ราชอาณาจักรเยลโล่ซัน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ราชอาณาจักรเยลโล่ซัน
ปิตุภูมิอันทรงเกียรติเยลโล่ซัน

RussianFlag.png
2605–2649 Flag of Yellowsun after 2655.svg

ธงชาติเยลโล่ซัน

ธงชาติเยลโล่ซัน
คำขวัญ
"ฟ้าเดียวเกรียนออกไป ฟ้าเหลืองเข้าแทน"
เพลงชาติ
ปิตุภูมิอันทรงเกียรติเยลโล่ซัน
ราชอาณาจักรเยลโล่ซันในปี 2630
ราชอาณาจักรเยลโล่ซันในปี 2630
เมืองหลวง นครสาดทำมะหลี
เมืองใหญ่สุด ใหญ่ทุกเมือง
ภาษาราชการ ภาษาเทยแบบเยลโล่ซัน ออกเสียงแบบภาษาใต้,ภาษาจีน,ภาษาเกาเหลา,ภาษาเวียดกาม
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ สิงหาคม ค.ศ. 2605
วัน-เวลา ล่มสลาย ตุลาคม ค.ศ. 2649
รัฐบาล อำมาตยาธิปไตย
กษัตริย์แห่งเยลโล่ซัน
 - ค.ศ. 2605 - 2649 ฮันโนยูน
ศาสนา ส่วนใหญ่ไม่นับถือศาสนา
ประเภท สินค้าสำคัญ เกษตรกรรม,อุตสาหกรรมระดับครัวเรือน
ชื่อสินค้า สำคัญ ข้าว,ยางพารา,อาวุธ,เครื่องปั้นดินเผา
สินค้า ส่งออกหลัก ข้าว,ยางพารา
สินค้า นำเข้าหลัก เครื่องลายคราม
ประวัติศาสตร์
 - กู้ชาติ ค.ศ. 2605
 - การทัพตะวันออกกลวง ค.ศ. 2635
 - สงครามเยลโล่ซัน-ปอบหยิบ ค.ศ. 2640 - 2644
 - ยูริฮาระประกาศตนเป็นกษัตริย์เยลโล่ซันโดยสมบูรณ์ ค.ศ. 2644
 - สงครามต้านการรุกรานของขันโตก ค.ศ. 2648
 - การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยกลับมาใช้ ค.ศ. 2648 - 2649
 - ฮันโนยูนไปตามหาลูกแก้ว 4 วิญญาณและไม่กลับมาอีกเลย ค.ศ. 2649
 - สงครามกลางเมืองเยลโล่ซัน ค.ศ. 2649 - 2655
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
2,076,000 กม.² 
1,297,500 ไมล์² 
ประชากร
 •(ค.ศ. 2630) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
99,650,000
48/กม²
76.80/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ค.ศ. 2630 - ค่าประมาณ)
1,001,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
10,050 ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (ค.ศ. 2630) 0.93 – สูง
สกุลเงิน ไม่ใช่สกุลเงิน แต่บ้างบอกว่ามีการใช้เงินเป็นเบี้ยหวัดเยลโล่ซัน (฿YL)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต .AS
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +889

ราชอาณาจักรเยลโล่ซันคืออาณาจักรเยลโล่ซันของฮันโนยูน สมัยนี้สถานการณ์อะไรต่างๆ ค่อนข้างนิ่ง เนื่องจากไร้สงคราม และไม่มีปัญหาอะไร ประชาชนรักฮันโนยูนค่อนข้างมาก เพราะทำให้ประชาชนมีกิน ปลุกกระแสชาตินิยม จึงสามารถอยู่ในอำนาจได้นาน โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สิ่งที่เกิดขึ้นก็มีเพียงความขัดแย้งกับยูริฮาระที่ต้องการอ้างสิทธิในราชบัลลังค์เยลโล่ซันเท่านั้นเอง

ประวัติ[แก้ไข]

การกู้ชาติ[แก้ไข]

หลังจากเยลโล่ซันพ่ายแพ้ศึกแม่น้ำอิระวดี ฮันโนยูนหนีไปยังเกาะนิโคบาร์พร้อมกับฮันโชยองแม่ทัพคู่ใจ และกำลังทเห่อจำนวนหนึ่ง ไปสร้างความคุ้นเคยกับชาวเกาะในฐานะผู้ปกครองที่เอาใจใส่ประชาชน ต่อมาเยลโล่ซันถูกสลาฟทำลายลง ฮันโนยูนได้เฝ้ารอคอยการเปลี่ยนแปลงในสลาฟ เมื่อจักรวรรดิสลาฟเกิดการกบฏ ฮันโนยูนประกาศระดมพลจากทั้งเกาะ มาประจำการและฝึกทเห่อ สร้างความจงรักภักดีต่อฮันโนยูนให้เกิดขึ้น ในปี 2605 เมื่อเห็นว่าในจักรวรรดิสลาฟมีกบฏหลี่จ้วนเฉิงที่เป็นอดีตซุ่นฮ่องเต้ ก่อการสำเร็จ ฮันโนยูนจึงว่า

Cquote1.png ต้าซุ่นอดีตเมืองขึ้นเรากบฏสำเร็จแล้ว ถ้าเรากู้ชาติไม่ได้ ตายไปจะไปพบหน้าบรรพบุรุษของพวกเราได้หรือ Cquote2.png
ฮันโนยูน

แล้วฮันโนยูนจึงยกพยุหยาตราจำนวน 40,000 คน บุกขึ้นฝั่งที่เขาหลัก ตลอดทางแทบไม่มีทเห่อสลาฟต่อต้าน จนกระทั่งถึงเมืองไชยา ก็ปรากฏว่าทเห่อสลาฟจำนวนสองหมื่นห้าพันนายได้ทำการต่อต้านสุดฤทธิ์ ปรากฏว่าสลาฟแพ้ แต่ฝ่ายเยลโล่ซันก็เหลือกำลังทเห่อเพียงหมื่นคนเท่านั้น แต่ก็สามารถเข้านครสาดทำมะหลีได้อย่างง่ายดาย และได้กล่าวปลุกระดมให้ชาวเยลโล่ซันลุกฮือขึ้นสนับสนุนท่าน จึงได้เกิดกบฏแทบจะทั่วดินแดนเยลโล่ซันเดิม และได้ขอกำลังเสริมจากนิโคบาร์ จนสามารถปราบทเห่อสลาฟตามจุดต่างๆได้แทบทั้งหมดซะเมื่อไหร่ เมื่อทัพสลาฟจุดใหญ่ๆถูกปราบจนเยลโล่ซันมีความมั่นคงแล้ว ฮันโนยูนจึงสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งเยลโล่ซัน และอ๋องแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงมีตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งคือ "เสียมจวงอ๋อง" นั่นเอง เมื่อทำพิธีราชาภิเษกเสร็จแล้ว ท่านได้ประกาศบร๊ะราชทานอภัยโทษทั่วแผ่นดิน และสั่งให้ทเห่อสลาฟที่เหลืออยู่ในอาณาจักร วางอาวุธเสีย จึงได้เป็นกษัตริย์เยลโล่ซันโดยไม่สมบูรณ์

เหตุการณ์ในตอนต้นสมัย[แก้ไข]

หลังขึ้นครองราชย์ ฮันโนยูนได้ให้ความช่วยเหลือประชาชน ไม่ทำสงครามใหญ่ๆอะไรอีก และส่งเสริมการเกษตร อย่างไรก็ตาม ได้ปรากฏว่ากองทัพสลาฟได้ไปยึดอเมริกร๊วกเหนือเพื่อไปเอายุทโปกรณ์ต่างๆที่เยลโล่ซันและอินูอิตทิ้งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว และยังไปรบกวนบร๊ะศพของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอินูอิต เยลโล่ซันได้ประท้วง แต่ไม่ได้ทำอะไร และขู่จะส่งทเห่อไปตีสลาฟ สลาฟจึงไม่ยึดดินแดนในอเมริกร๊วกเหนือ ฮันโนยูนบอกให้ชาวเยลโล่ซันทั้งหลายอยู่ในที่ตั้ง รอตั้งรับถ้าเกิดเหตุวุ่นวาย เยลโล่ซันจักต้องชนะเท่านั้น และได้เซ็นสัญญาเป็นมิตรกับไซบีเรีย แคสเปียน จิ้นก๊ก อู๋ก๊ก จักรวรรดิจิน อาณาจักรเกาเหลาฮูแพกเจ เพื่อให้ชาติเหล่านี้เข้าช่วยเหลือเยลโล่ซัน ไม่ว่าเยลโล่ซันจะตีคนอื่นหรือถูกคนอื่นตีก็ตามทำให้ฮันโนยูนเกิดความเกรียนขึ้น

การทัพตะวันออกกลวง[แก้ไข]

เนื่องจากหลังสงครามโลกครั้งที่เจ็ด คือในยุคนี้ เยลโล่ซันได้เสื่อมอำนาจลงไปมาก แต่ทางเยลโล่ซันเห็นว่านี่มันเรื่องของศักดิ์ศรี ซึ่งเยลโล่ซันรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่ไปแพ้ชาติอ่อนด๋อยอย่างปอบหยิบตอนสงครามโลกครั้งที่เจ็ด และเมื่อแคสเปียนถูกปอบหยิบคุกคาม จึงขอความช่วยเหลือไปยังเยลโล่ซัน ฮันโนยูนจึงจัดทัพไปตบตีปอบหยิบให้ปอบหยิบรู้สำนึกซะบ้าง ทัพเยลโล่ซันมาถึงปอบหยิบในวันที่ 10 ลามกราคม 2635 เมื่อทัพเยลโล่ซันมาถึงก็เกิดการประจัญบานขึ้น ด้วยความที่ยูริฮาระเป็นนักฉวยโอกาสนี่เอง จึงฉวยโอกาสช่วงที่การต่อสู้ชุลมุนชุลเกย์ หนีทัพไป เมื่อทัพขาดผู้นำ จึงพ่ายแพ้ ในปี 2640 ยูริฮาระใช้ความพ่ายแพ้ในคราวนั้นเป็นข้ออ้างในการตีเยลโล่ซัน จึงเกณฑ์ทัพได้เหยียบล้านคน ไปตีเยลโล่ซันจนได้

สงครามกับปอบหยิบ[แก้ไข]

ในปี 2640 ที่เกิดสงครามกับปอบหยิบนั้น ยูริฮาระใช้ข้ออ้างที่พ่ายแพ้ในการทัพตะวันออกกลวงมาให้ประชาชนออกรบ และฉวยโอกาสที่เขามั่นใจได้ว่ากองทัพของฮันโนยูนล่าถอยออกไปแล้วจะไม่มาคุกคามอีกนั้น บุกเยลโล่ซัน ในวันนั้นเองประชาชนและขุนนางไม่น้อยได้คิดว่ายูริฮาระได้ถูกกองทัพเยลโล่ซันเอาแร่ลิ้มเนี่ยมยัดปากจนตายเพราะพยายามหนีทัพ ถ้าไม่ตายไม่นานก็คงโดนคนเยลโล่ซันรุมตื้บ ทางปอบหยิบจึงประกาศให้ยูริฮาระเป็นมิตรศัตรูคู่รักคู่แค้นของรัฐ ทำให้การหนีไปเยลโล่ซันครั้งนี้เป็นการปิดฉากยูริฮาระในฐานะกษัตริย์ปอบหยิบโดยไม่สมบูรณ์

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ยูริฮาระยังบอกว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิปอบหยิบอยู่ ยูริฮาระได้สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์เยลโล่ซันที่เมืองเมาะตะมะ และดำรงบร๊ะอิสริยยศย้อยว่า "จักรพรรดิยูริฮาระ แห่งสหราชอนาจารปอบหยิบเยลโล่ซัน" เป็นเมืองแห่งแรกในในเยลโล่ซันที่บร๊ะองค์ยึดได้ โดยใช้เครื่องราชกกุธภัณฑ์แบบเยลโล่ซัน ฮันโนยูนได้ข่าวก็โกรธแค้นอย่างสาหัส จึงถอนกำลังออกจากสนามรบที่อื่นจนทำให้ทัพเยลโล่ซันพ่ายแพ้สงครามปอบหยิบ-เยลโล่ซัน จนประวัติแสดต้องจารึกว่าปอบหยิบชนะเยลโล่ซันครั้งแรก

ในปี 2641 ทัพปอบหยิบยึดเพชรบุรีได้ แต่เผอิญที่เยลโล่ซันมีฐานทัพไร่กระบองเพชรอยู่ที่นั่น ทำให้ปอบหยิบเริ่มแตกพ่ายเนื่องจากทหารเยลโล่ซันได้ใช้กระบองเพชรเป็นอาวุธ ไล่ฟาดทหารปอบหยิบ แต่โชคก็ยังช่วยปอบหยิบอยู่บ้าง ยูริฮาระพบตราหยกฮ่องเต้เยลโล่ซัน จึงอมไว้ประดับบารมีตัวเอง สร้างความสนุกสนานให้กับชาวเยลโล่ซันอย่างมากเนื่องจากตราหยกนั้นอาบสารหนูอยู่ ซึ่งยูริฮาระพยายามเก็บรักษาตราหยกนี้อย่างสุดชีวิต ในปี 2643 ยูริฮาระแพ้ศึกฮันโนยูนหลายครั้งเพราะกองทัพสู้อาวุธกระบองเพชรของเยลโล่ซันที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกวี่ทุกวันไม่ได้ จึงหนีกลับปอบหยิบไปในปี 2644 พร้อมตราหยก แต่เมื่อกลับไปถึงปอบหยิบ ผู้คนก็เกิดอาการต่อต้านยูริฮาระ

ในเดือนกุมขมับพาไปพังปี 2644 ซึ่งเป็นปีที่ฮันโนยูนพาพรรคพวกหายตัวไป แต่ความจริงไปสะสมกำลังที่ไห่หนาน ยูริฮาระได้กลับมาที่เยลโล่ซันอีกครั้ง และตั้งตนเป็นกษัตริย์เยลโล่ซัน แต่ทว่าประชาชนรวมทั้งอ๋องส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยังไม่ได้แสดงออกมากมาย(ไปแสดงออกตอนตายแทน) แต่ว่าในสภาขุนนางเยลโล่ซัน กลับลงคะแนนเสียงยอมรับให้ยูริฮาระเป็นฮ่องเต้ชนะขาดลอย ยูริฮาระจึงเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซันเต็มตัว ยูริฮาระทรงให้ข่าวกับชาวปอบหยิบว่าจนเองสวรรคตแล้วเพื่อที่จะให้กบฎตายใจ

หลังจากที่ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 2 วันก็คิดการใหญ่โดยการนำทัพไปโจมตีปอบหยิบ ซึ่งในขณะนั้นปอบหยิบยังไม่มีกษัตริย์อยู่ เยลโล่ซันได้โจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนปอบหยิบแตกพ่าย และตกอยู่ใต้อำนาจเยลโล่ซันเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน

ทำให้ทางด้านปอบหยิบราชวงศ์ยูริ เมื่อทราบข่าวว่ายูริฮาระสวรรคตแล้ว กลุ่มขุนนางที่เหม็นขี้หน้ายูริฮาระก็ได้ตั้งยูริ ราโฮเตป เมริอาเมนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ถัดมาในเดือนมีนาคม แต่ทรงยังไม่ทราบว่ายูริฮาระเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซันแล้ว ยูริราโฮเตปทรงนำทัพไปต้านกองทัพเยลโล่ซันที่กำลังบุกมาทางตะวันหอกกลาง แต่ก็แตกพ่ายไม่เป็นท่าเนื่องจากทัพเยลโล่ซันมีเกราะหุ้มลิ้มเนี่ยม ซึ่งในขณะนั้นเป็นเกราะที่แข็งแรงที่สุดในโลก เยลโล่ซันที่ตีตัวออกห่างจากสลาฟมานานก็ไปขอความช่วยเหลือจากสลาฟ สลาฟก็รับปอบหยิบเป็นอัณฑะมิตรด้วย แถมยังประกาศสงครามกับเยลโล่ซันอีกทั้งที่ตนเองกำลังรับศึกหนักจากเอริเชี่ยน งานนี้สลาฟจึงรับศึกสองด้าน

ในเดือนเมษายน กองเรือปอบหยิบนำโดยกัปตันข้อมูลปกปิด ได้นำกองเรือไปที่ออสเตรียมเลียเพื่อที่จะไปขุดทอง เนื่องจากได้ข่าวว่าที่นั่นมีทองเยอะ แต่ในวันที่ 9 ของการเดินทาง กองเรือเหล่านี้ได้หลงไปถึงทะเลจีนใต้เนื่องจากกัปตันที่คุมกองเรือนี้เป็นกัปตันที่เอ๋อเหรอๆ จึงนำกองเรือนี้หลงไปที่ทะเลจีนใต้ ในเวลานั้นยูริฮาระก็ทรงตรัสว่า "ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว" ทั้งส่องฝ่ายได้ปะทะกันที่อ่าวตังเกี๋ยจนปอบหยิบเป็นฝ่ายปราชัย ปอบหยิบจึงโกรธแค้นเยลโล่ซันมาก และยิ่งเมื่อทราบว่ายูริฮาระไปเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซันด้วยแล้ว ทำให้ยูริราโฮเตปทรงประกาศสงครามกับเยลโล่ซัน และสภาปอบหยิบประกาศให้ยูริฮาระเป็นศัตรูของรัฐ ใครฆ่าได้ฆ่า และไปขอเช่าฐานทัพเรือและกองทัพเรือของเจ้าเมืองอาซัมด้วย ซึ่งก็ให้เพราะเจ้าเมืองอาซัมเหม็นขี้หน้ายูริฮาระ และยังขออาวุธลิ้มปูตินเนียมจากสลาฟอีก จนเคลื่อนทัพได้ในเดือนพรืดสะภาคม

อีกสองเดือนต่อมา สลาฟก็ได้ประกาศสงครามต่อเยลโล่ซันเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่แค่เปล่าๆ กองกำลังผสมปอบหยิบ-สลาฟ ได้ยกทัพเข้าโจมตีเยลโล่ซัน ยูริฮาระจึงทรงนำทัพมาปะทะกับกองทัพปอบหยิบและสลาฟรวม ทหารของเยลโล่ซันต่างก็ใส่เกราะลิ้มเนี่ยมกันทุกคน ในช่วงแรกๆ ฝ่ายสลาฟและปอบหยิบจึงต้านไม่ได้ แต่ก็พอเอาอยู่เพราะได้ใช้อาวุธลิ้มปูตินเนียม และฮันโนยูนกลับมาพรอมทหารที่แข็งแกร่งจำนวน 6 คน เข้าเมืองหลวงยึดอำนาจคืน สภาขุนนางเยลโล่ซันหลายคนถูกฮันโนยูนประหารเพราะกินสินบน และที่เหลืออยู่อีกเกือบทั้งสภาจึงถอนมติตั้งยูริฮาระเป็นกษัตริย์เยลโล่ซัน ให้ฮันโนยูนกลับมาครองบัลลังก์เหมือนเดิม แล้วประกาศให้ยูริฮาระเป็นศัตรูของรัฐ ทั้งเรียกกองทหารที่ยูริฮาระบัญชาอยู่กลับ ยูริฮาระจึงยุบกองทหารแล้วเผ่นหนี ระหว่างทางก็ถูกทหารนายหนึ่งของปอบหยิบยิงธนูเข้าเต็มๆ ที่หน้าอก เฉียดหัวใจ ทำให้ยูริฮาระกำลังจะตายแหล่มิตายแหล่ กองทัพเยลโล่ซันจึงยอมจำนนต่อทัพปอบหยิบ-สลาฟ และยูริฮาระก็หนีไปรักษาตัวที่เยลโล่ซัน แต่ต่อมาก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสุดท้ายก็ล้มตาย

ในเวลานั้นเองที่อ๋องแห่งเยลโล่ซันทั้งหลาย ได้ระเบิดพลังออกมากระทืบศพยูริฮาระจนเละ ยูริราโฮเตปเมริอาเมนจึงให้คนเอาศพของยูริฮาระกลับไปประจานที่ปอบหยิบ ประชาชนที่ก่อจลาจลอยู่เมื่อเห็นศพยูริฮาระก็มากระทืบซ้ำ ตัดแขน ตัดขา ควักลูกตา สุดท้ายถูกนำไปฝังไว้ข้างถนนในกรุงไคโร โดยไม่มีโลงศพและสุสาน ส่วนตราหยกนั้นฮันโนยูนยึดคืนได้ในปี 2648 จากเนวิน ในการยุทธที่ศรีราชา หลังจากที่ฮันโนยูนสั่งให้ทหารสาดขี้ใส่กองทัพหมอผีของขันโตก

เหตุการณ์ตอนปลายสมัย[แก้ไข]

ในปี 2648 กองทัพหมอผีขันโตกบุกเยลโล่ซัน ปล่อยปอบ ใช้ไสยศาสตร์มนตร์ดำต่างๆ ทำลายกองทัพเยลโล่ซัน ทำลายชาติเยลโล่ซัน ฮันโนยูนจึงให้หมอผีจากทั่วทั้งเยลโล่ซันมาช่วยกันจับปอบ และทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ เพื่อให้กองทัพขันโตกอ่อนกำลังลง เมื่อเห็นว่ากองทัพหมอผีขันโตกอ่อนเปลี้ยได้ที่แล้วจึงสาดขี้หลายๆถังใส่ ทำให้วิชาของกองทัพขันโตกหาย เนวินที่อมตราหยกฮ่องเต้เยลโล่ซันเอาไว้จากที่ไปยึดจากปอบหยิบแล้วนั้น จึงถูกบังคับให้ส่งตราหยกคืน

การสิ้นสุดของราชอาณาจักร[แก้ไข]

ช่วงสุดท้ายของราชอาณาจักร ฮันโนยูนให้ส่งคนไปยังชาติต่างๆ เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง พบว่าในอเมริกร๊วกมีความพยายามของอูรุกไฮที่จะฟื้นคืนอำนาจรัฐในอเมริกร๊วก และพบว่ามีการขุดเอาเทคโนโลยีล้ำยุคในสมัยก่อนมารีฟอร์มใช้ใหม่ ฮันโนยูนจึงให้ปัดฝุ่นแบบเปลนสิ่งต่างๆนับแต่สมัยศตวรรษที่ 22-24 มาใช้ใหม่ โดยให้เหตุผลว่าไม่เช่นนั้นเยลโล่ซันจะอยู่ไม่ได้ และเปรยๆเอาไว้ว่าจะยกเลิกระบอบอำมาตยาธิปไตย เพราะฮันโนยูนตาสว่างแล้วว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยที่ครอบงำโลกมากว่า 500 ปีนั้น ทำให้โลกถดถอยเป็นอย่างมาก เพราะอำมาตยาธิปไตยต้องการให้โลกเดินถอยหลัง แต่บร๊ะองค์ยังไม่ทำ เพราะยังไม่มีการเรียกร้อง ทว่าฮันโนยูนนั้น หลังจากสงครามกับขันโตก กลับฝักใฝ่ไสยศาสตร์ จึงพาสมัครพรรคพวกเข้าไทม์แมชชีนไปหาลูกแก้ว 4 วิญญาณในยุคหิน แล้วไม่กลับมาอีกเลย ฮันโนยูนไม่ได้ตั้งใครเป็นทายาท อ๋องเยลโล่ซันทั้งห้าจึงทำสงครามกับเรียกว่าสงครามกลางเมืองเยลโล่ซัน

อาณาเขต[แก้ไข]

อาณาเขตของราชอาณาจักรเยลโล่ซันนั้น เมื่อเทียบกับสมัยที่เป็นจักรวรรดิแล้วนั้น ไม่อาจเทียบได้เลย เพราะสมัยนี้เยลโล่ซันหดตัวลงมาก เหลือเพียงดินแดนบนคาบสมุทรอินโดจีนเท่านั้น กล่าวคือ

  • ทิศตะวันออก ติดทะเลจีนใต้ ถึงห้องกรง
  • ทิศใต้ ตลอดแหลมมลายู
  • ทิศตะวันตก ถึงเกาะอันดามันและนิโคบาร์
  • ทิศเหนือ ถึงจีนตอนล่างสุด

การเมือง เศรษฐกิจ สังคม[แก้ไข]

มีการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เหมือนเดิม คือปกครองในระบอบอำมาตยาธิปไตยเหมือนเดิม แต่ผู้ปกครองลดชั้นจากจักรพรรดิลงมาเป็นกษัตริย์ ก็เท่านั้นเอง สภาขุนนางมีอำนาจมากขึ้น แต่น่าเสียดายที่มีการกินสินบนจากปอบหยิบ จนเป็นเหตุให้ถูกประหารไปค่อนสภา เศรษฐกิจเหมือนกับสมัยการฟื้นฟูราชวงศ์โฮ่วหยวนแต่มีระบบเศรษฐกิจที่เล็กกว่า มีรายได้น้อยกว่า แต่ก็ยังถือว่ามาก หนทางมีการสร้างใหม่ไม่มากนัก ส่วนมากตกทอดมาจากสมัยก่อน การสื่อสาร ส่วนใหญ่เป็นไปรษณีย์โทรเลขอยู่ สังคมเหมือนกับในสมัยก่อนทุกประการ

เรื่องราวอื่นๆ[แก้ไข]

ใช้ความต้องการของประชาชนเป็นใหญ่ ไม่บีบบังคับประชาชน ทำให้ประชาชนยิ้มร่าเริงอย่างมีความสุข เป็นเมืองยิ้ม จึงมีการสนับสนุนการท่องเที่ยวมากพอสมควร รายได้เข้ารัฐ มีการกำหนดในหลายพื้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และกำหนดหลายพื้นที่ให้เป็นอุทยานเพิ่มเติมเพื่อให้มีการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม และในช่วงหลังๆก็มีการเอาเทคโนโลยีล้ำยุคในยุคก่อนมาพัฒนาใช้ใม่ ทำให้เยลโล่ซันรุ่งเรืองอีกครั้ง ท่ามกลางความเสื่อมลงของอำนาจทางการเมืองและการทหาร กองทัพก็มีจำนวนลดลงด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้ไข]