ผู้ใช้:นักวิชาเกรียน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
Super somsak.jpg
นักวิชาเกรียนกำลังจับตามองหน้านี้อย่างห่าง ๆ

คือผู้ใช้ไร้สาระนุกรมผู้หนึ่ง ที่ใช้นามว่า "นักวิชาเกรียน"

เฮ็ดอิหยังกะได๋กูบ่ได๋ขอตังไผ หามันด้วยข่อยเองข่อยทำให้แม่ภูมิใจ เพลงข่อยเปิดทุกที่น่ะให่มันเตือนสูไว้ ค่อยมาวัดกูวันที่มึงมีตังใซ้.....
                 — YOUNGOHM แต่ง แต่ YOUNGJOAN นำมาแต่งใหม่

คามิซามะ อาริงะโตโอ~~....
                 — นักวิชาเกรียน เปลี่ยนไป่ เมื่อฟังเพลง Renai Circulation อัพเดต 10 มิถุนายน 2563

นักวิชาเกรียนคนหนึ่งแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน!! คนที่อยู่ในภาพคือสมสัตว์ เจียมทั้งหมดสกุล
สมสัตว์เขินค่ะ.jpeg
นามปากกา สำหรับไร้สาระนุกรมคือ "นักวิชาเกรียน" และที่อื่นอีกเพียบ
ที่อยู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน)
เริ่มเข้าวงการ 08:31, 24 เมษายน 2561
ความถนัด การเมีย ภาษา การ์ตูนกับอนิเมะไม่ค่อยรู้เรื่องมาก
ความสนใจ การเมีย ภาษา(ส่วนใหญ่) การ์ตูนและอนิเมะเป็นส่วนน้อย แต่ตอนนี้ติดเพลง Renai Circulation และ Platinum Disco เป็นพิเศษ
เป้าหมาย สานต่อบทความจากผู้ใช้รุ่นเพ่
ลักษณะ ไม่บอก อิอิ
น.ช.บักนักวิชาเกรียน
นักวิชาเกรียน

นี่ไม่ใช่นักวิชาเกรียน แต่ที่คือ สมสัตว์ เจี้ยวทีเร็กส์สกุล


สมาชิก สภาน้ำชา-ไร้สาระนุกรมเทย
ดำรงตำแหน่ง
24 เมษาคม บ.จ.25611 – ตลอดชีวิต

ผู้ก่อตั้ง,สมาชิก สมาคมนักเขียนแห่งไร้สาระนุกรมเทย(ส.น.ร.)
ดำรงตำแหน่ง
20 เมษาคม บ.จ.25622 – จนกว่าสมาคมจะล่มละลาย

เลขาธิการประจำสมาคมนักเขียนแห่งไร้สาระนุกรม
ดำรงตำแหน่ง
2 เมษาคม บ.จ.25622 – ลาออกแล้ว

ออกมาดูโลก ความลับของทางราชการ
สังกัดพรรค พรรคสายตาเถอะนะคนดี
สมรสกับ ยังมิได้มีภรรยา
ศาสนา ความจริง-พุทธ รสรก.-จูนิเบียว ปรัชญา-เพลงเล่นของสูง BIGASS

ปฐมบท[แก้ไข]

วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังนั่งเล่นคอมแม่ตอนปิดเทอม ผมมีความสนใจในเรื่องของการเมืองมาก ผมชอบอ่านบทความทุจศีล กินชะมัด ที่ล้อท่านทักษิณ ชินวัตร ผมชอบอ่านหลายเรื่องแล้วผมฮาดี ผมก็เลยเขียนบ้าง เลยเริ่มเรื่องการเมียก่อน พอมาทีหลังผมดันมาช่วยทำตารางให้กับพี่คนหนึ่งในบทความ เรียมออบว่าเล้อ(แหมก็ชอบเล่นเหมือนกันหนิ) และผมก็ผันตัวมาทำงานเกี่ยวกับภาษาเนื่องจากถนัดเรื่องนี้พอ ๆ กับเรื่องการเมีย ผมเลยเริ่มเขียนบทความ ภาษาเทย ผมหวังว่าจะได้เห็นไร้สาระนุกรมไทยในตอนที่ผมโตอีกกว่านี้ดีขึ้นนะครับ ว่าแต่คนหายไปหมดเลยเหรอ?

ผมว่าเราสร้างไร้สาระนุกรมของเราให้ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง ผมไปขุดประวัติศาสตร์ของเว็บนี้สมัยก่อนโน่น ผมก็เห็นสงครามบทความเพ้อและบทความของหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะ Redsun และ BEN10 ผมเห็นแล้วผมสงสัยว่ามันเป็นอะไรกันหว่าตอนสมัยก่อน เดี๋ยวไร้สาระนุกรมโคตรว่างเลยครับ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงทิ้งไร้สาระนุกรมไป ยังไงถ้าหากจะติดต่อกับผมสามารถติดต่อได้ทาง Discord เท่านั้นนะครับ เพราะว่าถ้าหากติดต่อทางอื่นสุ่มเสี่ยงมากไปหน่อย กรุณาเข้าเซิฟไร้สารุนกรมไทย แค่นี้นะครับ......55555

เรื่องราวของผมใน Discord ไร้สาระนุกรม[แก้ไข]

ผมจะเล่าให้ถึงวันที่ผมเข้ามาในไร้สาระนุกรมของผม เป็นวันที่นภาฟ้าสดใส(พรรณนาเก่งแฮะเรา) รู้ไหมครับ? ว่า ผมถึงเข้ามา? ก่อนวันที่ 24 เมษายน(นานมาก) ผมนั่นได้เข้ามาดูเว็บก่อนแล้ว แต่ว่าก่อนที่ผมจะย้ายคอมเข้ามาในบ้านข้างใน ผมเล่นแต่คอมแม่ด้านนอกครับ พอดีว่าผมเริ่มอ่านงานของคุณวินทร์ ก็ตอนงั้นแหละครับ เฮ้อ.... พอดีครับผมเจอกระทู้หนึ่งในเว็บของคุณวินทร์........ มันเป็นกระทู้เปลี่ยนชีวิตของผม มันคือกระทู้ของคุณหล่อเข้มหนวด นั่นเอง อ้า!

ผมจึงกดเข้าไปในกระทู้อ่านเรื่องหมวดขอวินทร์ล้อ ผมเห็นลิ้งก์จึงกดเข้าไป ผมแทบกลายเป็นบ้า เพราะฮามุก ผมหัวเราะคนเดียวจนแม่ถามว่าดูอะไร ผมตลกที่สุดคือบทความ ทุจศีล กินชะมัด ผมฮามาก ฮาจริง ๆ ฮาแบบไม่ลด ละ เลิก(ไม่ใช่สุรานะ!) ตอนนั่นผมยังอยู่ป.5 อยู่เลย ผมอ่านไปอ่านมาอยู่หลายสัปดาห์ ผมตัดสินใจครับ เข้าร่วมกับเว็บ!! ในฐานะสมาชิกผู้น้อยช่างน่าแปลกใจ

ผมไม่นึกเลยว่าหล่อเข้มหนวดคือคนที่ทำให้ผมเข้าสู่ ไร้สาระนครา อันเฮฮา ผมไม่รู้จักคนตั้งกระทู้คนนั่นทันทีหรอก แต่มารู้ทีหลัง อ้า! มันคือวาสนา หรือเวรกรรมกันแน่? ที่ทำให้ผมเข้ามา ผมเข้ามาผมก็ยังไม่สร้างบทความหรือเขียนแบบเต็มตัวนะครับ เนื่องจาก ป.5 Summer เตรียม ป.6 ปีหน้า พอป.6 ก็เริ่มเข้าร่วมเต็มตัว โดย Discord จุดเริ่มต้นความเฮฮาครั้งใหม่

ผมเข้ามาตื่นเต้นหัวใจ ผมทักไปในห้องแนะนำตัว คนแรกที่ผมรู้จัก พี่มานพ.....ฮ่า ๆ ผมอ่านชื่อพี่ไม่ออกและตั้งชื่อว่า มานพเอง ส่วนที่ผมเรียกว่ามานูบสังฆภัณฑ์ เพราะว่าผมไปดูวิดีโอจัดสังฆภัณฑ์ต่างหาก! หลังจากนั่นก็โดนตักเตือนเรื่องการบ้าการเมียของผมมากเกินไป มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฎมาใน Discord อสุรกาย....... ผมยังไม่รู้จักพี่ตอนนั่นหรอก

ผมไปสืบค้นหาจากเว็บแล้วพบว่าพี่เป็นสมาชิกที่อยู่มานานแล้ว แต่ว่าไม่ได้เข้าร่วมเต็มกับ Discord ผมยังจำได้ผมถามอายุ ชั้น พี่ ผมเรียกพี่ว่าพี่ แต่พี่บอกว่า ผมไม่ใช่พี่คุณ แต่ตอนนี้ใช่แล้ว ผมรู้สึกไว้ใจกว่าชาวบ้านเพราะตอนผมจะไปสอบกลางภาค พี่บอกว่า น้องชายผมจะตั้งใจเรียนครับ... หลังจากนั้นหลังจากกลับสอบได้ไม่นาน ผมก็ร่วมสาบานเป็นพี่-น้องสายออนไลน์กับพี่

ต่อมาผมโดนตักเตือนเรื่องการเมืองอีกแล้ว ผมเลยใช้นโยบายลดราวาศอกบ้าง แล้วเผยแพร่บางครั้งบางครา ผมได้เจอเพื่อใหม่ของผมแล้ว เพื่อนที่อยู่ชั้นเดียวกัน และอายุเท่ากันกับผมในไร้สาระนุกรม Monet ผมดีใจมากที่ผมได้ผมได้เพื่อน ตั้งแต่บัดนั้นไปผมก็คุยกับเขาเกือบทุกวันเลย สนุกมาก ๆ เราเปิดเผยเรื่องราว แฮะ ๆ มันเป็นเรื่องราวครับ เรื่องยาวมาก

กล่าวถึงสตรีคนหนึ่งในนี้ มารยาทดีม๊ากกก เขาชื่อ “เนป เนป” เนปผู้บ้าเนป และรัสเซียมาก ผมได้เพิ่มพี่เป็นเพื่อน ผมไม่จีบพี่เขาหรอก เพราะว่าผมชอบคนรุ่นเดียวกัน

ต่อมายุคใหม่มีสามคนเข้ามา บลิทซ์ ริกเตอร์ และหล่อเข้มหนวด หนึ่งในนี้ คือหมวดผมว่าท่านเออ.....ท่านเปลี่ยนชีวิตเด็ก คนหนึ่งให้กลายเป็นสมาชิกน่ะครับ หรือนี้คือ!! นี้คือ!! คือ!!!! ฟ้าดินแยกเราเท่าไรไม่ขาด ภพชาติพรากเราห่างกันมิได้ เมื่อบุพเพสันนิวาสมั่นหมายให้เจอ.....จบ 55555

บันทึกไว้ วันเสาร์ ที่ 20 เดือนเมษายน พ.ศ.2562

เรื่องที่ไม่น่ารู้เกี่ยวกับนักวิชาเกรียน[แก้ไข]

DramaticQuestionMark.png
คุณรู้หมือไร่...
ผู้ใช้รายนี้เป็น โรคสมาธิสั้นแบบพิเศษ
  • ชื่อว่า "นักวิชาเกรียน" ตั้งใจละล้อนักวิชาการอยู่ 2 ท่าน คือ 1.สมสัตว์ เจียมทั้งหมดสกุล 2.จักรภูมิสิทธิ์
  • นักวิชาเกรียนสวมใส่แว่นสายตา เพราะสายตาสั้น
  • นักวิชาเกรียนอาจจะอายุน้อยกว่าคนที่อ่านข้อนี้อยู่ก็ได้
  • นักวิชาเกรียนมีความถนัด(แต่ไม่ได้หมายความว่าเก่งที่สุด)ทางด้าน การเมีย,และภาษา อยู่พอสมควร
  • ในขณะเดียวกันนักวิชาเกรียนไม่ถนัดทางด้าน การ์ตูน มังงะ อนิเมะ ของทางด้านญี่ปุ่น รวมถึงตะวันออกด้วย
  • จากข้อที่แล้วเพราะนักวิชาเกรียนดูดิสนั้นย์มากกว่า
  • นักวิชาเกรียนเป็นน้องของอาจารย์เนอร์ราวุส ดิวเมตุส ทางสายออนไลน์ โดยการสาบานใต้ต้นไทรข้างหมู่บ้านไร้สาระนุกรม

ผลงานต่าง ๆที่บางอย่างเขียนไม่เสร็จ[แก้ไข]

เดี๋ยวมาเขียนต่อ...... ถ้ามีผลงานใหม่เรื่อย ๆ

โคลงสี่สุภาพว่าด้วยสามฤดูกาลในประเทศเทย ฤดูฝน

     ฝนตกจากฝั่งฟ้า นภา
ฝนหลั่งเทลงมา ล่างพื้น
ทำไร่แลทำนา เริงร่า
ดุจดั่งชีวีฟื้น ค่าเลี้ยงนที

ฤดูร้อน

     มาฤดูผ่านร้อน บรรลัย
ดังเท่าเอารนไฟ ป่าไหม้
หาของซ่าเร็วไว เก็บดื่ม
ก็เก่าอากาศไซร้ ดื่มแล้วยังทน

ฤดูหนาว

     อากาศเย็นซ่าหน้า- หนาวมา
อบอุ่นตอนนอนหนา ห่มผ้า
หนาวจนแช่บาทา นอนนิ่ง
พอตื่นโรงเรียนช้า ป่วยแล้วคะแนน

ประพันธ์ไว้ 13:00 น. กว่า ๆ จำไม่ได้ วันที่ 9 พฤษภาคม 2562

ตำแหน่งต่าง ๆ ของนักวิชาเกรียน[แก้ไข]

นักวิชาเกรียนได้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ภายนอกและภายในเว็บไซต์นี้ โดยสามารถเรียงลำดับตามเวลาได้ดังนี้

  • สมาชิก สภาน้ำชา-ไร้สาระนุกรมเทย ตั้งแต่ วันที่ 24 เมษาคม บ.จ.25611 - จนกว่าไร้สาระนุกรมเทยจะล่มสลาย,ยุติบทบาท หรือตลอดชีวิต จนกว่าจะเสียชีวิต
  • สมาชิก สมาคมนักเขียนไร้สาระนุกรมเทย(ส.น.ร.) ตั้งแต่ วันที่ 20 เมษาคม บ.จ.25622 - จนกว่าสมาคมฯ จะล่มละลาย หรือลาออกเอง จนกว่าจะเสียชีวิต
  • เลขาธิการประจำ สมาคมนักเขียนไร้สาระนุกรมเทย(ส.น.ร.) ตั้งแต่ วันที่ 2 พฤษภายน บ.จ.25622 - จนกว่าจะมีคนมาดำรงตำแหน่งแทน,มีคำสั่งจากสมาคมให้ออกจาตำแหน่ง,ลาออกเอง หรือเสียชีวิตระหว่างดำรงตำแหน่ง

ชื่ออื่น ๆ ของนักวิชาเกรียน[แก้ไข]

  • บักนักวิชาเกรียน
  • ไอ้นักวิชาเกรียน
  • วิชาเกรียน
  • วิชาเกรียนคุง
  • ด.ช.นักวิชาเกรียน
  • น.ร.นักวิชาเกรียน
  • พ่อเพลงวิชาเกรียน
  • หมอลำวิชาเกรียน
  • วิชาเกรียนลำซิ่ง
  • บร๊ะวิชาเกรียน พละเป็นโล
  • A.K.A YOUNGJOAN(เอ.เค.เอ ยังจน)
  • น้องคนเลว กวีปากหมาฝึกหัด
  • กวีศรีชาวไร้
  • ส.,สหายเกรียน
  • คนบ้าการเมียประจำไร้สาระนุกรม
  • มัคนายก วัดที่ไหนสักแห่ง
  • ชาวอีสานแห่งเว็บ

มวลมหาพันธมิตร[แก้ไข]

ผู้ที่นักวิชาเกรียนให้ความเคารพ[แก้ไข]

  • พระเดชพระคุณทุจศีล - บร๊ะนามเต็มคือ "พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดอกเตอร์ทุจศิล (ทุจริต+ผิดศีล) กินชะมัด"(ภาษาปะกิด:His Very Very Very Damned Excellency, Lizard Lieutenant-Colonel, Special Professor, Dr. Toxin Eat-Very-Much (Sit-on-The-Candle Translation by Marnburapa)) หรือที่เรีกยกันอย่างเหี้ย ๆ ทั่วไปว่า "ทุจศิล กินชะมัด"
  • บิ๊กตู่ - ชื่อเต็มคือ "ประย๊วบ อันโอชารส"
  • คิม จอง หมัก
  • ซาหมัก สุกรเพศ - บร๊ะมาหาซาหมัก สุกรเพศ,ก.ธ.๙๙ (ภาษาปะกิด:Bramaha Sa-mug Sugorapej,k.t.99) หรือเรียกหาหอกหักอะไรได้ดังนี้ เช่น ไอ่หมัคร สมุนทรราช หรือ สเม็กม่า (หรือ สเมกม่า) สถุลเวร หรือ ซาหมัคร เศษทอนหวุน หรือ ซาหมัคร สันดอรเยช หรือ หมัคร สุนทรยศ หรือ หมัคร สุนทรพี หรืออื่นๆ (อยากรู้ชื่อเขาคืออะไร ลองหาดูได้ใน Search Engine ทั่วไป)
  • พี่มานพ - ถือว่าคือคนแรกที่รู้จักภายในไร้สาระนุกรมเทย
  • พี่อริยชาด - เป็นผู้ดูแลไร้สาระนุกรม
  • พี่อสุรกาย - เป็นพี่-น้องกันทางสายออนไลน์

คำคนคมของนักวิชาเกรียน[แก้ไข]

อย่าเอาอะไรที่มันดูเหมือนกัน แต่ก็แตกต่างกัน ไปเปรียบเทียบ เพราะมันคือคนละอย่าง ก็เหมือนหมากับแมวมันเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นคนละสายพันธ์ุ มันจะเปรียบได้หรือไง?
ข้าพเจ้ามิใช่คนภายในกลุ่มเล่นหิ้งในไร้สาระนุกรมเทย ถึงข้าพเจ้าจะใช้ท่านสมสัตว์ เจี๊ยวทีเร็กส์สกุลเป็นรูปประจำตัวเองก็เหอะ และแน่นอนข้าพเจ้ามิใช่แอดมินเพจ กูkult แน่นอน!!
ข้าพเจ้ามิแน่ใจเท่าไรว่าข้าพเจ้าซังซาติ แต่ข้าพเจ้ามั่นใจ ข้าพเจ้ามิหนักแผ่นดิน....
I am Suporter Nene-san
เพราะอยากสิฮู้ถึงสาเหตุ อิหยังเด็กเหี้ยยังจนมัน savage ah ลำข่อยดีลำกูดี ไทเค้าเลยฟังกันซู่อณาเขต ah ผู้อื่นบ่จำเป็นต้องใซ้ยา แต่กูนี่หว่าที่ต้องเอามาเสพ ah และซู่ที่ที่กูมาเด็กขับไล่ไปคือกะพาเหรด ทุกที่ที่โซว์ละบ่ว่างานได๋ กูให้แต่แฮงบันดาลใจ กูมีควมคึดที่อยากสิเปลี่ยนโลก เพราะว่าซีวิตบ่แม่นการเสี่ยงโซค สิเป็นอิหยังยังไงก็อยู่ที่มึงเลือก ah ขึ้นอยู่กับสิ่งที่มึงเซื่ออ ah และถ้าต้องแลกมาด้วยเลือด ah มึงสิเฮ็ดรึจะยอม ah
หนังที่นักวิชาเกรียนอาจจะเคยแสดง


เสมือนสวมถุงยางอย่างวิเศษ ที่เรืองเดชเวทย์มนตร์คนเมพขิง
แต่ถุงยางอย่างแตกแหลกเสียจริง จนหนีชิ่งจวบจนทนสิ้นใจ
สิ่งที่ต่ำค้ำฟ้ามาตำเนตร ใจซาหมัก สุกรเพศหมดเลื่อมใส
ปรนนิบัติภักดีมิม้วยวาย ขอกัดฟันลาตายไม่อาวรณ์


กล่องข้อมูลของผมครับ
The king (main).jpeg ผู้ใช้คนนี้ ขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งแด่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Princess Sirindhorn.jpg ผู้ใช้คนนี้ รักสมเด็จพระเทพฯ
Puzzle Potato Dry Brush-notext.png ผู้ใช้คนนี้ รักไร้สาระนุกรมไทย
กล่องผู้ใช้ ผู้ใช้คนนี้ชอบกล่องผู้ใช้
ไม่มีปัญหากับการแก้ไข ผู้ใช้คนนี้ ไม่มีปัญหากับการถูกแก้ไข (แม้แต่หน้านี้)
Nuvola apps important.svg ผู้ใช้คนนี้ไม่สนับสนุนการเขียนบทความที่
สั้นมาก
Eye iris.jpg ผู้ใช้คนนี้เชื่อว่า 1 บทความ
ควรมีอย่างน้อย 1 รูป
G4r3wdsa.JPG ผู้ใช้คนนี้เป็นเกรียนเทพ
XX ผู้ใช้คนนี้อายุ XX ปี
Chrome-eye svg.png ผู้ใช้คนนี้ใช้ มึงเกิลโครม

ศรีธนญชัย จากหนังสือ ศรีทะนนไชย สำนวนกาพย์[แก้ไข]

ศรีธนญชัยเป็นนิทานพื้นบ้านของไทยเรื่องหนึ่ง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความตลกและเจ้าปัญญาของตัวเอกของเรื่อง นิทานเรื่องศรีธนญชัยนี้มีแพร่หลายอยู่ทุกภูมิภาค ภาคกลาง เรียก "ศรีธนญชัย" ภาคเหนือ ภาคอีสาน เรียก "เซียงเมี่ยง" รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แม้ว่าชื่อตัวละครของแต่ละชาติจะแตกต่างกันตามภาษา แต่สิ่งที่เหมือนกันนั้นก็คือความที่ตัวเอกเป็นคนเจ้าปัญญา มีความฉลาด(แกมโกง) เจ้าเล่ห์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ปัญญาว่าสามารถใช้เป็นอาวุธได้

ศรีธนญชัยในที่นี้เป็นของไทย ภาคกลาง ซึ่งจะเอา หนังสือ ศรีทะนนไชย สำนวนกาพย์ เป็นหลักในการแปลงเป็นร้อยแก้ว รวมถึงตัดร้อยกรองบางช่วงมาใส่ด้วย ขอเข้าสู่เนื้อหาได้ ณ บัด Now

  • ไหว้ครู เริ่มเรื่องมาผู้แต่งเขียนบทไหว้ครูไว้ก่อนตามธรรมเนียมของการแต่งวรรณคดี ด้วยการกล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าว่าเป็นครูของสัตว์ เทวดา และมนุษย์ ต่อด้วยพระธรรม และพระสงฆ์ จบด้วยการไหว้บิดามารดา พร้อมกับกล่าวถึงเรื่องราวที่กำลังจะเล่าต่อไปว่า ผู้แต่งอาจจะแต่งผิดพลาดได้บ้าง อย่านินทาติเตียนผู้แต่ง พึ่งคิดเขียนมา ผู้รู้แท้ช่วยแก้ไขแต่งเพิ่มเติมให้ อย่าได้ถือโทษโกรธกันเลย
๏ ข้าขอยอหัตถ์
นบนิ้วโสมนัส เหนือเกล้าเกศี
ถวายอภิวาท วรบาทมุนี
คุณล้ำโลกีย์ อเนกครามครัน
พระพุทธองค์ทรงสวัสดิ์
ปราโมทย์โปรดสัตว์ สิ้นสุดมนุษย์สวรรค์
พรหมินทร์อินทร์องค์ สุริยงวงจันทร์
ไม่เทียบเทียมทัน ทุกชั้นเทวา....
....พรรณนานับคุณ
ถ้วนแล้วบริบูรณ์ โดยลำดับกัน
ขอแต่งทำนอง จงคุ้มครองฉัน
ตามเรื่องราวนั้น ท่านเล่าสืบมา
หญิงชายผู้ใด
อ่านเล่าเจนใจ จำไว้เถิดนา
ผิดบ้างพลั้งพลาด อย่าประมาทนินทา
ติเตียนตัวข้า ปัญญาโฉดเขลา
ข้าพึ่งคิดแต่ง
ลิขิตคลางแคลง อักษรหนักเบา
ท่านผู้รู้แท้ ช่วยแก้แต่งเอา
ผิดชอบข้าเจ้า อย่าถือโทษา ฯ ....
  • เกริ่นเรื่อง ช่วงนี้ผู้แต่งได้แนะนำให้รู้จักนิทานตั้งแต่โบราณนานมา ยังมีกษัตริย์พระราชาพระองค์หนึ่งซึ่งครองอยุธยากรุงไทยอยู่ ทรงมีพระนามว่า "ภูเบศ" เมืองขึ้นนับได้ร้อยเอ็ดเมือง มีหมู่ช้าง ม้าพันธุ์ดี พวกเศรษฐีพ่อค้าวาณิช พวกเหล่าเสนาน้อยใหญ่ พลทหารทั้งหลาย ทั้งกลาโหม และมหาดไทย เข้าเฝ้านบนอบหมอบลงกันอย่างมากมาย อีกทั้งองค์พระอัครมเหสี มีพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก ทรงมีพระนามว่า "อนงคมาลี" แห่งมัทราชบุรี พรั่งพร้อมไปด้วยนางสนมกำนัลหนึ่งหมื่นหกพันคน แวดล้อมพระเจ้าภูเบศเป็นจำนวนมาก พวกเทศขันที มีดนตรีพิณพาทย์บรรเลงขับร้องรับขานกัน ปราสาทก็สวยสุดประดุจวิมานเทวบุตร ประดับประดาด้วยแก้วทั้งเก้าอย่าง วิจิตรงดงามอร่ามตา ตั้งหง่านถึงท้องฟ้า ป้อมค่ายหลายชั้นคู่เคียงเรียงกันถึงเจ็ดชั้นได้ สิ่งที่กล่าวมมานี้สืบทอดต่อมาอยู่คู่กับพระมหากษัตริย์จนถึงรัชกาลนี้

ทางทิศเหนือนั้น แถบเขาลูกหนึ่งใกล้กันกับกรุงอยุธยา หนทางนับโยชน์ บ้านเรือนตั้งเต็มอยู่แน่นหนา ชื่อว่า "บ้านบึง" มีอยู่บ้านอยู่หลังหนึ่งมีผัวเมียชื่อ "นันทา" และ "เหรา" ชวนกันปลูกศาลเพียงตา ตกแต่งบายศรีมากมาย เพื่อบรวงสวงบูชาเทวดา ขอลูกหญิงชายให้เกิดแก่กับตน

๏ จักกล่าวนิทาน
เรื่องราวบุราณ แต่ก่อนโพ้นมา
ยังมีกษัตริย์ จักรพรรดิราชา
เสวยราชนัครา อยุธยากรุงไทย
นามกรภูเบศ
สืบวงศ์พงศ์เพศ เจษฎาภารไกร
เลื่องลือปรากฏ ยศศักดิ์ศิลปชัย
เมืองขึ้นนับได้ ร้อยเอ็ดนครา
มีหมู่กุญชร
สินธพอัสดร นิกรโยธา
เศรษฐีวาณิช ประมวลพฤฒา
ประเทศพารา กรุงไกรภูบาล....
....ฝ่ายทิศอุดร
ลำเนาสิงขร ใกล้กับพารา
หนทางนั้นโสด ถึงโยชน์คณนา
เหย้าเรือนแน่นหนา ชื่อว่าบ้านบึง
เรือนหนึ่งนนเล่า
ผัวเมียสองเจ้า ชวนกันรำพึง
เป็นนิจนิรันดร์ ทุกวันคำนึง
เช้าคํ่ารำพึง บ่ได้เว้นวาย
ปลูกศาลเพียงตา
บายศรีซ้ายขวา ตกแต่งมากมาย
บวงสรวงเทวา บูชาของถวาย
ขอลูกหญิงชาย เกิดแก่อาตมา ฯ ....
  • เทวบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์นางเหรา บัดนั้นพระอินทร์ประทับอยู่ในที่ไสยาสน์ มองลงมาเห็นนายนันทาและนางเหรากำลังชวนไปบูชา ตั้งสัตยาธิษฐานขอให้มีลูกเกิดแก่ตน พระอินทร์จึงนึกขึ้นว่า "ถ้ากูนี้ไม่ไปช่วย คงไม่มีบุตรสืบต่อมาเป็นแน่แท้ เพราะสองคนนี้จะตายเสียก่อน" เมื่อพระอินทร์พิจารณาจงรู้แจ้งแล้ว ก็สงสัยว่าจะมีใครสมควรลงไปเกิดบ้างไหม พอดีเหลือบไปเห็นเทวบุตรอยู่ตนหนึ่ง "อืม ท่านนี้แหละสมควรลงไปเกิดแล้ว" เทวบุตรรับบัญชาพระอินทร์ กราบลาจากวิมานของตน แล้วลงจุติในบัดดล เข้าปฏิสนธิที่ครรภ์ของนางเหรา

วันนั้นเวลาใกล้รุ่งคืนวันนั้น เทวดาทำอาเพศ นางเหราฝันประหลาดใจว่า ได้ไปเที่ยวเล่นที่เขาพระสุเมรุ แต่ดันถูกปิดขวาง จะเดินไปได้ก็ยากนัก นางจึงยืนมือไปจับยอดเขาพระเมรุไว้ นางเดินเลียบไปมา แล้วจึงคว้าเอาพระจันทร์ไว้ได้ เมื่อนั้นนางเหราก็ตื่นขึ้นจากความฝันโดยทันที นางปลุกสามีขึ้น เล่าตามความฝันที่ได้ปรากฏ นันทาตื่นขึ้นก็กอดเมียแก้ว "พรุ่งนี้เราไปวัด ไปหาท่านสมภารให้ช่วยทำนายทายทัก พี่จะถามว่าฝันนี้ดีร้ายอย่างไร เห็นทีเจ้าจะมีครรภ์แล้วล่ะเมียจ๋า"

ครั้นรุ่งสว่างแล้ว นางเหราจัดแจงแต่งตัว แล้วจึงไปวัดวา ขณะกำลังเดินเข้าไปอยู่นั้นนางเหราเห็นเณรอยู่รูปหนึ่ง จึงถามเณรว่า "เจ้าคุณอยู่หรือไม่ ข้านี้กังวล" เจ้าเณรจึงร้องตอบไปว่า "เชิญสีกามาข้างนี้ บอกธุระได้เลยว่าจะมาทำอะไร สมภารท่านไปฉันอยู่ จะคอยท่านอยู่ที่ไหนล่ะ ลูกเต้าจะร้องไห้กันนะโยม เร่งไปเถิดสีกาเอ๋ย" เมื่อนางเหราได้ยินดังนั้นจึงร้องตอบกลับไป "ว้ายเณรพูดอะไรนี่ เณรองค์นี้พูดมุสาไปได้ จะเอาลูกที่ไหนมา แกล้งว่าฉันน่าอายเสียหมด" ว่าเสร็จแล้วนางเหราก็ปรับทุกข์ตามเรื่องความฝันของตน "เรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละเจ้าค่ะ ฝันดีหรือร้ายโยมไม่รู้เลย" นางเหรากล่าวกับเณร เจ้าเณรแกล้งเจรราต่อไปว่า "ฝันแบบนี้สีกายังไม่เคยเป็นมาก่อน อย่ากลัวเลยในความฝัน ปีนี้สีกาจะมีบุตร เป็นชายรูปร่างงาม มีลักษณะดี ลูกชายคนนี้จะได้เป็นตลกหลวง อาตมาไม่ลวงเล่นหรอกสีกา ฟังแล้วอย่าวุ่นวายใจเลย" หลังจากฟังคำทำนายของเณรจบแล้ว นางเหราจึงลาเณรกลับ ครั้นถึงเรือนแล้ว ก็บอกเล่าให้กับนายนันทาตามที่เณรได้ทำนาย นันทาก็สบายใจคำนายเณร

ตอนนางเหรากลับมาเรือนนั้นได้ พอดีสมภารก็ล้างเท้าแล้วขึ้นกุฏิ เจ้าเณรจึงบอกว่าชาวบ้านเขามาหา บอกกล่าวฝันตามที่สีกาบอก รวมถึงคำทำนายของตัวเอง "เขามาบอกเล่ากล่าวกลับฉันน่ะหลวงพ่อ ฉันจึงทำนายให้เขาไป" สมภารครั้นได้ยินจึงร้องว่า "ไอ้เณรจังไร! ฝันดีทายว่าร้าย มึงทำนายผิดไปแล้ว ฝันแบบนี้ในตำราเขาว่าดีนัก เขาจะมีลูกชายรูปงาม รายล้อมด้วยบุญญา จะได้ครองเมือง ในใต้ฟ้าไม่มีเทียมเลย"

๏ ยานี ฯ
บัดนั้นท้าวโกสีย์ อยู่ในที่แท่นไสยา
ผาดเพ่งเล็งลงมา เห็นสองราน่ารำคาญ
ชวนกันไปบูชา ตั้งสัตยาธิษฐาน
ขอเกิดลูกนงคราญ ผู้เยาวมาลย์ยอดเสน่หา
ถ้ากูนี้มิไปช่วย เห็นจะม้วยชีพชีวา
ไม่ได้สืบบุตรา ทั้งสองราจะบรรลัย
สมเด็จท้าวอินทรา พิจารณารู้แจ้งใจ
พินิจคิดสงสัย ไม่เห็นใครจะสมควร
จึงเห็นเทวบุตร ผู้ใจสุทธิ์พอสงวน
ท่านนี้เห็นสมควร ลงไปเกิดด้วยง่ายดาย....
....เทวาแกล้งอาเพศ นำเอาเหตุมาด้วยพลัน
ใกล้รุ่งคืนวันนั้น นางจึงฝันประหลาดใจ
ผันว่าไปเที่ยวเล่น เขาพระเมรุอนสูงใหญ่
ปิดทางขวางหน้าไว้ จะเดินไปยากนักหนา....
....เจ้าเณรบอกอาการ ว่าชาวบ้านเขามาหา
แจ้งความตามสีกา เขาเล่ามาให้ฉันฟัง
จึงเล่าอภิปราย เรื่องทำนายมาแต่หลัง
สมภารครั้นได้ฟัง ดูน่าชังเณรจังไร
ฝันดีทายว่าร้าย มึงทำนายให้ผิดไป
สุบินเช่นนี้ไซร้ ดีพ้นใจในตำรา
เขาจกมีลูกชาย งามพรรณรายด้วยบุญญา
จะได้ครองพารา ในใต้ฟ้าไม่เทียมทัน ฯ ....
  • กำเนิดศรีธนญชัย ต่อแต่นั้นมาผัวเมียทั้งสองคน ก็ร่วมรักกันอย่างมีความสุขทุกวัน ไม่อันตรายใด ๆ เลย พอครบสิบเดือนแล้ว นางเหราจึงคลอดลูกรักได้อย่างง่ายดาย เป็นวันพฤหัสบดี เดือนสี่ ปีวอก เวลาประมาณบ่ายสองโมง หมู่ญาติพี่น้องก็มาประชุมกันพร้อมหน้าพร้อมตา บ้างก็หาโอ่งอ่างเพื่ออาบน้ำรับขวัญหลาน พร้อมกันอยู่บนบ้าน เสียงอื้ออึงไป จึงให้ชื่อหลานรักว่า "ศรีธนญชัย" เมื่อฤกษ์เวลาคลอดขณะนั้น ฟ้ามืดมัวไปทั่วทั้งเมือง บรรดาชาวบ้านใกล้เรือนกันรอบบ้านนันทา บ้างก็ถือสิ่งของ เงินทอง เสื้อผ้า ชวนกันเอามาให้ ไม่เหลือกันสักคน ตามมีตามจนกันบ้าง บ้างไปหามาเยี่ยมกันขวักไขว่สาละวน ผัวเมียทั้งสองก็ได้ทรัพย์สินมากมาย สมดั่งที่เขาทำนาย เจ้าเณรมันทำนายผิดไป แต่ก่อนหญิงชายฝันเห็นนิมิตใด ถึงจะเป็นฝันร้าย เขาก็ทายแก้ไขให้ว่าลาภล้นเหลือตามฝันจริงนั้น
๏ สุรางคนางค์ ฯ
เมื่อนั้นสองรา
อยู่จำเนียรมา ช้านานหลายวัน
ชื่นชมสมสอง ปรองดองด้วยกัน
อยู่สุขทุกวัน ไม่มีอันตราย
ถ้วนสิบเดือนปลอด
เหราจึ่งคลอด ลูกรักโฉมฉาย
เดือนสี่ปีวอก ออกโดยง่ายดาย
วันพฤหัสบดีพอสาย บ่ายแล้วสองโมง
หมู่ญาติวงศา
พร้อมมูลกันมา บ้างหาอ่างโอ่ง
อาบน้ำหลานขวัญ พร้อมกันในโรง
ทั้งโคตรโขยง อื้ออึงคะนึงไป
จึงให้นามกร
หลานรักบังอร ชื่อศรีทะนนไชย
ฤกษ์งามยามปลอด เมื่อคลอดนั้นไซร้
มืดคลุ้มกลุ้มไป ทั่วทงพารา
บรรดาชาวบ้าน
เรือนเรียงเคียงร้าน รอบเรือนนันทา
บ้างถือสิ่งของ เงินทองเสื้อผ้า
ชวนกันเอามา ไม่เหลือสักคน
ใครมีสิ่งไร
นำเอามาให้ ตามยากตามจน
บ้างมาบ้างไป ขวักไขว่สาละวน
ผัวเมียสองคน ได้ทรัพย์มากมูล
ปลอดห่วงวันนั้น
สิทธิโชคสิบชั้น พระจันทร์ยุคูณ
อาทิตย์เป็นอุดม บริสุทธิ์สมบูรณ์
ศุกร์ขึ้นอยู่เมถุน หนุนกับอังคาร....
....สมด้วยเรื่องราว
ดังท่านว่ากล่าว ตามฝันนั้นหนา
จริงจังดังนั้น เหมือนท่านเล่ามา
ดุจนางเหรา ให้เณรทำนาย....
  • ศรีธนญชัยเติบโต อยู่ต่อมาอีกช้านาน ศรีธนญชัยก็เติบโตเจริญวัย พอพูดออกเสียงบ้างได้แล้ว นางเหราจึงคลอดลูกอีกคน อยู่ไปหลายวัน พี่ก็เลี้ยงน้องที่แม่คลอดออกมานั้น อาบน้ำวันละสามหน ผัดแป้งแต่งตัวให้กับน้องชาย ตามประสาของเด็ก วันหนึ่งสองผัวเมียสองคนก็เข้าป่า เพื่อเที่ยวหาของป่าและฝืน จึงฝากลูกสองคนกับชาวบ้านอยู่กับบ้านเรือนของตน พี่น้องสองคนเล่นกัน ไม่ได้ด่าตี เล่นหัวพูดเจรจากันอย่างสนุกสนาน พอถึงยามค่ำแล้ว พ่อแม่จึงกลับมา เจ้าศรีธนญชัยเหลือบไปเห็นแต่ไกล ก็ดีใจหนักหนา วิ่งค่อย ๆ ไปคอยรับแม่ นางเหราเห็นลูกทั้งสองคนวิ่งรี่ออกมาหาตน ร่างกายที่เมื่อยล้าก็คลายสบายใจขึ้น นางกอดลูกรักของนาง แล้วจูบลงบนหัวของลูกสองคนที่รักเสมอกัน เดี๋ยวมาเขียนต่อ

ทดลองใช้ {| |-|||- |} กับกาพย์ฉบังสิบหก

เมื่อนั้นเณรศรีทะนนไชย สมภารขับไล่
ร้องไห้ก้มกราบวันทา
สึกแล้วคลาดแคล้วไคลคลา ออกจากวัดวา
กลับมาหาพ่อแม่ตน