รถถัง

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!
รถถัง
Tank
Panzervor SturmZwei ช่วง 3 วินาทีก่อนที่จะยิงสไนเปอร์ตายคาหอ
Panzervor SturmZwei ช่วง 3 วินาทีก่อนที่จะยิงสไนเปอร์ตายคาหอ

โออาไรจะซื้อรถถังมาแข่งเซนชะโดทำไม เดี๋ยวนี้เค้าแข่งกันด้วยเศษสะกิดกันหมดแล้ว!!!!”

~ ลิเบอร่านที่ไม่รู้ว่าโรงเรียนโออาไรเกือบชิบหายเพราะไม่มีรถถังไปแข่งกู้ชาติ

“รถถังมันหมดยุคไปแล้ว นี่มันยุคของขี้ปนาวุธและโดรนเว้ย”

~ นักทฤษฎีสมภพคิดที่ไม่รู้ว่าที่กำบัง 30 วิย่อมดีกว่าที่โล่งซึ่งไม่มีกำบังห่าอะไรเลย

“ผมเห็นด้วยกับคุณ! อีกไม่กี่ปีโลกนั้จะไม่ใช้กำลังทเห่อกันแล้ว มีแต่ส่งแอนดร๋อยกับโดรนเข้าห้ำหั่นกันเพราะเข้าถึงได้มากกว่าและดีกว่า!”

~ นักวิชากวนที่ไม่รู้ว่าไม่มีโดรนกับแอนดร๋อยบ้านไหนมันป้องกันตัวจาก EMP ได้สักตัว

“ยังไงกองทัพทเห่อก็สำคัญอยู่ดี เพราะถ้าส่งแต่แอนดร๋อยกับโดรนไปรบจะเอาอะไรไปยึดพื้นที่???”

~ ผู้ใช้ที่ขี้เสือกคนหนึ่ง ได้กล่าวกับนักวิชากวนโง่ๆ


รถถัง(ปะกิด:Tank/ยันละเมอ:Panzer) คือยานเกราะสำหรับใช้ในสงครามที่ถูกกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมียตีความผิดๆเป็นแค่รถของเล่นของเหล่าทเห่อที่มักอ้อนให้พ่อประย๊วบหรือลุงป้าวิทย์ซื้อให้ แต่เนื่องจากสภาพความไม่เสถียรทางการเมียบวกกับมีเพื่อนบ้านนิสัยเสียอย่างกรรมบูชาที่วันดีคืนร้ายชอบประกาศสงครามกับเทยฉลองลากตั้งสมเด็จฮวยเซ็ง นับวันรถถังและอาวุธก็เริ่มกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของประเทศ โดยจัดเป็นรถที่พึงมีใช้ในยามสงคราม รถถังถูกจัดให้เป็นปืนใหญ่เคลื่อนที่บรรจุในรถกันกระสุนที่สามารถผลักดันแนวรบได้ และยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจของทเห่อด้วยการหลบกระสุนอยู่หลังหรือข้างรถได้อีก

ลักษณะกายภาพของรถถัง[แก้ไข]

รถถังไทบ้านกำลังส่งเสียงหาคู่

รถถังนั้นเดิมทีเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่พบได้ตามเขตทิ้งขยะประเภทเศษเหล็กหรือจุดทิ้งขยะของโรงถลุงเหล็ก การค้นพบรถถังเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยพบเห็นรถถังกำลังหากินบริเวณลานทิ้งขยะของโรงงานรีไซเคิลและพบว่ารถถังไม่มีความสามารถในการส่งเสียงแต่สื่อสารกันทางวิทยุแทน ด้วยความที่ม้าเป็นสัสสงครามที่โคตะระ Outdated เลยทำให้มีการขยายพันธุ์รถถังมากขึ้นด้วยการนำไปเลี้ยงที่อู่รถซึ่งมีทรัพยากรและแหล่งทำมาหาแดกดีกว่า รถถังตัวแรกที่ไปออกรบคือ Mark IV โดยหน้าที่ของมันคือการถางหญ้าหน้าสนามเพลาะของข้าศึก ปกติแล้วรถถังตัวผู้จะแบกของหนักได้มากกว่าเพศเมียจึงมักขนปืนใหญ่ไปด้วย รถถังแบ่งชนิดได้เป็น 4 ชนิดดังนี้

  1. รถถังเบา: ขนาดเล็ก คล่องตัวและไวมาก มักเป็นตัวออกไปสำรวจหรือหาอาหารในท้องที่
  2. รถถังกลาง: ขนาดตัวพอประมาณ มักเป็นรถถังที่ไปเป็นกลุ่มและรถถังคุ้มกันให้กับรถถังเบาและหนัก
  3. รถถังหนัก: ขนาดใหญ่ ถึงแต่ช้า มักเป็นรถถังจ่าฝูงเวลาไม่มีคนขับรถถังอยู่ใกล้ๆ
  4. ปืนใหญ่สอยรถถัง: สปีซีส์ของปืนอัตตูดจรที่วิวัฒนาการกลายเป็นรถถัง มักล่ารถถังของข้าศึกแดกเป็นอาหาร แต่เปราะพอๆกับรถถังเบาและกลางแถมแพ้ความเร็วกับคล่องตัว

วิวัฒนาการของรถถัง[แก้ไข]

รถถังเป็นสัสที่ชอบแมว
ว่ากันว่ารถถังเป็นสัสขี้เล่น
รถถังตัวหนึ่งขณะกำลังเผชิญหน้ากับชัชชาติที่จตุรัสเทียนอันไหน

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[แก้ไข]

สปีซีส์รถถังชนิดหนึ่งที่สามารถหมุนหัวได้รอบทิศถูกค้นพบในเศษฝรั่งและถูกตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Fuckingarmorus Tilteros ซึ่งอ้างอิงจากความสามารถในการหมุนคอ FT เป็นสปีซีส์รถถังที่ระบาดในเศษฝรั่งและแนวรบมากพอๆกับวงศ์หมาร์คของอังเกรียนและวงศ์ A7V ของยันละเมอ เดิมทีนั้นในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งรถถังส่วนใหญ่สามารถถูกล่าได้โดยนักล่าที่มีปืนเฉพาะกิจ แถมยังฆ่าคนขับรถถังตายไปด้วย รถถังรุ่นลูกจึงมีผิวหนังที่หนาขึ้นเพื่อต้านทานผู้ล่า ทำให้นักง่ารถถังต้องเปลี่ยนไปใช้ของแพงอย่างจรวดแพนซุยฟัค, กับระเบิด หรือระเบิดติดตู้เย็น H3 แทน

สงครามโลกครั้งที่สอง[แก้ไข]

สงครามโลกครั้งที่สองเป็นช่วงที่รถถังมีวิวัฒนาการและการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์โคตรสูงเพราะสภาพสงครามและความกดดันทำให้รถถังเริ่มแบ่งออกเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่น และพฤติกรรมเริ่มตีกันเองเพื่อปกป้องหรือขยายอาณาเขตก็สามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก คนขับรถถังส่วนมากรู้ดีว่ารถถังไม่ได้เป็นบร๊ะเจ้า ถ้าโดนระเบิดเข้าจุดอ่อนก็ตายคู่ได้ ทำให้รถถังส่วนมากมักต่อสู้ร่วมกับเครื่องบินในบางช่วง กองทัพยันละเมอได้โชว์เทพในด้านการขับรถถังด้วยการดริฟต์รถถังลัดเข้าป่าละเมาะที่ประเทศเบลแย่ และใช้ยุทธวิธีแบบบิดกรี๊ดที่เน้นกองผสมบวกกับการสื่อสารผ่านทางวิทยุในตัวรถถัง โดยนักวิจัยยันละเมอพบว่ารถถังสามารถสื่อสารกับนักบินจากเครื่องหรือหอบังคับการบินได้

การดวลกันของรถถังที่แอฟริกวนระหว่างสหราชอนาจารกับยันละเมอได้เกิดขึ้นโดยการดักตีรถไฟหุ้มเกราะกับขโมยกระสุนรถถัง หรือดักตีขบวนรถถังแบบสดๆเลยก็มี อย่างไรก็ตามรถถังสายพันธุ์ยันละเมอก็สามารถทนต่ออากาซหนาวได้ดีพอตัวเพราะสอยรถถังสายพันธุ์โซเวียตตายไปมากในปฏิบัติเกรียนบ้าบอลอดช่อง ตอนนั้นรถถับสกุลไทบ้าน(TiBaan)เป็นรถถังสายพันธุ์สุดเทพของยันละเมอพอๆกับสายพันธุ์ T34 ของสหภาพโวเสี้ยต แต่โซเวียตก็ไม่ยอมโดนสอยอยู่ฝ่ายเดียว พัฒนารถถัง IS-2 กะ SU-152 มาช่วยเสริมทัพด้วย อมาริเกย์ที่เพิ่งเข้าเกมก็แนะนำทุกคนให้รู้จักกับรถถัง Sherman-4 สายพันธุ์อมาริเกย์ รถถังในสงครามโลกครั้งที่สองมีจุดเด่นตรงที่ตัวรถถังสามารถเปลี่ยนไปทำหน้าที่ได้หลายอย่างตั้งแต่ปืนกล, ปืนพ่นไฟ, ฐานปล่อยบั้งไฟพญานาค, ตู้ขนเครื่องมือช่าง, ปืนสอยรถถัง, ตัวเคลียร์ทุ่นระเบิด ฯลฯ

ปัจจุบัน[แก้ไข]

รถถังแพนซุยคอสเพลย์จิลโง่จากโถโฮ

รถถังในสมัยปัจจุบันมีวิวัฒนาการมากกว่าในช่วงสงครามอย่างมากในเรื่องความทนทานและความสะดวก ขนาดกระบอกปืนบางอันลดลงเพราะต้องการเพิ่มความคล่องตัว สายตาสามารถมองในที่มืดหรือมองหาคลื่นความร้อนได้ในบางตัว และสามารถทนต่อขี้ปนาวุธได้ในบางตัวด้วย ทั้งนี้ผู้คนให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของรถถังน้อยลง มองรถถังเป็นแค่ขยะติดตีนตะขาบและการใช้ภาษีเสียเปล่า ทั้งๆที่ความจริงแล้วอาวุธนิวเกรียนไม่สามารถหยุดสงครามได้ในดอกเดียว ถ้าคนโดนบึ้มมีที่หลบนิวเกรียนหรือนิวเกรียนโดนปัดไปตกที่อื่นก็จบเห่ หรือต่อให้คู่คดีมันยอมยังไงก็โดนบ้านข้างๆพากันสามัคคีรุมตีนอยู่ดีเพราะกลัวได้เป็นศพต่อไป ทำให้รถถังยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ แม้ว่าโดรนจะสามารถทำการรบได้เหนือชั้นกว่ารถถัง แต่รถถังก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไปเสียมิได้เพราะว่ารถถังไม่สามารถถูกแจมหรือตัดไฟได้แบบโดรน

รถถังสมัยสงครามเย็นและสงครามโลกครั้งที่สองส่วนมากถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และอาศัยอยู่ที่เขตอนุรักษ์พันธุ์รถถัง แม้รถถังแก่บางส่วนยังออกลายเก๋าอยู่ในประเทศเทย แต่ทางรัฐบวมเทยก็ได้พยายามหาทางประสานงานรับดูแลรถถังตกงานจากประเทศใหญ่ๆเช่นอมาริเกย์เพื่อให้รถถังโชกโชนได้พักผ่อนซะบ้าง

การอนุรักษ์สายพันธุ์รถถังในประเทศต่างๆ[แก้ไข]

เพลงประเทศกูมีได้กล่าวถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ของรถถังและต่อต้านการเอาปืนยิงรถถังมาใช้แล้วหันไปใช้ระเบิดที่แพงและหายากกว่าแทน

หลายประเทศเริ่มตื่นตัวกับวิกฤติสปีซีส์รถถังเก่าสูญพันธุ์และเริ่มหาทางอนุรักษ์สายพันธุ์เอาไว้ด้วยวิธีต่างๆตามเท่าที่เห็น

อมาริเกย์[แก้ไข]

อมาริเกย์ได้จัดเขตอนุรักษ์รถถังไว้ส่วนหนึ่ง รวมถึงการอนุญาติให้พลเมียทำการทดสอบเพื่อรับใบอนุญาติอุปถัมภ์รถถังได้ โดยผู้ดูแลรถถังต้องมีความรู้พื้นฐานเป็นอย่างดีและเชี่ยวชาญเรื่องเฉพาะด้านของรถถังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ยันละเมอ[แก้ไข]

นอกจากการตั้งเขตอนุรักษ์แล้ว ยังมีการส่งรถถังบางส่วนไปที่ศูนย์ประวัติสาสสงครามโลกยันละเมอเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสังหารรถถังที่เคยทำงานให้พรรคนาฮี โดยรถถังที่เคยสังกัดพรรคนาฮีจะอยู่ในการคุ้มครองของรัฐบวม

รัสเสียว[แก้ไข]

รัสเสียวมีการจัดเขตอนุรักษ์รวมถึงการเปลี่ยนไปใช้รถถังที่เติมวอดก้าแทนดีเซลเพื่อลดจำนวนรถถังที่ต้องออกไปรบ และยังมีการอนุญาติให้พลเมียติดตีนตะขาบที่รถด้วยเผื่อยามสงครามจะได้หาอะไหล่ง่ายขึ้น

เทย[แก้ไข]

ประเทศเทยจัดเขตอนุรักษ์ไว้ตามชาวบ้าน แต่ด้วยบร๊ะลานุภาพแห่งการฑูตของเทยจึงสามารถขู่กรรเชียงอมาริเกย์ว่าถ้าไม่ยอมโอนมาให้ที่นี่จะไปขอรับดูแลรถถังจีนแทนจนอมาริเกย์ยอมให้เทยรับดูแลรถถังที่ปลดทำการจากอมาริเกย์เพื่อให้มาทำงานที่เบากว่าในประเทศของตนได้ แถมรถถังเก่าของประเทศตัวเองก็ได้พักด้วย จีเนียสใช่มั้ยล่ะ จีเนียสมั้ย?! และผู้สนับสนุนการอนุรักษ์ในปัจจุบัน คือ ประย๊วบ ป้าวิทย์

ยุ่นปี่[แก้ไข]

ชุดเกราะรถถังไทบ้าน-1 ที่ยันละเมอสั่งทำจากยุ่นปี่

เนื่องจากที่ยุ่นปี่เป็นประเทศมหากามนาจทางเทคโนโลเยี่ยวและอนิเมะ เลยได้ทำการจ้างทหารไวฟุมาปฏิบัติหน้าที่แทน รวมถึงการแปรสภาพรถถังเก่าเป็นไวฟุโดยช่างเทคหงิกยุ่นปี่เช่นกัน ยุ่นปี่ยังรับผลิตไวฟุรถถังให้กับประเทศรอบข้างด้วยเช่นยันละเมอและรัสเสียว ยุ่นปี่ยังพัฒนาชุดเกราะแทงค์มาใช้แทนรถถังด้วยโดยใส่ฟังก์ชั่นเหมือนรถถังเป๊ะๆจนเรียกได้กว่าเอาชุดเกรียนดั้มรถถังมาให้นั่นแหละ

ฝิ่นแลนด์[แก้ไข]

ฝิ่นแลนด์จะเน้นเรื่องเขตอนุรักษ์ซะส่วนมาก โดยฝิ่นแลนด์มีเขตอนุรักษ์รถถังที่หลากหลายที่สุดรองจากเทย(เพราะชนะเรื่องขนาดไม่ใช่จำนวนสปีซีส์)เพราะรับดูแลรถถังของประเทศชาวบ้านมาแต่ไหนแต่ไร

สปีซีส์ย่อยรถถัง[แก้ไข]

สปีซีส์ย่อยรถถังจะจำแนกตามประเทศและประเภทของรถถังนั้นอีกทีหนึ่ง โดยสกุลของรถถังจะแบ่งตามประเทศต้นกำเนิดหรือประเทศที่มีสายพันธุ์รถถังนั้นเป็นสายพันธุ์หลัก

สกุลรถถังที่มีชื่อเสียว

คนขับรถถัง[แก้ไข]

หน้าตาของคนขับรถถัง

คนขับรถถังเป็นผู้ที่ชำนาญในการดูแลและควบคุมรถถังในสถานการณ์ต่างๆรวมไปถึงการใช้รถถังรัฐประจานเมื่อมีโอกาสทองเช่นนักการเมียทำตัวเองพลาดแล้วโดนพรรคฝ่ายแค้นใส่ไฟมรสุม แบ่งหน้าที่กันตามนี้

  1. ผู้การ: หัวตี้และคนที่ควรจะฉลาดที่สุดในกลุ่ม ต้องใช้สมงสมองหาทางจัดการรถถังฝ่ายตรงข้ามให้หมด
  2. คนขับ: ควบคุมรถถังให้ไปตามทิศทางที่ต้องการหรือหยุดตามที่เห็นสมควร
  3. พลปืน: ส่งสัญญาณให้รถถังยิงใส่อะไรก็ตามในจุดเล็ง
  4. คนโหลดกระสุน: เนื่องจากกระสุนที่จะให้รถถังช่วยยิงนั้นแม่งหนักบรรลัย จึงต้องมีคนแบกกระสุนเข้ารังยิงให้

ปกติคนขับรถถังจะมีแค่สี่ห้าคน โดยคนที่ห้าเป็นคนขับตัวสำรองไม่ก็พลวิทยุแส่สาร