ภาษาหารูฮิ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ภาษาหารูฮิ (ภาษาหารูฮิ : Haruhi Language ,ޕޙށގޞބ) เป็นภาษาที่เก่าแก่ภาษาหนึ่ง ในตระกูลยุ่นปี่ (ลัทธิ SOS) ในสาขาย่อย ฅนเหล็กนิยม (สาหร่าย คอนเน่) ซึ่งจัดเป็นภาษายุ่นปี่ภาษาหนึ่ง เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นภาษาที่ใช้บันทึกบร๊ะคัมปีของท่านสาหร่าย คอนเน่ในลัทธิฅนเหล็กนิยม โดยมีลักษณะทางไวยากรณ์ และคำศัพท์ที่คล้ายคลึงกับภาษาสันปะกิด ไม่มีอักษรชนิดใดสำหรับใช้เขียนภาษาหารูฮิโดยเฉพาะ มีหลักฐานจารึกภาษาหารูฮิด้วยอักษรต่างๆ มากมายในตระกูลอักษรยุ่นปี่ เช่น อักษรปลาหมี อักษรเมวนาครวย จนถึง อักษรโรเมียน ลายสือเทย อักษรมอญซ่อนผ้า แม้กระทั่งอักษรธรรมร้านยา (โดยมีการเพิ่มเครื่องหมายเล็กน้อย) ก็สามารถใช้เขียนภาษาหารูฮิได้

สถานภาพ[แก้ไข]

ใช้ในการสื่อสารระหว่างประเทศโดยมาก เพราะภาษาหารูฮิเป็นภาษาที่คนทั้งโลกรู้อยู่แล้ว

กำเนิดและพัฒนาการ[แก้ไข]

ภาษาหารูฮิ สร้างขึ้นโดย ท่านหารูฮิ ซึ่งเป็นเจ้าลัทธิ SOS ชื่อภาษาหารูฮิในยุคแรกมีชื่อว่า ภาษายันฮี ซึ่งใช้ในวรรณกรรมไร้สาระและบร๊ะคัมปีของศาสนาอีกหลายๆ ศาสนา ต่อมา ภาษานี้ได้รับอิทธิพลจากภาษาปะกิด อย่างมากในยุคกลาง ทำให้ภาษานี้เป็นภาษาที่ผิดเพี้ยนมากในเวลาต่อมา จนนักวิชาการบางส่วนเชื่อว่า ภาษายันฮีกับภาษาปะกิด เป็นภาษาเดียวกัน

ส่วนภาษาติ๊กนั้น เป็นภาษาภาคต่อของภาษายันฮี ซึ่งแยกตัวออกมาจากภาษายันฮีอีกทีหนึ่ง เกิดขึ้นจากการกินลูกอมคอเป็ด อย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้พูดได้นั้นจะต้องปากหอมและต้องกินลูกอมคอเป็ด ทุกวัน แต่ภาษาติ๊กนั้นพูดอยู่ในวงจำกัด เพราะผู้ใช้ภาษายันฮีนั้นยากจนแถมไม่ค่อยได้แปรงฟัน ภาษาติ๊กนั้นจึงเป็นภาษาที่แบ่งชนชั้นอย่างเห็นได้ชัด

เพราะเหตุนี้เอง ศาสนาซงฮุย ซึ่งเป็นศาสนาโบราณของยุ่นปี่ ได้ออกมาต่อต้านการแบ่งชนชั้น ทำให้ท่านหารูฮิ ต้องพัฒนาภาษายันฮีให้ดีขึ้นกว่าเดิม และเปลี่ยนชื่อไปเป็น "ภาษาหารูฮิ" เพื่อรำลึกถึงท่านหารูฮิ และจัดให้มีการสอนภาษาหารูฮิในทั่วโลกและประเทศล้าหลัง ด้วย

หลักไวยากรณ์[แก้ไข]

กาล[แก้ไข]

ไวยากรณ์ในภาษาหารูฮิเป็นภาษาที่มีไวยากรณ์คล้ายกับภาษาปะกิด (เช่น กริยาในอนาคต กริยาอดีต) แต่ภาษาหารูฮิมีมากกว่านั้นอีก คือ

  • 1. อัมปาก้า = กริยาปัจจุบัน ใช้ในประโยคบอกเล่า อาจจะใช้ในการบอกกริยาแบบไม่เจาะจง เช่น เขาเตะตูดหมา
  • 2. กันอากี้ = กริยาปัจจุบัน กำลังกระทำ ใช้ในประโยคบอกเล่า เช่น เขากำลังเตะตูดหมา
  • 3. อัมปากี้ = กริยาอดีต การกระทำที่ผ่านไปแล้วข้ามวัน ใช้ในประโยคบอกเล่า เช่น เมื่อวานเขาเตะตูดหมาไปแล้ว
  • 4. อัมปาฮี = กริยาอดีต การกระทำที่ผ่านไปแล้วแต่ยังไม่ข้ามวัน ใช้ในประโยคบอกเล่า เช่น (ในวันนี้)เขาเตะตูดหมาไปแล้ว
  • 5. หมีหญ้า = กริยาอดีต การกระทำที่ผ่านไปนานจนจำไม่ได้ ใช้ในประโยคบอกเล่า เช่น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานจนจำไม่ได้ จบ(อ้าว?)
  • 6. ปรีก้า = กริยาอนาคต การกระทำที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ใช้ในประโยคบอกเล่า เช่น เขาบอกว่าเขาจะไปเตะตูดหมา ทั้งที่หมามันดุจะตาย
  • 7. ปรีกี = กริยาอนาคต การกระทำที่เกิดขึ้นแน่นอนในวันพรุ่งนี้ เช่น พรุ่งนี้เขาจะไปเตะตูดหมา
  • 8. ปรารัมโกะ = กริยาอนาคต ที่จะเกิดขึ้นไม่ข้ามวัน เช่น (วันนี้)เขาจะไปเตะตูดหมา

บุรุษ[แก้ไข]

บุรุษคือผู้กระทำกริยา ในภาษาหารูฮิมีบุรุษอยู่ 4 บุรุษ คือ สมมติว่า "เรา"เป็นผู้กระทำ

  • 1. บุรุษที่หนึ่ง คือ ตัวเราเอง
  • 2. บุรุษที่สอง คือ ผู้ที่กำลังกระทำกริยาร่วมกับเรา(เราพูดอยู่ เขามาพูดด้วย)
  • 3. บุรุษที่สาม คือ ผู้ที่เรามีความเกี่ยวข้องระหว่างกระทำ(เรานินทาเขา)
  • 4. บุรุษที่สี่ คือ ผู้ที่นินทาเรา

รายละเอียดเพิ่มเติม[แก้ไข]