกจากจะไม่ห้ามกระดกเหล้า ไม่ขูดเงินชาวบ้านชาวช่องแล้ว วิหารอาแก โซเฟี้ยว ที่คอนสแตนอินโนเบิ้ล ยังสวยกว่าวิหารเซ็งปีแตร์ ของฝ่ายการ์ตูนหลิกที่โลมตั้งหลายขุม เหตุผลอะไรวะเนี่ย?

หลังจากนั้นเคี๊ยกวาน-รัฐ ก็เข้าสู่ยุคทอง แต่เรื่องดี ๆ คนเราไม่ชอบฟังกันหรอก ฉะนั้นจะขอข้ามส่วนนี้ไปเลยก็แล้วกัน

ข้ามมาในเบจิศตวรรษที่ 11 เคี้ยกวาน-รัฐ ก็มีการจัดแบทเทิลรอยัลกันระหว่างสิบเอ็ดกร๊วกในเคี๊ยกวาน-รัฐ ซึ่งมีความเมามันส์ไม่แพ้รอบสามกร๊วก ของเมืองเจี๊ยวแต่อย่างใด โดยมีการพักการแข่งขันเกิดเป็นพัก ๆ เพื่อไปตบเกรียนพวกไทต่างด้าว ท้าวต่างแดน เข้าตำราที่ว่า "ยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง" โดยแท้

ระหว่างที่ชาวรัฐกำลังรบกันเองในบ้านอย่างเมามันส์ไม่มีบันยะบันยัง พวกชาวยูหลบตะวันตกก็ได้เข้าปล้นจักรวรรดิไบเซ็นเทย ซึ่งผันตัวมาเป็นคู่ค้ารายสำคัญของเคี๊ยกวาน-รัฐ เพื่อหาเงินทุนไปถลุงกับสงครามครูเสด เหตุการณ์นี้ส่งผลถึงเศรษฐกิจเคี๊ยกวาน-รัฐที่จนอยู่แล้ว ยิ่งจนเข้าไปอีก ชนิดที่ว่าชาวบ้านตาสีตาสายันเจ้ามูลเมืองก็ไม่อาจเจียดเงินมาซื้อวอดก้าซักแบนได้เลยแม้แต่น้อย

ท้ายที่สุดบรรดาสิบเอ็ดกร๊วกก็ถูกกองทัพเด็กแว้นเมียโกลอง ตบเกรียนแตกเรียงตัว และกลายมาเป็นเบ๊ของเมียโกลองนับแต่บัดนั้น ถือเป็นจุดจบอันน่าอนาถของเคี๊ยกวาน-รัฐ

ยุคกลาง[แก้ไข]

เมืองมอสคาวช่วงเริ่มแรก

จริง ๆ แล้ว ยุคกลางของรัฐเสียวนั้นก็คาบเกี่ยวกับช่วงเวลาทั้งหมดของยุคเคี๊ยกยกวาน-รัฐ แต่ส่วนนี้จะพูดถึงเรื่องราวหลังจากนั้น ถึงเบจิศตวรรษที่ 17 ซึ่งชาวรัฐเสียวก็ยังนับว่านั้นเป็นยุคกลางของเขา (รวมๆ แล้ว ยุคกลางของรัฐเสียวจะยาวกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาตั้งสองร้อยปี คือเบจิศตวรรษที่ 9-17 ในขณะที่ประเทศอื่นเขาสมองทะลุ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 แล้ว)

ภายหลังจากที่กร๊วกทั้ง 11 ถูกพวกเมียโกลองตบเกรียนเกรียนแตกจนลดสภาพกลายมาเป็นลูกกะจ๊อกที่โดนพี่ใหญ่อย่างเมียโกลองไถ่ตังเอา ไถตังเอา ไม่เว้นแต่ละปี (และตอนหลังต้องไปจ่ายให้พวกกระโจมขุดทอง แทน) ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในหมู่แวดวงนักวิชาเกรียนรัฐเสียวว่าควรจะนับกร๊วกไหนเป็นโครตเหง้าของประเทศรัฐเสียวในปัจจุบันดี เพราะมีตั้งห้ากร๊วกที่ตั้งอยู่ในรัฐเสียวปัจจุบัน สุดท้ายเลยตัดปัญหา มาเริ่มนับกันที่การก่อตั้งเมืองมอสคาว เมืองหลวงปัจจุบันกันดีกว่า ง่ายกว่าเยอะ จะว่าไปมันก็คล้ายกับการที่ลิเบอร่านและมโนรักษ์นิยม ในประเทศเทยทะเลาะกันเรื่องควรนับสุโขเทยทัน อยุเทยยา และทนบุหรี่ เป็นรากเหง้าของประเทศเทยหรือไม่เหมือนกันนะ

เมืองมอสคาวนั้นแต่เดิมก็ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรมากไปกว่าเป็นเมืองค้าขายของ วลาดิผัวร์-ชูตบาส หนึ่งในสิบเอ็ดกร๊วกที่แตกออกมาจากเคี๊ยกวาน-รัฐเก่า จนกระทั้งเบจิศตวรรรษที่ 14 นู่น ถึงจะมีคนหันมาเหลียวแลเมืองแห่งนี้

ผู้ปกครองแห่งมอสคาวนั้นดำเนินนโยบายโอนอ่อนจนได้ใจพวกเมียโกลองไปเต็ม ๆ ทางนั้นจึงมอบสิทธิ์พิเศษให้แก่มอสคาวเป็นอำนาจในการเก็บส่วยค่าคุ้มครองกับภาษีของกร๊วกอื่น ๆ แทนตัวเองจนรวยอู้ฟู้พอที่จะเอาเงินไปแจก 500 บาท ซื้อที่ดินในเมืองข้าง ๆ พูดภาษาบ้าน ๆ ก็คือเลียขาเจ้าถิ่นจนได้ดีนั้นแหละ แล้วก็กร่างใส่พี่น้องท้องเดียวกันอีกที ซึ่งตรงจุดนี้มอสคาวก็ทำได้ดีมาก ๆ ด้วยการสมทบกำลังกับพี่ใหญ่เมียโกลองไปตบเกรียนเมืองพี่น้องอย่างตาเวีย กร๊วกร่วมแผ่นดินเดียวกันที่ก่อขบถ จนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายปี

การรบที่ทุ่งคูลิโนโว ศึกตบเกรียนเมียโกลอง

หลังจากที่ทุบตาเวียจนน่วมแล้ว มอสคาวก็ดันไปขัดขาลิทัวร์เนียน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านดาวรุ่งพุ่งแรงจากทางใต้ในเรื่องการแย่งชิงความเป็นจ้าวโลกใหญ่ เหนือเมืองสโมกกี้ไบท์ จากนั้น ไม่รู้ว่าไปผิดใจกันอีท่าไหน หรือชาวมอสคาวพึ่งนึกถึงวลีที่ว่า "ให้คนชาติเดียวกันกดขี่ ยังดีกว่าโดนต่างชาติมากดขี่บังคับ" จึงได้รวมสมัครพรรคพวกเมืองอื่น ๆ ในรัฐเสียวอีกกว่าหกเมืองไปรุมสหบาทาพวกกระโจมขุดทอง ลูกหลานของเมียโกลองที่ทุ่งข้าวบาร์เลย์ คูลิโคโว จนเผ่นหนีหางจุกตูด แม้หลังการรบครั้งนี้เมืองต่าง ๆ ในรัฐเสียวจะยังไม่ได้เอกราช แต่ชัยชนะครั้งนี้ก็ช่วยเรียกความมั่นใจให้ชาวรัฐเสี้ยนทั้งหลายได้ว่าอิสรภาพนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

หลังจากนั้น มอสคาวก็พยายามเบี้ยวนัดจ่ายส่วยให้กับเมียโกลองที่ตัวเองพึ่งไปรุมย้ำมา (แต่สุดท้ายก็โดนไถ่ตังอยู่ดี) และหันไปผูกมิตรกับลิทัวร์เนียนแทน ถึงขนาดยอมให้ลิทัวร์เนียนผนวกเมืองสโมกกี้ไบท์ไปอย่างสบาย ๆ พร้อมคำยอว่า "ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน" แต่ในขณะเดียวกันมอสคาวก็สามารถผนวกเมืองรัฐเสียวอื่น ๆ เช่น นี้ชิ้นี้ เนิฟกูรอด ชูตบาส ว่าลองด่า วาไล่ขี้ อูสตุก และเมืองป๋าใหญ่ เข้ามาอยู่ใต้ตนเองได้สำเร็จ

แม้จะเคลียร์เรื่องเมียโกลองและลิทัวร์เนียนลงไปได้ (บางส่วน) แต่ก็ใช่ว่ามอสคาวจะสงบสุข เนื่องจากพอไม่มีศึกภายนอก พี่ท่านก็หันมาขัดแข้งขัดขากันเอง…เหมือนนักการเมียของประเทศหนึ่งแถว ๆ เอเชยซะจริง แม้ภายหลังจะมีศึกภายนอกจากพวกเผ่าข้าซ่าที่เป็นศัตรูเก่ามานานนมตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา ก็หาได้หยุดตีกันไม่ รบกันทั้งแบบนั้นนะแหละ

การเผชิญหน้าที่แม่น้ำยูไวอาร์กร้า ศึกคืนเอกราชรัฐเสียว

เมื่อถึงศตวรรษที่ 15 มอสคาวก็สามารถรวมรัฐเสียวให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังเลิกตีกันเอง (ซะที) และหันไปขับไล่พวกเมียโกลองจนเผ่นต้องหนีหางจุกตูด (อีกรอบ) ในศึกยูไวอาร์กร้า จุดนี้นี่เองที่ทำให้รัฐเสียวเป็นอิสระจากเมียโกลอง ไม่ต้องถูกไถ่เงินอีกต่อไป

ดังที่เคยเกริ่นไปแล้วว่ายุคกลางของรัฐเสียวยาวกว่าชาวบ้านชาวช่องตั้งสองร้อยปี ดังนั้นเมื่อจักรวรรดิเบยเซ็นเทยล่มสลายจึงไม่ได้มีผลอะไรต่อรัฐเสียว นอกเสียจากว่าคุณจะนับการที่รัฐเสียวจูนิเบียว เคลมตัวเองเป็น "โรมังงะแห่งที่สาม" เป็นผลกระทบที่สำคัญอะนะ

ตัวอย่างสมาชิกหน่วย "โอพริกนิกกิ" ในจินตนาการคนยุคปัจจุบัน
(ได้ข่าวว่าหน่วยนี้ไม่รับผู้หญิงไม่ใช่เรอะ?)
ส่วนนี้คือเครืองแบบหน่วย "โอพริกนิกกิ" ตามประหวัดสาดจริง ๆ

รัฐเสียวในศตวรรษที่ 16 แม้จะรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น เตะตูดพวกเมียโกลอง และ (คิดไปเองว่า) เป็นผู้สืบทอดมรดกจักรวรรดิโรมังงะอันยิ่งใหญ่ แต่กลับไม่มีใครในยูหลบรู้จักมักจี้กับรัฐเสียวซักประเทศ (ถ้าไม่นับลิทัวร์เนียนที่เป็นไม้เบื่อไม้เบามาตั้งแต่ครั้งกระนู้นนะ ๆ) ศตวรรษนี้ยังเป็นที่จดจำจากความน่าสะพรึงกลัวของตำกวดลับ "โอพริกนิกกิ" ซึ่งทำงานได้มีน้ำยากว่าตำกวดเทยมากมายนัก (ไม่งั้นคนรัฐเสียวจะจำมาจนถึงทุกวันนี้เรอะ) ส่วนเรื่องจับแพะนั้นสูสีพอ ๆ กัน โดยตำกวดหน่วยนี้จะใส่ชุดดำ ขี่ม้าสีดำ ถ้าคุณเกิดเห็นพวกนี้ละก็ นึกถึงหน้าพ่อแก้วแม่แก้ว ในโลกหน้า ไว้ให้ดี โดยการลงโทษแบบเบาะ ๆ ของตำกวดกลุ่มนี้ก็คือการเอาเบาะอานม้าตบปากให้เปลี่ยนสี ถ้ายังปากมีเแสง อยู่ก็โดนอุ้มขึ้นรถตู้ม้า ลูกเมียมาเจออีกทีก็กลายเป็นไก่ต้มร้านตามสั่ง ไปซะแล้ว หรือบางทีก็มีโปรโมชั่นไปหนึ่งได้ถึงสาม โดนแขวนยกครัว

ผู้คนในยุคปัจจุบันคอสเพลย์ จำลองเป็นทเห่อ "สเตลล์สิ"
(ว่าแต่พี่แกตกใจอะไรละนั้น?)

แม้ช่วงหลังจะมีการยุบหน่วยตำกวดลับนี้ลงไป แต่ก็ยังมีทายาทอสูร หน่วยงานคอยสืบทอดมรดกความโหดเหี้ยมอยู่ หน่วยงานที่ว่านี้คือ "สเตลล์สิ" (แปลตรง ๆ ได้ว่า "พลยิงว่าว" แปลแบบดูดีก็พลแม่นปืน) ข้อแตกต่างระหว่าง หน่วย "โอพริกนิกกิ" กับ "สเตลล์สิ" ก็คือชุด อารุธ และการจัดประเภท ในขณะที่พวก "โอพริกนิกกิ" จะแต่งตัวด้วยสีดำ อยู่หน่วยทหารม้า และใช้ดาบเป็นอาวุธ พวก "สเตลล์สิ" จะห้อยขวานพาดปืน แต่งตัวด้วยชุดสีเจ็บ ๆ เป็นทหารราบต็อกต๋อยธรรมด๊าธรรมาดา นอกจากนี้พวก "สเตลล์สิ" ยังรับจ๊อบเสริมเป็นหน่วยดับเพลิงอีกต่างหาก แหม่ ไม่เลือกงานไม่ยากจนจริ๊ง ๆ ส่วนจ๊อบหลักของพวกเขานั้นคือการก่อรัฐประจานและการชุมนุม ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญยิ่งกว่าการป้องกันประเทศเสียอีก โดยการรัฐประจานครั้งสำคัญของพวก "สเตลล์สิ" อยู่ในช่วงปี 16822 และ 16998 ซึ่งครั้งแรกนั้นประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถลากพวกคอรัปชั่นน่ารังเกียจ (ในสายตาพวกเขา) ไปขึ้นเขียงได้หลายคน ส่วนครั้งหลังนั้น กลายเป็นปลาสลิดแดดเดียวยกก๊วน และนำไปสู่การยุบหน่วย "สเตลล์สิ" เป็นการปิดฉากยุคกลางอันยาวนานของรัฐเสียว

ยุคใหม่[แก้ไข]

หลังจากที่ยุบทเห่อ "สเตลล์สิ" ลง รัฐเสียวก็มีการปฎิรูปขนานใหญ่ (ที่ไม่ใช่แค่คำปราศัยของแกนนำ) อย่างเช่น การเปลี่ยนมาใส่ชุดแบบชาวยูหลบตะวันตก (ลอกแบบมาจากอังเกรียนและเศษฝรั่งอีกที) การบังคับให้ทุกคน (ยกเว้นบร๊ะสง) ต้องโกนหนวด ถ้าไม่ยอมโกนก็จะถูกเก็บเงินจนกว่าจะไปโกนนั้นแหละ ทำนองเดียวกับนโยบายให้คนเทยใส่หมวก (ทั้งที่อากาศร้อนshiphai) หรือต้องจูบภรรเมียก่อนออกจากบ้านของใครบางคน ซึ่งชาวรัฐเสียวก็ยอมตัด ๆ หนวดกันให้จบ ๆ เพราะไม่มีกะตังพอที่จะจ่ายค่าปรับได้ทุกวัน เก็บเงินไว้ซื้อวอดก้าดี ๆ สักขวดดีกว่า นอกจากจะปฎิรูปภายในแล้ว รัฐเสียวยังไปมีเรื่องกับประเทศสเวนดี เพื่อนบ้านซึ่งนับว่าเป็นขาใหญ่ประจำย่าน แม้ตอนแรกรัฐเสียวจะโดนกระทืบอย่างแสนสาหัส แต่สุดท้ายก็พลิกกลับมาชนะได้ด้วยพลังหมาหมู่ (เป็นไงเมพ มะ?) ซึ่งก่อให้เกิดอภิมหาโปรเจ็คอย่างเซ็งปีเตอร์สบูด เมืองหลวงใหม่ที่ใกล้ทะเลกว่าเดิมมาก

การต้อนรับจักรพรรดินโปเลียนด้วยกองไฟกองใหญ่ ที่ทำเอากองทัพเศษฝรั่งกว่าครึ่งประทับใจอย่างมาก

นอกจากนี้รัฐเสียวยังมีผลงานชิ้นโบว์แดงอีกอย่างคือการต้อนรับขับสู้กองทัพเศษฝรั่งภายใต้การนำของจักรพรรดินโปเลียน อย่างดิบดี ด้วยการก่อไฟกองใหญ่ ทำให้องค์จักรพรรดิและเหล่าทเห่อประทับใจอย่างมาก จนขากลับทเห่อครึ่งหนึ่งถึงกับลุกไม่ไหวเลยทีเดียว

การหายไปอย่างปริศนาของรัฐเสียว[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่: สหภาพโวเสี้ยต
ไอ้บ้าขี่หมีที่ว่า

ในเดือนพรึษจิกาคม ปี 19117 จู่ ๆ รัฐเสียวก็หายไปจากแผนที่โลกเสียดื้อ ๆ กว่าจะโผล่มาก็ปาไปเดือนธันวายน 19911 เกิดอะไรขึ้นกับรัฐเสียวในช่วงเวลานี้ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ นักวิชากวนบางสำนักได้สันนิษฐานว่ารัฐเสียวติดอยู่ในหลุมเวลากว่า 74 ปี ขณะที่บางกลุ่มก็บอกว่ารัฐเสียวได้ไปร่วมเป็นหุ้นส่วนกับประเทศอื่น ๆ ก่อตั้งสิ่งที่เรียกว่าอะไรนะ? สหภาพจนเครียด? สหภาพโวเสี้ยต? ยูเอ็กซ์เอ็กซ์อาร์?18+ ซีซีซีผี? นี้ถามจริง คุณเชื่อทฤษเดาปัญญาอ่อนพรรค์นั้นด้วยเรอะ อยากหัวเราะให้ฟันร่วงจริง ๆ เอ้า! กลับเข้าเรื่อง สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับรัฐเสียวตอนนี้ก็คือมันน่าจะมีรังสีอาวุธนิวเกรียนอยู่เต็มไปหมดจนนกอินทรีย์งอกหัวมาอีกหัวเพราะกลายพันธ์ สาว ๆ สุดฮอตก็พากันออกมาเดินกันให้ว่อน และไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ขี่หมีข้ามแม่น้ำ แถมสองข้างทางยังเต็มไปด้วยรูปปั้นของตาแก่หัวล้านกับลุงไว้หนวดทรงแปรงขัดรองเท้า

สงกะสัยพวกรุสกี้ต้องแอบไปทดลองอะไรแผลง ๆ อีกแหง ๆ ดีนะที่มันส่งผลแค่ภายในประเทศ ไม่งั้นดาวโลกคงถึงคราวจบเห่ไปแล้ว

ภายใต้การนำของสหายประทานทิปบ่เลวปูตีน[แก้ไข]

หลังจากที่รัฐเสียวกลับมาบนแผนที่โลกก็ตกอยู่ภายใต้การนำของนายโบฤทธิ์ เยลสิ้น ซึ่งได้ทำการขับไล่พวกโวเสี้ยตด้วยการเอารถถังไปบึ้มรัฐสปา แต่นอกจากนั้นแกก็ไม่ได้มีผลงานสลักสำคัญอะไรอีก เพราะมั่วแต่เอาเวลาทำงานไปก๊งเหล้า หลังจากนั้นนายโบฤทธิ์ก็เท่งทึ่งจากการกระดกเหล้าเกินขนาด ทิ้งงานไว้ให้กับวลาดิผัวร์ ปูตีน ทายาทอสูรที่เขาเลือกมาเองกับมือ

หลังจากที่วลาดิผัวร์ได้ขึ้นเป็นประทานาทิปบ่เลวแล้วก็มีผลงานที่น่าจดจำหลายเรื่อง เช่นการหยุดผู้ก่อเกรียนเอาล้อรถบัส ในประเทศ สามารถผนวกแคว้น "เมียใคร" ของประเทศยูเคยให้กลับมาอยู่กับรัฐเสียวโดยสงบ นอกจากนี้ยังไม่เคยเสือกเรืองในตะวันหมอกกลางแบบที่สหรัฐอมาริเกย์ทำเลย และเป็นคนเคารพหลักการประชาธิปตวยมาก ๆ เลยทีเดียว คุณสามารถด่าเขาได้อย่างเต็มที่ หลังจากนั้นก็จะไม่มีใครได้เห็นคุณอีกเลย

ภูมิอากาศ[แก้ไข]

ให้ภาพมันอธิบาย

เรื่องสาว ๆ ของแดนหมีขาว[แก้ไข]

ตัวอย่างความงามของสาวชาวรัฐเสี้ยน
โทษ ๆ ต้องนี้ต่างหากละ

“[สาวรัฐเสี้ยน] สวยครับ แถวนานา ๆ เดินกันให้พรึบ”

~ อมยิ้มพันทิปท่านหนึ่งกล่าวถึงสาวรัฐเสี้ยน

สาวรัฐเสี้ยนขึ้นชื่อเรื่องความหน้าตาดีติดอันดับโลกมานมนานแล้ว (แม้จะมีไอ้เทยบางคนไม่เห็นด้วยก็ตาม) คุณสามารถพบสาวรัฐเสี้ยนได้แทบทุกที่บนโลกใบนี้ ตั้งแต่ในประเทศรัฐเสียวเอง ประเทศยูหลบอื่น ๆ ประเทศเทย (โดยเฉพาะย่านข้อมูลปกปิดของศาลาแดง ชอยนานา และพเทยยา) ไปจนถึงในศูนย์รวมพรเองก็ด้วย

อะไรนะ ขอวาร์ปงั้นรึ? เรื่องอะไรจะให้กันเล่า!?

ภาษา[แก้ไข]

คำศัพท์ภาษารัฐเสียวนั้นมีอยู่คำหนึ่งที่สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ คือคำว่า сука блять (cyka blyat) ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะเรื่มบทสนทนากับคนรัฐเสียวอย่างไรดี ลองใช้คำนี้ แล้วเขาจะหันมาหาคุณทันที หรือถ้าคุณไปร้านอาหารแล้วไม่รู้จะสั่งอะไร เพียงพูดคำนี้ออกไปคุณก็จะได้รับอาหารชั้นเลิศ ทั้งนี้ถ้าคุณรู้สึกว่ามันยาวเกินไป คุณสามารถตัดให้เหลือแค่คำว่า blyat เฉย ๆ ก็ได้ ซึ่งก็ให้ผลลัพธ์ดีเกินคาดเช่นกัน

ป.ล. จริง ๆ แล้วมันแปลว่า กะ... นะจ๊ะ


กีฬา[แก้ไข]

Cquote1.png รัชบี!!!! Cquote2.png
ประโยคสามัญประจำบ้านของนักกีฬารัฐเสียว

มีความเข้าใจผิดกันเป็นวงกว้างว่ากีฬาประจำชาติของประเทศรัฐเสียวคือฟุตบอลหรือรัฐเสียวรูเล็ด แต่แท้ที่จริงแล้วกีฬาที่ชาวรัฐเสียวนิยมเล่นมากที่สุด (และเป็นกีฬาประจำชาติด้วย) คือการแข่งอีซาปอด ในค้าวเตอร์ สตรวกค์ (ซีเอสโกง) ต่างหากละ โดยกติกาการเล่นก็ง่าย ๆ เพียงแค่จัดทีมที่ประกอบไปด้วยคนรัฐเสียวสามคน พร้อมกับคนต่างถิ่นผู้ไม่รู้อีโนอีเนอีกหนึ่งหนอ แล้วก็รีบวิ่งไปที่จุดบี (หรือเรียกกันว่า Rush B นั้นเอง) อนึ่ง จากการวิจัย พบว่ากว่า 99.9 % ของทีมรัฐเสียวมักจะแพ้ให้กับทีมผู้มาเยือนจากประเทศอื่นเสมอ ๆ

การเมียและรัฐบวม[แก้ไข]

จะไม่เลือกปูตีนก็ไม่เป็นไรหรอกนะ…แต่ดูสิ่งที่แกถืออยู่ในมือซะก่อน

การเมียของรัฐเสียวในปัจจุบันนั้นก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับประเทศเทย คือ มีความเป็นประชาธิปไตยเต็มร้อย และไม่มีการคอรัปชั่น (จริ๊ง ๆ) หลักการการเลือกตั้งนั้นก็ง่ายแสนง่าย: คุณมีตัวเลือกอยูสองทาง หนึ่งคือเลือกวลาดิผัวร์ ปูตีน และสอง คือต้องเลือกปูตีน แม้บางครั้งจะมีนักการเมียที่ดูเหมือนว่าจะโค่นปูตีนลงจากเก้าอี้ได้ แต่สุดท้ายก็ป่วยเป็นไข้โป้งทุกราย อย่างรายล่าสุดก็ไอ้หนุ่มอาเล็กเซ นาวันนี้ ที่จู่ ๆ ก็ได้เข้าไปนอนซังเตซะงั้น

แน่นอนว่าตำแหน่งประทานนาทิปบ่เลวไม่ใช่ตำแหน่งการเมียเพียงหนึ่งเดียวในประเทศ รัฐเสียวยังมีตำแหน่งนายีรัฐมนตร๊ก ซึ่งมีหน้าที่สำคัญคือ เล่นการพนันขยันกินเหล้าเคล้าผู้หญิงปิ๊งกัญชาบ้าอีตัวมั่วน้ำมันเถื่อนกลบเกลื่อนความผิดทุจริตฉ้อฉลหลอกคนให้หลงเชื่อเบื่อรับผิดชอบตีกอล์ฟอ๊อฟเอ๊าะ ๆ ถนัดเจาะไข่ขาวเขย่าไข่แดงแทงไขดันฟันสาวเสิร์ฟไม่สนใครจะสอนสั่งความดันทุรังสูงไม่มุ่งแก้ปัญหาไปไหนไปปากเปล่าส่วนเท้าไปหาเอาข้างหน้า ถึงหน้าที่จะเยอะแบบนี้ แต่เรากลับไม่เคยทราบชื่อคนที่ได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งอันทรงเกลียดเกียรตินี้เลย เพราะมันเป็นข้อมูลปกปิด

รัฐบวมของรัฐเสียวนั้นตั้งอยู่บนหลักการร่านนิยมเต็มสูบ รัฐเสียวถือเป็นประเทศอิสระเสรีที่สุดในโลก ไม่เหมือนสหรัฐอมาริเกย์จอมบงการ ภายใต้การนำของปูตีน เขาได้อนุญาตสิทธิเสรีภาพหลายข้อด้วยกัน รวมไปถึงสิทธิประการใหญ่ซึ่งรวมไปถึง การชาบู ๆ เผยแพร่ความดีงามและสรรเสริญปูตีนประดุจดั่งเมพบร๊ะองค์หนึ่ง ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณดันเผลอไปหย่อนบัตรให้พรรคคู่แข่ง สิทธิเสรีภาพเดียวที่คุณจะพึ่งมีก็คือการโดนประหารด้วยการถูกยิงเป้าจนตัวพรุน

จะสรุปให้ง่าย ๆ ไม่เกินโค้วต้าเจ็ดบรรทัดก็คือ; รัฐเสียวนั้นเป็นประเทศประชาธิปไตย นักการเมียใสซื่อมือสะอาด แถมยังเปิดกว้างรับทุกความคิดเห็น เหมือนประเทศเทยเด๊ะ ๆ เลย