ผู้ใช้:Brandy Frisky/วิเกรียนพีเดีย เขี่ยยากจริงหรือ?

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง

บทความนี้มีที่มาจาก บอร์ด:ฉลองครบรอบ 50 บทความของไอ้ขี้เมา ซึ่งสงสัยว่า ถ้าเป็นที่วิเกรียนพีเดีย (คำเรียกวิกิพีเดียของชาวไร้สาระนุกรม) แล้ว จะทำได้ขนาดนี้ไหม?

สำหรับคนที่รู้จักผมก็อาจจะคิดว่า "แหม คุณเขียนได้ทั้งวิกิพีเดียและไร้สาระนุกรมเพราะคุณจบปริญญาโทมาแล้วหนิ" "คุณเก่งหนิ" หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้ามองให้ดีๆจะเห็นว่าทุกคนที่ไม่กล้าแตะต้องวิกิพีเดียนั้นเพราะคิดว่า "ตัวเองไม่เก่งพอ ไม่เทพพอ"

แล้วผมหล่ะ เก่งนักเหรอ เปล่าเลย สมัยเรียน ป ตรี ผมจบเกรดเฉลี่ยแค่ 2.19 เท่านั้นเองด้วยซ้ำ จริงจริงแล้ว การมาเรียนปริญญาโทในออสเตรเลียไม่ใช่เรื่องยากเลยขอเพียงคุณมีเงิน ก็เท่านั้นเอง (เชื่อสิ เพราะผมมาด้วยวิธีนี้เหมือนกัน)

ความจริงก็คือ พวกคุณที่ไม่กล้าเขียนนั้นดูถูกตัวเองต่างหาก คุณลองคิดในมุมกลับสิ ทำไมบรรดาเกรียน/ติ่งหูถึงกล้ามาก่อเกรียน ด่าทอชาวไร้สาระนุกรม ง่ายมาก เพราะพวกเขาคิดว่าไร้สาระนุกรมมีแต่เรื่องไร้สาระ ส่วนคนเล่นก็เป็นเด็กๆ การศึกษาไม่สูงไงครับ (ความจริงแล้ว ผู้ดูแลไร้สาระนุกรม 5 คน จบโทแล้ว 1 คน (ผม) กำลังศึกษาระดับปริญญาโท 1 คน จบปริญญาตรีแล้ว 2 คน ส่วนอีกคนไม่เคยเปิดเผย และใน 5 คนนี้ จบการศึกษามาจากต่างประเทศ 2 คน)

วิกิพีเดียคืออะไร?[แก้ไข]

วิกิพีเดียบอกว่าตัวเองคือสารานุกรมออนไลน์ที่เปิดโอกาศให้ใครก็ได้เขียน ใช่แล้ว ใครก็ได้ คุณไม่จำเป็นต้องเอาวุฒิปริญญาของคุณมาแสดงหรอกครับถึงจะเขียนวิกิพีเดียได้ นอกจากนี้ พวกที่เอาวุฒิด็อกเตอร์มาแสดงความกุ่ยแล้วโดนตบตายกลายเป็นด็อกหน่ะ มีเยอะครับ

พูดถึงด็อกเตอร์ คนไทยเรานี่ก็แปลกครับ เห็นด็อกฯแล้วจะต้องกราบไหว้บูชา แต่ว่าผมหนิ ก่อนไปเรียนออสเตรเลีย ผมได้ร่วมทำงานเป็นวิศวกรที่ปรึกษาในโครงการของรัฐบาลโครงการหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาศทำงานกับด็อกฯทั้งหลายครับ ซึ่งบอกได้เลยว่า พวกด๊อกเตอร์โง่ๆ ห่วยๆ กุ่ยๆ ในประเทศไทยหน่ะ เยอะครับ ไอ้ที่โดนอัดตายก็มีมาแล้ว แอบด่าก็มีครับ (แม่ง ไปแนะนำบริษัทเขาในเรื่องที่ขนาดเด็ก ป ตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกลยังรู้ว่าผิด อนาถแท้ ด็อกจริงจริง (ทุเรศเนอะ))

เนื้อหาในวิกิพีเดีย[แก้ไข]

หลายคนอาจจะคิดว่าเนื้อหาในวิกิพีเดียต้องมีแต่สาระ สาระ และสาระ ส่้วนไร้สาระนุกรมแม่งมีแต่เรื่องไร้สาระ ว่าแต่ว่าคุณไม่ย้อนถามมั่งเหรอครับว่า "สาระนั้นคือฉันใด"

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตกล่าวว่า สาระหมายถึง

Cquote1.png ส่วนสำคัญ, ข้อใหญ่ใจความ, เช่น เขียนมายืดยาวแต่มีสาระน้อย ทำดีย่อมได้ดีเป็นสาระสำคัญของเรื่องนี้; ประโยชน์ เช่น เรื่องไม่เป็นสาระ ไร้สาระ.[1] Cquote2.png

ใช่แล้ว ถ้าคุณมองว่าเรื่องที่คุณทำอยู่นั้นสำคัญ หรือคิดว่าสิ่งที่คุณกำลังอ่านนั้นสำคัญ มันก็คือสิ่งมีสาระนั่นเอง ถ้าจะให้ยกตัวอย่างง่ายก็บรรดาฟอร์เวิร์ดเมล ส่วนใหญ่ผมนว่าโคตรน่ารำคาญเลย แต่ก็มีคนส่งมาอยู่นั่นแหละ นานๆทีถึงจะมีของดีมาสักหน ไม่เชื่ออ่านนี่ได้ 10 อันดับ FWD เมลล์ที่น่ารำคาญที่สุดในโลก

เห็นไหมหล่ะ สาระมันอยู่ที่มุมมอง

บทความส่วนใหญ่ในวิกิพีเดียไทย[แก้ไข]

บทความในวิกิพีเดียหน่ะ ด้วยความที่ใครเขียนก็ได้นี่ มันหมายความว่า ความถูกต้องน่าเชื่อถือมันไม่มีหรอกนะ อย่างน้อย ใครเอาวิกิพีเดียไปอ้างอิงในระดับมหาวิทยาลัยในเมื่องนอกก็โดนทิ้งถังขยะแหละเพราะเขาไม่ยอมรับ

บทความในวิกิพีเดียภาษาอังกฤษมีถึง สองล้านบทความก็จริง แต่ว่ามีบทความที่ไม่ผ่ายนโยบายของวิกิพีภาษาอังกฤษเองก็เยอะ (คนมันเขียนกันจนผู้ดูแลพันกว่าคนยังเอาไม่อยู่) รอถูกรวมบทความก็แยะ ไม่ได้เรื่องก็มากมาย แล้ววิกิพีเดียภาษาไทยหล่ะ?

วิกิพีเดียภาษาไทย ความจริงแล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามมันอย่างใกล้่ชิด คุณจะเห็นพฤติกรรมประหลาดหลายอย่าง ซึ่งรวมไว้แล้วที่ วิเกรียนพีเดีย พวกบ้า300จำพวก อ่านได้ ขำได้ แต่ห้ามด่า (หมายถึงในไร้สาระนุกรมนะ ตรงนั้นมันเขตความรับผิดชอบของผม ที่อื่น ใครอยากด่าก็ด่าเถอะ ตามสบาย ผมมันไม่หยี่ระกับคำด่าที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเหตุผลที่ควรรับฟัง ต่อให้แรงแค่ไหน ผมก็จะฟัง)

นอกจากนี้ บทความหลักๆของวิกิพีเดียภาษาไทยคือ คนดัง ดารา นักร้อง นักแสดง หนัง ละคร (ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวแทนมันสมองของคนไทยเรารึเปล่าว่าคิดได้แต่เรื่องแบบนี้) เอาหล่ะ นี่คือตัวอย่างบทความในวิกิพีเดียไทย

  1. กมลา สุโกศล (ระดับผู้ดูแลวิกิเขียน)
  2. เดอะไพเรตเบย์ (ระดับผู้ดูแลวิกิเขียน)
  3. กฤษดา สุโกศล แคลปป์ (ระดับผู้ดูแลวิกิเขียน)
  4. บาซ เลอห์มานน์ (ระดับผู้ดูแลวิกิเขียน)

เห็นไหมหล่ะ? ง่ายนิดเดียว แถมการเป็นผู้ดูแลไม่ได้แปลว่าต้องเขียนบทความดีเลิศด้วยนะครับถึงเป็นได้ จริงจริงแล้ว งานผู้ดูแลไร้สาระนุกรม-วิกิพีเดียคืองานเก็บกวาดขยะต่างหากหล่ะ (ผมเองก็เป็นผู้ดูแลไร้สาระนุกรมนะ กล้ายืนยันครับ งานกวาดขยะจริงจริง ไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่เลย นอกจากนี้ ที่ผมได้เป็นผู้ดูแลนี่ ไม่ใช่เพราะว่ามีคุณวุฒิ-วัยวุฒิอะไรหรอก เพราะผมไล่เก็บกวาดนั่นนี่บ่อยต่างหาก คนเขาเลยเห็นใจให้เป็นผู้ดูแลกัน นอกจากนี้แล้ว คงเพราะผลงานการตบเกรียนของผมมันเข้าตากรรมการด้วยมั้ง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้มีสิทธ์ที่จะไปสั่งใครให้ซ้ายหัน-ขวาหัน และสามารถโดนปลดได้เหมือนกันถ้าประพฤติตัวไม่ดี)

นอกจากนี้ ผมต้องการจะแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลแค่นี้ก็เขียนวิกิพีเดียได้แล้ว ไม่ยากเลย

หมายเหตุ:ถามว่าผมมีอคติกับหมอนี่ไหม ผมตอบเลยว่าใช่ แต่สาเหตุที่เลือกบทความของเขามาแสดงให้ดู ก็เพราะแนวการเขียนบทความของเขาคือแค่นี้จริงจริง เป็นตัวอย่างที่ดีให้เห้นว่าบทความในวิกินั้นไม่ยากเลย ไม่เกี่ยวกับการอคติ (แต่อคติทำให้ผมนึกออก 555+)

วิกิพีเดีย เขียนยังไงให้ผ่าน[แก้ไข]

การจะเขียนวิกิพีเดียให้ผ่านนั้น สำคัญข้อแรกคือ หัวข้อที่คุณจะเขียนนั้น ต้องมีความสำคัญ ครับ คุณลองคิดง่ายๆว่าคุณเปิดหนังสือมาเล่มนึง แล้วคุณพบว่ามันมีแต่เรื่องที่คุณไม่อยากรู้ทั้งนั้นเลย เช่น

Cquote1.png นายอับเสิด อาฟูล (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เกิดวันที่ 32 มกรายน 25xx เรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลดีนายด์ (นามสมมติ) (ซึ่งบางทีเขาจะบอกว่าโรงเรียนของเขาดีเลิศประเสริญศรีมากๆด้วยหล่ะ) เรียนด้วยผลการเรียนสุดยอดมันจอร์จมาก เคยได้รับเกรียนติบัตรนั้นนี้มา (โดยมากมักจะเป็นเกรียนธรรม 99 ประโยคหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับธรรมเกรียน ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่เรื่องจริง) Cquote2.png
Cquote1.png ผมชื่อน้องพาเทจติกครับ ผมชอบน้องอันฟอทูนมากๆเลยครับ เธอเรียนโรงเรียนนั้น เราทั้งคู่ยังเป็นโลลิอยู่เลยครับ ผม(แอบ)ชอบเธอมาก ชอบอย่างนั้น อย่างนี้ เธอสวยอย่างโน้น งามอย่างนั้น (มีมาจริงจริงนะ แบบนี้ อ่านแล้วสงสารหน่ะ คงแอบชอบจนต้องหาที่ระบาย ลงบทความก็โดนลบอย่างไม่ต้องสงสัย เลยเอามาลงหน้าผู้ใช้แทนไม่รู้โดนลบไปไหม) Cquote2.png
Cquote1.png นาย กฤติกร จันทิมา (จำชื่อได้เค้าๆ แต่เรื่องจริง) ขอตั้งตัวเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (เขายกตัวเองเป็นนายกอ่ะ สุดยอด) ผมอายุ 15 เป็นหัวหน้ายุวชนPDA (ผมว่า ยุวชนฮิตเลอร์ (Hitlerjugend) มากกว่า) บลา บลา บลา (สุดท้ายบทคามนี้โดนย้ายไปไร้ชีวประวัติของไร้สาระนุกรมหล่ะ แต่จำไม่ได้แล้วว่าไปไหน) Cquote2.png

เจอแบบนี้ คุณคงไม่อยากเสียเวลาอ่านใช่ไหมหล่ะครับ ด้วยเหตุนี้เอง เงื่อนไขเบื้องต้นของวิกิพีเดีย (รวมทั้งไร้สาระนุกรมด้วย) คือ ต้องเป็นบทความที่มีความสำคัญครับ เช่น อนาถาธิปไตย โดราเอม่อน เจ้ามูลเมือง วิศวกรรมศาสตร์ คุโซ มิโซ เทคนิก เป็นต้น

เนื้อหา อย่าบ้าได้ไหม[แก้ไข]

ทั้งไร้สาระนุกรม-วิกิพีเดีย ต่างก็ถือว่าตัวเองเป็นสารานุกรม ดังนั้นย่อมเป็นเรื่องธรรมดาครับที่สำนวนการเขียนจะต้องเป็นลักษณะของการบรรยายด้วยสรรพนามบุรุษที่สาม นี่เป็นหลักการเดียวกับการเขียนเอกสารทางวิชาการสำหรับประเทศตะวันตก (ยกเว้นอเมริกา) ด้วยนะครับที่จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ I we หรือ you ให้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้นครับ (เอกสารทางวิชาการของทางฝั่งอเมริกา มักจะใช้ I หรือ we กันเป็นเรื่องปกติครับ)

นอกจากนี้ เนื่องจากว่าวิกิพีเดียนั้นเน้นด้านความรู้ ดังนั้นสำนวนจึงจำกัดไว้เพียงการบรรยาย ห้ามพรรณนา (แต่ไร้สาระนุกรม ยอมได้ถ้าเป็นไปเพื่อบทความ แต่โดยมาแล้ว ยอมได้ สำหรับผมแล้ว ไร้สาระนุกรมคืออะไรที่สะท้อนภาพอารมณ์แนวคิดของปุถุชนสามัญที่มีต่อหัวข้อ) ดังนั้น คุณจะต้องเขียนแต่สิ่งที่เป็นเนื้อๆ อาจจะขยายความเพื่อสร้างความเข้าใจได้ แต่ไม่ควรใส่ความคิดของตัวเองให้ชัดเจนจนเกินไป

ความ(ไม่)เป็นกลางของเนื้อหา[แก้ไข]

ในความเป็นจริงแล้ว เนื้อหามันสะท้อนอยู่แล้วหล่ะครับว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไร โน้มเอียงข้างไหน? เป็นกลางหรือไม่? ผมเคยอ่านบทความ ๆ หนึ่งครับ เนื้อหาคือ เขาเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของประเทศในแอฟริกาด้วยการใช้ระบบเครือโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ท ลักษณะการเขียนเขาเขียนดีมากเลยครับ เนื้อหาอ่านแล้วคล้อยตามเลยว่า แอฟริกาควรจะมีระบบโทรคมนาคมที่ดีกว่านี้เพราะจำนวนผู้มีโทรศัพท์บ้านในแอฟริกานั้น "ต่ำมากๆ" ส่วนระบบทีเขาเสนอนั้นก็ดี น่าสนใจ สำนวนก็ดูแล้วเป็นกลางดี แต่ทว่า 555 ช้าก่อนครับ

และแล้ว ผมก็ไปเจอบทความอีกบทความหนึ่งครับ ตีพิมพ์ในเวลาไล่เลี่ยวกันเลย โอ้โห! แอฟริกามีจำนวนโทรศัพท์บ้านน้อยสุดๆก็จริง แต่เป็นตลาดมือถือที่โตไวที่สุด "สูงเกือบ 50%" มีคนใช้มือถือเยอะมากจนมีอาชีพขายยัตรเติมเงินตามสี่แยกไฟแดง (นึกไม่ออก นึกถึงคนขายพวงมาลัยตามสี่แยกบ้านเรา แบบนั้นเลย) โอ้แม่เจ้า! เมื่อย้อนกลับไปดูที่บทความแรก อ้อ! เข้าใจละ คนเขียนคนนึงเ็ป็นผู้บริหารบริษัทโทรศัพท์อินเทอร์เน็ท ถึงบางอ้อละ

นี่เป็นเรื่องธรรมดาของยุคข้อมูลข่าวสารยุคนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลานี้บ้านเรามันมีควายสองตัวกำลังขวิดกันจนฟาร์มแทบพัง ดังนั้นในการรับข่าวสาร เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันให้ดีๆครับ

สำหรับวิกิพีเดียนั้น แน่นอนว่าเขาพยายามให้เนื้อหานั้นมีความเป็นกลางที่สุด แต่ก็ตามที่บอกแหละครับ สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นกลาง ก็ไม่เป็นกลางได้ในความเป็นจริง และนี่ก็เป็นความบ้าอย่างหนึ่งของชาววิกิพีเดียที่แก็ปัญหาความไม่เป็นกลาง (แบบสิ้นคิด) ด้วยการเรียกร้องหาอ้างอิง (เพราะเรื่องนี้ ผมเลยเจอบทความน่าสนใจหล่ะ นี่ครับวิธีตอแหลด้วยสถิติ)

เรื่องนี้ ผมเอามาเล่าทำไม? ในเมื่อเรื่องมันบอกว่า ความเป็นกลางหรือไม่เป็นกลางมันอยู่ที่แนวคิดของคนเขียน ใช่ครับ ผมจะย้ำว่าในการรับข้อมูลข่าวสารหน่ะ การกรองข่าวพิจารณาข้อมูลนั้นมีความสำคัญมาก ๆ ครับ ส่วนถามว่าจะกรองยังไงนั้น กาลามสูตรคือคำตอบที่ใช้ได้ตลอดกาลครับ สำหรับเนื้อหาของสารานุกรมที่เป้นกลางนั้น ในบางเรื่อง ควรจะให้มุมมองมากกว่าหนึ่งมุมมองครับ เช่น มีข้อดี ก็ควรจะมีข้อเสีย และสำหรับตัวคุณเอง ถ้าคุณต้องการใช้ข้อมูลจากวิกิพีเดียหล่ะก็ ควรจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเองครับ

อ้างอิง นี่หล่ะบอสใหญ่[แก้ไข]

อ้างอิง นี่คือสิ่งที่คนหลายๆคนกลัว และหลายๆคนที่คุยกับผมเรื่องการเขียนวิกิพีเดียอย่างจริงจังมักจะพูดเป็นเสียเดียวกันว่า "เขียนอ้างอิงยาก" ซึ่งผมก็พอเข้าใจเพราะแรกๆผมก็งงเหมือนกัน แต่หลังจากใช้มันบ่อยๆ ผมคล่องแล้วหล่ะ นอกจากนั้น ประเทศทางฝั่งเอเชียเราก็ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับการอ้างอิงเสียด้วยซี เพราะมันไม่ใช่วัฒนธรรมของเรานี่นา ผมจำได้ว่าเคยเรียนเกี่ยวกับการอ้างอิงแค่ในวิชาภาษาไทย แล้วก็เรียนกันนิดเดียวเอง

อ้างอิงไปทำด๋อยอะไร[แก้ไข]

เมื่อก่อนจะมีเกมให้เล่นหน่ะครับ โดยจะให้ผู้เล่นต่อแถวเรียงกันเป็นสองแถว คนหัวแถวจะได้รับกระดาษบอกข้อความจากกรรมการแล้วเอาไปกระซิบบอกต่อไปยังคนถัดไปจนกระทั่งถึงหางแถว แล้วคนหางแถวเอาข้อความมาบอกกรรมการเพื่อดูว่าข้อความของฝ่ายให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด บางครั้ง ข้อความก็พอเข้าเค้าบ้าง แต่ที่ออกทะเลเป็นอะไรก็ไม่รู้ไปเลยก็มี แต่ที่แน่ๆ ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์นั้น ไม่มีแน่นอน

เกม ๆ นี้เป็นเหมือนการจำลองสถานการณ์บอกต่อครับ ซึ่งเมื่อผ่านไปหลายๆปากเข้า ข้อความก็เริ่มเพี้ยน ลองดูการ์ตูนข้างล่างนี้นะครับ

วงจรข่าววิทยาศาสตร์.gif

จุดเริ่มต้นนั้นมาจากงานวิจัยของนักศึกษา Ph.D. คนหนึ่งซึ่งสรุปผลวิจัยว่า A มีความสัมพันธ์กับ B (ที่ความเชื่อมั่น 56%) C เป็นสิ่งที่ถูกกำหนด D ถูกสมมติภายใต้เงื่อนไข E และก็ถูกประกาศโดยมหาวิทยาลัย (โดยปกติแล้ว ในการทำ Ph.D. นักศึกษาจะต้องผ่านการประชุมทางวิชาการเพื่อประกาศผลงานตัวเองอยู่แล้ว) และก็มีคนไปเขียนข่าว และข่าวดังกล่าวก็ลงอินเทอร์เน็ต ไหลไปตามบล็อกต่างๆ จนกระทั่งสำนักข่าวใหญ่ไปเจอและขึ้นข่าว จากนั้นข่าวนั้นก็กระจาย (แบบผิดๆ)ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนย้อนกลับมาที่คุณยายของผู้ทำวิจัยเอง ซึ่งคุณคงสังเกตุอาการเห็นอาการเซ็งของนักศึกษาคนนั้นได้นะครับว่า เซ็งเป็ด แค่ไหน

อ้างอิง รากฐานของการศึกษาของโลกตะวันตก[แก้ไข]

จากวงจรข่าวลือข้างต้น คงจะพอเห็นภาพความผิดเพี้ยนของข้อมูลข่าวสารจากการบอกต่อนะครับ ด้วยเหตุนี้ พวกตะวันตกเลยประดิษฐ์คิดค้น"การอ้างอิง"ขึ้นมาเพื่อให้่คนอื่นสามารถสืบย้อนหลังลงไปได้ว่า ข้อมูลที่นาย ก อ้างว่ามาจากนาย ข นี่ จริงหรือมั่วนิ่มแค่ไหน? มีรายการ "ฤาษีแปลงสาร"หรือไม่? (ฤาษีแปลงสารเป็นนิทานไทยพื้นบ้านกล่าวถึงฤาษีตนหนึ่งที่แปลงจดหมายที่พระเอกถือมาเพื่อช่วยเหลือพระเอกครับ สำหรับคอหนังจีนกำลังภายใน ขอให้นึกถึงเรื่องเดชคัมภีร์เทวดา/กระบี่เย้ยยุทธจักร ตอนงักปุ๊กคุ้งแปลงข้อความในคัมภีร์ปราบมารเพื่อหลอกจ้อแน่เซี๊ยงนะครับ กรณีเดียวกัน)

อ้างอิง มันบอกอะไรฉัน[แก้ไข]

การอ้างอิงในทางวิชาการนั้นมีสองแบบใหญ่ ๆครับคือแบบ "คนเขียน-วันที่" กับ "คนเขียน-ชื่อเรื่อง" ส่วนตัวผมนั้น ผมชินกับแบบ"คนเขียน-วันที่" หรือที่เรียกว่า Harvard referrencing มากกว่า แต่ในประเทศไทยและวิกิพีเดียไทยนั้นจะใช้แบบ "คนเขียน-ชื่อเรื่อง" เป้นหลักครับ นอกจากนี้ ในแต่ละประเทศจะมีการกำหนดลงไปอีกว่าจะให้ใส่เครื่องหมายอะไร ยังไง ตรงไหน อันนี้เป้นรายละเอียดปลีกย่อยครับ

แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องมีก้คือ ชื่อคนเขียน ชื่อเรีื่อง และวันที่ตีพิมพ์ สำหรับการอ้างอิงเว็บไซต์นั้น ลิงก์คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ

การอ้างอิงลิงก์นี้ เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดอย่างแรงอยู่มาก ตัวอย่างเช่น นาย ค ต้องการอ้างอิงบทความ "อาการเมา" ของไร้สาระนุกรม แต่กลับเขียนลิงก์อ้างอิงว่า http://th.uncyclopedia.info ซึ่งเป็นลิงก์หน้าหลักของไร้สาระนุกรม ซึ่ง ผิดครับ ที่ถูกต้องนั้น คุณต้องใส่ลิงก์ที่ตรงไปยังเนื้อหาที่คุณอ้างอิงโดยตรงเลยคือ http://th.uncyclopedia.info/wiki/อาการเมา อย่างนี้ถึงจะถูกครับ

อ้างอิง หน้าตาเป็นแบบไหน[แก้ไข]

ตรงนี้ขอบอกไว้ก่อนว่า ผมไม่เคยใช้รูปแบบ "คนเขียน-ชื่อเรื่อง" และไม่ทราบวิธีอ้างอิงที่ประเทศไทยใช้ ดังนั้นผมไม่บอกดีกว่า ไม่กล้ามั่วครับ แต่ผมจะแสดงรูปแบบ "คนเขียน-วันที่" ที่ผมใช้ให้เป็นตัวอย่างแทนนะครับ เพื่อที่จะได้เห้นภาพชัดขึ้นว่าหน้าตาของมันเป้นยังไง

หนังสือ
ชื่อแซ่คนแต่ง, ปีที่ตีพิมพ์, ชื่อหนังสือ (ตัวเอียง), ครั้งที่ตีพิมพ์ (ถ้ามี), สำนักพิมพ์, สถานที่ตีพิมพ์ (จะเป็นชื่อจังหวัด รัฐ หรือประเทศก็ได้)
เว็บ (กรณีรู้ชื่อคนเขียน)
ชื่อแซ่คนแต่ง , ปีที่ตีพิมพ์, "ชื่อหัวข้อ", วันที่อ่านเว็บ, <ลิงก์>
เว็บ (กรณีไม่รู้ชื่อคนเขียน)
ชื่อเ็ว็บ , ปีที่ตีพิมพ์, "ชื่อหัวข้อ", วันที่อ่านเว็บ, <ลิงก์>

เมื่อไรถึงต้องใช้อ้างอิง[แก้ไข]

อันนี้เป็นคำถามถามเล่นๆโดยพระเจ้าเหา ผู้ดูแลอาวุโสของวิกิพีเดียในวิกิไทยฟอรัมว่า "ถ้าหมามี 5 ขา จะทำไง" แต่ประเด็นคือ ผู้ใช้วิกิพีเดียขาประจำหลายคนเองก็ไม่เข้าใจถึงการอ้างอิงอย่างแท้จริง จนบางครั้งมันกลายเป็นว่า "อะไรที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ฉันจะเอาอ้างอิง" นอกจากนี้ ผู้ใช้วิกิพีเดียบางคน (ย้ำว่าบางคนที่ใจแคบ) ใช้แม่แบบต้องการอ้างอิงเฉพาะจุดเพื่อการกลั่นแกล้งคนอื่นครับ ขอบอก เรื่องจริง คุณเธอไปไล่แปะป้ายต้องการอ้างอิงในบทความของผู้ใช้อีกคนนึง ซึ่งผมสนิทด้วยและรู้จักนิสัย เลยไปบอกคุณเธอคนนั้นว่า

Cquote1.png ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นแฟนผลงานของคุณ โมเอะ นะครับเนี่ย แต่ดูจากนิสัยเขาแล้ว เขาคงไม่ตามแก้ที่คุณแปะหรอกครับ เพราะต้นฉบับที่เขาไปแปลมา มันก็มีแค่นั้น แต่การแปะป้ายของคุณก็ไม่ผิดหรอกครับ เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้ครับ เท่านั้นแหละ

ป.ล. ว่างๆ ติดตามผลงานผมบ้างก็ได้นะครับ แต่ป้ายบางจำพวกเนี่ย ให้รายละเอียดผมหน่อยก็ดีครับ ว่าควรแก้ตรงไหน

Cquote2.png

นั่นแหละครับ เธอคนนั้นก็เลยสติแตก ตุ๊ดแตก หายไปเลย (เขาประกาศตัวว่าเป็นหน่ะครับ ไม่ใช่อะไร)

สำหรับความต้องการอ้างอิงในทางวิชาการนั้น ต้องมีเมื่อเรากำลังให้ข้อมูลที่จำเพาะเจาะจงครับ เช่นเราจะให้ข้อมูลว่าดวงอาทิตย์นั้นมีไฮโดรเจนเป็นส่วนประกอบ 73.46 % แต่สำหรับข้อมูลทั่วๆไปนั้น ไม่ต้อง เช่น ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก อันนี้เด็ก ป ๑ ยังรู้เลยไม่ต้องแปะอ้างอิงหรอกครับ

เพื่อให้ชัดเจน ผมยกตัวอย่างให้ดูนะครับ เพื่อเป็นการทดสอบคุณผู้อ่าน (ให้ลุ้นเล่นๆ)ด้วย ผมจะใส่ [หมายเลข]ไว้หลังข้อความแทนการอ้างอิงนะครับ ในนั้นผมจะอธิบายเอาไว้ว่า มีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร คุณสามารถดุข้อความที่ผมซ่อนได้ด้วยการใช้พอยต์เตอร์ชี้ไปที่เครื่องหมายครับ

Cquote1.png ในการรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่นคือเหตุการณ์สู้รบบนคาบสมุทรเกาหลี[1]ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2135-2141[2] เป้าหมายของฝ่ายญี่ปุ่นในการทำสงครามครั้งนี้ คือการยึดกวาดครองเกาหลี ไปจนถึงจีน และอินเดีย[3]

สงครามครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการยกพลขึ้นบกที่ปูซานและดาแดจิน[4]โดย วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2135 กำลังพล 7,000นายของญี่ปุ่นเดินทางจากเกาะทสึชิมะขึ้นบกที่ปูซาน[5] สำหรับผลของการรบที่ดาแดจินนั้น ตัวเลขความสูญเสียของฝ่ายเกาหลีนั้นไม่แน่นอน บ้างก็ว่า8,500 ศพ บ้างก็ว่า 30,000 หัว[6]

Cquote2.png

เห็นไหมครับ ไม่ยากเท่าไรหรอก ขอเพียงเข้าใจมัน เท่านั้นเอง

ลิขสิทธิ์ = บัดซบ[แก้ไข]

หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของวิเกรียนพีเดียก็คือ ลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะการถูกนำเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์มาลง หรือการถูกละเมิดลิขสิทธิ์เอง

ทำไมต้องเคร่งเรื่องลิขสิทธิ์ด้วยว้า[แก้ไข]

ลองนึกถึงสมัยเรียน (สำหรับเหล่าเกรียนดึกดำบรรพ์) หรือถ้าคุณยังเป้นนักเรียน/นักศึกษาก็ไม่ต้องย้อนไกลมาก รอบตัวคุณเอง แล้วคุณจะเห้นว่าการลอกการบ้านนั้นเป้นเรื่องปกติ ไม่ว่าคุรจะเป้นคนลอกหรือถูกลอก นี่ล้วนแต่เป้นเรื่องปกติ และมันก็เป็นเรื่องปกติเพราะใครๆเขาก็ทำกัน หรือแม้แต่กับครูบาอาจารย์ก็มองว่านี่เป้นเรื่องปกติเช่นกัน สมัยที่ผมเรียนปริญญาตรีปีสุดท้าย (บอกก่อน ผมเรียน ป ตรีนานกว่าชาวบ้านเขา) ผมได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ที่ปรึกษาให้เป็นคนตรวจงานตรวจข้อสอบเด็กปี ๑ (แน่นอนว่าผมเขี้ยวเหมือนกับที่อาจารย์เคยเขี้ยวกับพวกผมตอนเรียนปี ๑ ไม่ได้หรอก เราต้องรักษามาตราฐานความโหดไว้) วิธีตรวจงานเด็กก็ไม่มีอะไรมาก ดูว่ามีชื่อส่งมาไหม ภาพรวมงานเป้นยังไง แต่ไม่ได้อ่านเนื้อหามากหรอกเพราะรู้ว่าส่วนใหญ่ลอกๆกันมา (เมื่อก่อนก็ทำ อย่าคิดมาก รู้แกวกัน) บางพวก ส่งมาเป้นรายงานภาษาอังกฤษ แต่ก็นั่นแหละ อ่านๆดูก็รู้ว่าไปลอกบนเว็บมา ดังนั้นการให้คะแนนก็ไม่อะไรมาก emotional based criterion เสียมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็ประมาณ ๘ แต่ไม่ต่ำกว่า ๗ ใจดีครับ ไปรอเชือดมันตอนสอบแทน (สมัยที่ผมเรียนวิชานี้ตอนปี ๑ คะแนนสอบกลางภาคเต็มร้อย ค่าเฉลี่ยคือ 0 ค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานคือ 8 คะแนนสูงสุด 85 คะแนนต่ำสุด -60 โหดดีไหมหล่ะ)

อย่างไรก็ตาม พอมาเรียนต่อที่ออสเตรเลียแล้ว ผมกลับได้เห็นมุมมองเกี่ยวกับการลอกการบ้านในมุมที่ต่างกันออกไป สำหรับโลกตะวันตกแล้ว มันคืออาชญากรรมครับ ไม่ผิดหรอกครับ เคร่งอย่างนั้นจริงจริง เพราะพวกฝรั่งมันถือว่านี่คือการขโมยคำพูดของผู้อื่นครับ และถ้าสมมติว่านักศึกษาถูกจับได้ว่าลอกงานมา โทษขึ้นต่ำคือการปรับตกในรายวิชานั้น หรือปรับตกทุกวิชาในเทอมการศึกษานั้น และสถานหนักคือไล่ออกจากสถาบัน สำหรับคนที่เป็นต้นฉบับนั้น อาจจะได้รับโทษไปด้วยครับ

นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าจะจบออกมาด้วยการลอกงานคนอื่นมาโดยไม่ถูกจับได้ก็จริง แต่เรื่องนี้สามารถตามไปหลอกหลอนคนลอกย้อนหลังได้เช่นกัน ผมได้ยินมาว่าเคยมีอธิการบดีของมหาวิทยาลัยๆหนึ่งในซิดนีย์ถูกจับได้ภายหลังว่าสมัยเรียนปริญญาตรีเคยลอกงานคนอื่นมา ซึ่งยังผลให้ชีวิตความเป็นนักการศึกษาพังทลายทันทีเพราะปริญญาทั้งหมด รวมทั้งวุฒิ Ph.D. ถูกริบคืนและถูกถอดจากตำแหน่งอธิการบดี

ในแวดวงการเมือง เคยมีผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอเมริกาท่านหนึ่งถูกตรวจพบว่าสมัยเรียนปริญญาตรีก็ไปลอกงานคนอื่นเขามาเช่นกัน และแน่นอนว่าได้รับจุดจบที่คล้ายคลึงกับอธิการบดีข้างต้นและถูกถอดชื่อออกจากการเป็นผู้สมัครประธานาธิบดีเช่นกัน

ข้อมูลปกปิด VS ข้อมูลตีพิมพ์[แก้ไข]

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเราจะไปยุ่งกับงานของคนอื่นไม่ได้ถ้าเขาไม่ได้อนุญาต เพราะมันไม่ใช่ครับ ไม่ว่าคุณจะเขียนรายงานหรือบทความทางวิชาการ เขียนบล็อกหรือเขียนวิกิพีเดีย/ไร้สาระนุกรม คุณสามารถเอางานของคนอื่นมาใช้ได้ทั้งนั้นแหละครับ ตราบเท่าที่คุณยังให้เกียรติเจ้าของผลงานเดิมด้วยการอ้างอิงถึงที่มาของงาน (Citation) หรือ ให้เครดิตเจ้าของผลงาน (Acknowledgement)

เว้นแต่ว่าผลงานหรือข้อมูลเหล่านั้นจะเป็นข้อมูลปกปิด (Confidential) ซึ่งแหล่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกตีพิมพ์ออกสู่ที่สาธารณะอยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่นตัวผมเอง ผมก็เขียนบทความเกี่ยวกับการทหารในวิกิพีเดียอยู่เหมือนกัน และผมเองก็เรียนจนถึง ปี ๕ เสียด้วยสิ ด้วยความที่ผมถูกจัดให้ไปสังกัดกองทัพเรืิอ แต่หลักสูตรของกองทัพเรือภาคที่ตั้ง (หมายถึงไปฝึกที่ศูนย์ฝึก รด หน่ะครับ) ในเวลานั้นยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไรผมจึงถูกโยกไปเรียนกับเพื่อนที่อยู่เหล่าทหารม้ามั่ง เหล่าทหารราบมั่ง ยุทธวิธีทหารม้าเป้นยังไง วิธีการร้อขอการยิงจากปืนครก/ปืนใหญ่ในฐานผู้ตรวจการณ์หน้าทำยังไง การอำนวยการยิงทำยังไง ผมผ่านตามาหมดแล้ว สำหรับความรู้วิชาทหารเรือไม่ว่าจะการอ่านแผนที่นาวิกศาสตร์ การขีดเข็มเดินเรือ ผมก็เจอมาแล้ว แต่เอามาใช้อ้างอิงไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลลับของทางราชการ ชั้นปกปิด ถ้าผมเอามาเปิดเผย เป็นความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา (ถ้ากองทัพไม่ใช่ส่วนราชการ ก็เป็นทางแพ่งอย่างเดียว)

นอกจากนี้ ผมเคยช่วยลูกพี่ผมด้วยการเขียนแบบขึ้นมาชิ้นนึงครับ งาน ๆ นี้เป็นงานที่ลูกพี่ผมทำให้กับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกรายหนึ่ง (บอกไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลปกปิด) และแบบชิ้นนั้น ทางบริษัทขอให้เป็นข้อมุลลับ ซึ่งแม้แต่ลูกพี่ผมที่เป็นคนเขียนงานฉบับนั้น ก็เอาภาพ ๆ นี้ไปใช้ในการประชุมทางวิชาการได้ (แต่เอาเนื้อหาไปพูดได้) ส่วนผมที่เป็นคนเจ้าของผลงานตัวจริงก็ไม่มีสิทธิ์พูดมากอะไรเลย เพราะถ้าพูดไปก็จะโดนคดีแพ่งทั้งผมและลูกพี่ผม

โกรธมั้ย? ไม่โกรธหรอก เพราะเขาจ้างลูกพี่ผมมา ส่วนผมก็ช่วยเขาเพราะเราเป้นนักเรียนไทยในต่างแดนด้วยกัน ดังนั้น ย่อมต้องถือว่าบริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่แล้ว และถ้าสมมติว่าบริษัทไม่กำหนดให้เป็นข้อมูลลับ ก็เอาไปใช้ได้เหมือนกันแหละ ที่สำคัญ ใสายตาผม มันก็ไม่ได้มีอะไรเลย ก็แค่แปลนการทดลองที่ไม่มีรายละเอียดเชิงลึกอะไรเลยสักนิด

สรุปแล้ว ถ้าคุณเพียงเอางานของใครสักคนที่ออกตีพิมพ์สู่สาธารณะมาใช้เพื่อการเผยแพร่หน่ะ ไม่จำเป็นต้องสนใจหรอกครับว่าจะเป็นลิขสิทธ์จำพวกไหน เป็นเสรี กนู ครีเอทีฟคอมมอนส์ คุณสามารถใช้งานได้ทั้งนั้นแหละครับ (ไม่รวมการเอางานของเขามาดัดแปลงนะ งานนี้คนละเรื่องกัน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป) ตราบที่คุณยังอ้างอิงและให้เกียรติเจ้าของผลงาน

งานตัดแปะในวิกิพีเดีย ทำไมชั้นจะทำไม่ได้?[แก้ไข]

จากเนื้อหาในส่วนข้างต้น บางคนอาจจะคิดว่า งั้นชั้นก็ตัดแปะบทความจากเว็บอื่นมาลงวิกิพีเดียได้หน่ะสิ ก็ชั้นก็บอกหนิว่าชั้นเอามาจากที่ไหน แล้วทำไมพวกบ้าในวิเกรียนฯมันยังมาหาว่าชั้นละเมิดฯอีกหล่ะ

เขาไม่ได้บ้าหรอกครับ เพราะที่ผมบอกว่าเอามาใช้ได้นั้น หมายถึงเพียงว่า เอาภาพมาแปะใช้ได้ เอาข้อมูลมาเขียนถึงได้ แต่ไม่ใช่ตัดแปะได้ครับ นอกจากนี้ ความมุ่งหมายของหัวข้อข้างต้นนั้นคือเพื่อจะบอกว่าอะไรคือข้อมูลปกปิด อะไรคือข้อมูลที่เปิดเผยได้ เพื่อป้องกันบางท่านเข้าใจผิด ไปเอาข้อมูลจากตำรานักศึกษาวิชาทหาร หรือข้อมูลลับเฉพาะของบริษัทท่านมาเปิดเผยด้วยความหวังดี จนกลายเป็นมีคดีข้อหากันให้ปวดหัวครับ

สำหรับข้อมูลในส่วนที่เป้นเนื้อหานั้น การที่คุณไปตัดแปะมาลงวิกิพีเดียนั้น มันก็เหมือนกับการลอกการบ้านมาแหละครับ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Plagiarism (เพล - เจอ - ริส์ - ซึม) ครับ ซึ่งเป็นความผิดอย่างแน่นอน ซึ่งการจะนำข้อมูลของคนอื่นมาใช้นั้น มีอยู่สองวิธีครับคือ การเรียบเรียงใหม่ (Plagerising) และการโควตคำพูดครับ (ใส่เครื่องหมายคำพูด แล้วระบุว่าใครเขียน, quotation)

การเรียบเรียงใหม่คือวิธีการที่ควรจะทำให้มากครับ ส่วนการโควตคำพูดนั้น ควรจะใช้ก็ต่อเมื่อนั่นเป็นคำพูดที่มีพลังสุด ๆ และมักจะใช้เพื่อปิดหรือเปิดย่อหน้าในบทความทางสังคมศาสตร์ นอกจากนี้ ลองคิดดูสิครับว่าถ้าคุณเป็นคนตรวจงานแล้วเจอรายงานที่มีแต่เครื่องหมายคำพูดแล้วเนี่ย คุณจะคิดยังไงครับ แต่ผมคงจะคิดในใจว่า "สรุปมึงได้รู้อะไรมั่งเนี่ย"

มากไปกว่านั้น ผู้เขียนแต่ละคนต่างก็มีสำนวนการเขียนที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ถ้านำมาแปะ ๆ รวมกันแล้ว สำนวนจะไม่เป้นไปในทางเดียวกัน และต่างคนต่างก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปอีก ถ้าเอามาแปะ ๆ รวมกันแล้ว เนื้อหามันก็จะแตกกระจายไปคนละทิศละทาง เอาแน่เอานอนไม่ได้

ด้วยเหตุนี้เอง วิกิพีเดียจึงไม่ยอบรับบทความตัดแปะครับ เพราะนอกจากจะเป้นการละเมิดลิขสิทธิ์ (ถึงจะอ้างถึงก็เถอะ) แล้ว ยังทำให้เนื้อหาของบทความไม่เข้าข่ายสารานุกรมอันเป็นจุดประสงค์ของวิกิพีเดียด้วย

งั้นก็ลอกตัดแปะได้สินะ[แก้ไข]

ไม่ใช่ครับ การลอกตัดแปะ กับการนำมาเผยแพร่โดยให้เกียรติผลงานนั้น ต่างกันนะครับ ในหัวข้อข้างบน ผมพูดว่า "ให้เกียรติเจ้าของงาน" ไม่ใช่ลอกตัดแปะ แล้วบอกว่า คุณอ้างอิงจากที่นั่นที่นี่มา การที่คุณเขียนว่า "อ้างอิง" นั่นหมายความว่า คุณอ่านบทความของเขาแล้วเอามาสรุปเขียนใหม่ แต่การตัดแปะ คือการลอกมาทั้งดุ้น และมันก็ยังเป็นการขโมยอยู่ดี

ถ้าเป็นบทความมีลิขสิทธิ์ คุณไปตัดแปะมา คุณจะมาเขียนว่าอ้างอิงจากที่นี่ หรือ ต้นฉบับมาจากที่นั่น ไม่ได้ครับ เพราะนั่นเ็ป็นของของเขา คุณจะเอามาใช้ซี้ซั้วไม่ได้ ต้องมีการขออนุญาตจากเจ้าของไม่ได้ครับ การจะนำบทความเหล่านั้นมาใช้ได้นั้น คุณจะต้องทำการสรุปใจความและเรียบเรียงประโยคใหม่ทั้งหมด ในทางวิชาการแล้ว ยอมรับให้มีส่วนคล้ายคลึงได้ 5% ครับ (เดี๋ยวนี้มีเว็บตรวจด้วยนะ ชื่อ "turnitin" (turn it it) เกินจากนั้น มีโอกาสเด้งครับ

บทความที่อยู่ภายใต้สัญญากนู หรือ ครีเอทีฟคอมมอนส์ ผมไม่แน่ใจเท่าไร แต่โดยสามัญสำนึกและสิ่งที่รู้ทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับครีเอทีฟ คอมมอนส์แล้ว คุณตัดแปะได้ แต่คุณจะต้องระบุว่า คุณไปเอางานของเขามา ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะยังเป็นที่เข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก แม้แต่เว็บแห่งหนึ่งที่เจ้าของเป็นทีมครีเอทีฟ คอมมอนส์ ประเทศไทย ก็ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ (หัวยังเข้าใจผิด แล้วหางจะเป็นไงเนี่ย) โดยพี่แกไปลอกเอาข้อความจากสามเว็บไซด์ (รวมทั้งวิกิพีเดีย) มาตัดแปะ แล้วเขียนถึงทั้งสามเว็บในฐานะอ้างอิง ซึ่งไม่ถูกต้องครับ

อย่างที่ได้เขียนถึงไปแล้วว่า ถ้าคุณเขียนว่า "อ้างอิง"มาเมื่อไร นั่นแปลว่าคุณแค่เอาข้อมูลของเขามาใช้เรียบเรียงใหม่ ไม่ใช่การเอาผลงานเขามาเผยแพร่ครับ

Cquote1.png อย่าเข้าใจผิดว่า ครีเอทีฟ คอมมอนส์ ช่วยให้ท่านสามารถตัดแปะงานได้อย่างเสรี Cquote2.png

แล้วไร้สาระนุกรมหล่ะ[แก้ไข]

นั่นสินะ เป็นถึงผู้ดูแลของไร้สาระนุกรมทั้งที จะไม่พูดถึงบ้านตัวเอง เอาแต่พูดถึงสนามหญ้าหน้าบ้านมันก็กระไรอยู่ สำหรับไร้สาระนุกรมไทยนั้น แม่แบบข้างล่างน่าจะสร้างความชัดเจนอยู่บ้างนะครับว่า เราไม่สนใจ แต่ถ้าทำได้ เราก็อยากจะให้คุณให้เครดิตที่มาเหมือนกันแหละครับ

Bad Small.png ผู้ใช้นี้มีการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างโจ่งแจ้ง
โชคยังดี ที่นี่ไม่มีใครไปสนอยู่แล้ว


นากจากนี้ นี่เป็นนโยบายทั่วไำปของไร้สาระนุกรมทุกภาษาที่ไม่สนใจที่มาและลิขสิทธิ์ของภาพ ตราบที่ภาพ ๆ นั้นถูกนำมาใช้ในบทความและไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท (libel) ด่าทอ (insult) หรือดูหมิ่นเหยียดหยาม (discriminate) ครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้ทุกคนให้เครดิตเจ้าของผลงานเหมือนกันแหละครับ แต่รู้ว่าเคร่งไม่ได้ บังคับไม่ได้ ได้แต่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแหละครับ

อ้างอิง[แก้ไข]