วลาดิผัวร์ เลนอิน

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Vladimir-lenin-medium.jpg
Vladimir-lenin-medium.jpg
แถลงเกรียน

หน้านี้ได้ทำการล้อเลียนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
เราจึงขอไว้อาลัยให้กับท่าน วลาดิผัวร์ เลนอิน ด้วย
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!

Tachanka GFL meme.jpg
บทความนี้มีเนื้อหาสนับสนุนสหภาพโวเสี้ยตและท่านลอร์ดทาชังก้า

ผู้สนับสนุนอาวุธอมาริเกย์ สมาชิกพรรคนาฮี และผู้นิยมจักรวรรดิไรซ์ยาระมนกรุณาข้ามบทความนี้ไปเพื่อมิให้ขยะแขยง อนึ่งบทความที่มีป้ายนี้จะถูกถือว่าโปรรัสเสียวทันที


ซอมบี้เลนอินในโฆษณาชวนเชื่อของอมาริเกย์

วลาดิผัวร์ เลนอิน (ปะกิด: Vladipour Lenin; รัฐเสียว: Владипур Ленин) ชื่อเต็ม ๆ ว่า วลาดิผัวร์ อีลีท อุ่นยานอฟ (ปะกิด: Vladipour Elite Unyanov; รัฐเสียว: Владипур Ильич Ульянов) เป็นหัวหน้าวงบอลเชวิค วงดนตรีเพื่อชีวิตฮิตติดชาร์ทอันดับหนึ่งของรัฐเสียว เพลงของเขานั้นได้รับความนิยมมากจนชาวบ้านตาสีตาสาถึงกับก่อการปฎิว้าก แล้วเชิญเขาขึ้นเป็นประทานนาทิปบ่เลวคนแรกของสหภาพโวเสี้ยต

ชีวี้ดชั่วแรก ๆ[แก้ไข]

วัยเด็กโข่ง[แก้ไข]

เลนอินชิงหมาเกิดอุบติขึ้นมาดูโลกในวันที่ 22 เมถุษาคม บ.ศ.18707 ในครอบครัวชนชั้นกลาง โดยทั้งพ่อและแม่มีแนวคิดไปทางลิเบอร่าน-มโนรักษ์นิยม พ่อของเลนอินเป็นครูมวยต็อกต๋อยธรรมดา ๆ ซึ่งถ่ายทอดวิชาอูดเตาให้นักเกรียนในโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 450 แห่งทั่วประเทศรัฐเสียว และได้รับปูนบำเหน็จจนมีเงินไปซื้อคฤหาสน์หลังโต

โชคไม่ดีที่พ่อของเขาซี้ม่องไปตอนเขาอายุได้เพียง 15 ขวบเท่านั้น ทำให้เขาเลิกฟังบร๊ะเจ้าโจ๊ก เพราะคิดว่าบร๊ะเจ้าโจ๊กทรงฆ่าพ่อของเขา หลังจากนั้นอาเล็กสัสเด้อ พี่ชายของเขาก็ตายตกตามกันไปอีกคน เพราะไปหลงใหลในลัทธินารวมและพิธีกรรมเอาล้อรถบัส แต่ก่อนที่จะได้บึ้มใคร เขาก็โดนตำกวดแขวนคอห้อยต่องแต่งไปเสียก่อน ทำให้เลนอินในวัยโจ๋ถึงกับร้องไห้ขี้มูกโป่งพลันสาบานว่า "แค้นนี้ต้องชำระ"

มหาลัยมหาหลอก[แก้ไข]

เลนินสมัยเป็นนักร้องเพื่อชีวิต (กู) หน้าใหม่

หลังจากนั้นไม่กี่ปีเลนอินก็ห้อยโหนรถเมล์ไปเรียนต่อกฎหมายในมหาวิทยาลัยข้าซ่า ซึ่งพอเข้าเรียนปุป เขาก็ทำตัวซ่าสมชื่อ ด้วยการก่อม็อบประท้วงรัฐบวมเนื่องจากมาสั่งปิดชมรมวรรณกรรมของเขา จนโดนตำกวดรวบแถมโดนเตะตูดโด่งออกจากม. เป็นของแถม หลังจากนั้นเขาก็เดินทางกลับมาเป็นภาระหาพ่อแม่ เอาแต่ตีพุงนอนอ่านนิยายไปวัน ๆ โดยเรื่องที่เขาชอบมากที่สุดคือ "กูควรจะทำอะไรดี" ซึ่งเขาอ่านวนไปวนมากว่า 666 รอบเลยทีเดียว

แม่ของเลนอินนั้นเป็นห่วงมาก ๆ ว่าเขาจะไปเฝ้ายูริก่อนวัยอันควรเหมือนพี่ชาย ดังนั้นจึงใช้เส้นสายขอร้องกระทรวงมหาดเทยให้ช่วยอนุญาตให้ลูกชายจอมอู้ของเธอกลับไปเข้าเรียนในมหาลัย น่าเสียดายที่ความพยายามนี้ไม่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยท่านร๊ฐมนตร๊กยังพอเห็นใจ อนุญาตให้เลนอินเดินทางไปเมืองข้าซ่าได้ แต่ห้ามเข้าไปในมหาลัยเด็ดขาด ซึ่งเลนอินก็เดินทางไปแต่โดยดี หลังจากเหยียบเมืองข้าซ่าได้ไม่กี่วัน เขาก็ทำตัวซ่าสมชื่อเมือง (อีกแล้ว) ด้วยการไปมั่วสุมกับการทำอุปกรณ์กลุ่มลัทธินารวม (อีกแล้ว) จนได้พบกับนิยาย "วิพากษ์ทุนนิยมสามาณ์" ของนักเขียนชาวยันละเมอไส้แห้งคนหนึ่ง นามว่า คาร์ล หมาก ซึ่งวาดฝันถึงโลกจูนิเบียว ที่ทุกคนทำงานหลังขดหลังแข็งโดยไม่หวังเงิน ซึ่งโดยธรรมชาติของมานุดแล้วไม่มีทางเป็นไปได้ ขนาดจูนิเบียวยังรู้เลย ไม่งั้นจะมีฉากริกกะโดนดาร์คเฟลมมาสเตอร์อภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีโกงงบค่าขนมเหรอวะ ดังนั้นเขาจึงเริ่มผันตัวเองมาเป็นศิลเปรอะเพื่อชีวิต (กู) หวังใช้ดนตรีล่อลวงชี้ทางชาวลากย่าให้หันมาสนใจโลกจูนิเบียวในหนังสือของนายหมาก

เมื่อแม่ของเขารู้เรื่องเข้าก็ถึงกับกุมขมับ จัดการซื้อบ้านพร้อมไร่ฟักแม้วสองสามแปลง แล้วจับเขาไปเฝ้าบ้านไร่หลังนั้น โดยหวังว่าลูกชายของเธอจะหัดทำงานเป็นผู้เป็นคนและเลิกเพ้อฝันกับโลกนิยายซักกะที แต่ปรากฎว่าเลนอินก็ไม่ได้สนใจดูแลรดน้ำดำปุ๋ยฟักแม้วเหล่านั้นเลยแถมปล่อยให้มันเฉาตาย ส่วนตัวเองแต่งเพลงด่ารัฐบาลพรรคประชาพิบัติไปวัน ๆ จนแม่ของเขาต้องยอมขายไร่ทิ้งไป

หลังจากนั้นแม่ของเขาก็ใช้เส้นสายอีกครั้ง เพื่อยัดแปะเจี๋ยให้ลูกชายของเธอได้เรียนในมหาลัยอีกที่หนึ่ง ซึ่งคราวนี้เขาเรียนจบทนายได้สำเร็จ ก่อนที่จะเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยด้านกฎหมู่ให้กับศาลแถวบ้าน เลนอินกลายเป็นทนายผู้โด่งดังในเวลาไม่นาน ด้วยเอกลักษณ์ประจำตัวของคือการอ่านคำร้องเป็นจังหวะฮิปฮอป ทำให้ผู้พิพากษาประทับใจในลีลาการบีทของเขา เลยตัดสินให้ลูกความเขาชนะคดีเสมอ ๆ

เส้นทางนักดนตรี[แก้ไข]

เลนอินขณะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้น้ำมะนาว

ในปี บ.ศ. 18933 เลนอินได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นทนาย และหันมาเอาดีด้านดนตรี โดยตั้งวงบอลเชวิคร่วมกับเพื่อนรักจากมหาลัยนามว่าโรลออน ทอดสุกี้ในวันที่ทอดสุกี้เชิญเขาไปเล่นดนตรีที่ร้านสุกี้ทอด อัลบั้มแรก ๆ ของพวกเขานั้นขายไม่ออก เนื่องจากเพลงนั้นแฝงปรัชญามาร์กซี้ด เต็มสูบจนทำให้ชาวบ้านงงกันไปตาม ๆ กัน (คงจะคิดว่าพวกแม่งเพ้ออะไรว๊ะ กรูละงงจริง ๆ เลย) นอกจากนี้ยังซวยซ้ำซวยซ้อนเพราะมีตำกวดนอกเครื่องแบบอยู่ในคอนเสิร์ตด้วย จนหลังเล่นจบเลนอินกับนายทอดสุกี้เพื่อนรักต้องหนีออกจากเมืองอย่างไว

เลนอินกับนายทอดสุกี้หนีไปยังประเทศจอเจี๊ยว (ตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัฐเสียว) จนได้พบกับโจรเซฟ สตาลิน เด็ก(โรงเรียน)วัดแถวนั้น เลนอินกับสตาลินถูกคอกันมากถึงขนาดสาบานเป็นพี่น้องกันในสวนทุเรียน นอกจากนี้เลนอินยังเป็นคนเสี้ยมสอนให้สตาลินรู้จักกับลัทธิคอมมิวนิสต์อีกด้วย ซึ่งสตาลินก็เกิดดวงตาเห็นธรรม เขาจึงเดินเขาไปในห้องผ.อ.แล้วชูนิ้วกลาง ก่อนจะลาออกมาเป็นมือกีตาร์ให้วงบอลเชวิก และประกอบอาชีพเป็นโจรปลันธนาคาร ซึ่งต้องขอบคุณที่สตาลินเลือกอาชีพนี้ เนื่องจากมันช่วยให้เลนอินได้มีปลากระป๋องประทั้งชีวิต จนเขานำไปแต่เพลง "ราชาเงินปลัน" (ซึ่งแอ๊ด คาราเมา ได้นำไปแปลงแล้วแอบอ้างเป็นของตัวเองในชื่อ "ราชาเงินผ่อน")

ตุลาแดง: อัลบั่มฮิตติดชาร์ท[แก้ไข]

หลังจากใช้ชีวิตเตะฝุ่นมาหลายปี เลนอินและพรรคพวกก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นมาบ้างหลังจากออกอัลบั่มใหม่ ที่ชื่อว่า "ตุลาแดง" ซึ่งก็ยังเน้นไปที่การแต่งเพลงด่ารัฐบวมและเชิดชูชาวลากย่า ประจวบเหมาะกับการที่ติดรัฐเสียวเข้าไปติดพันในสงกรานต์โลกครั้งที่หนึ่งพอดี ทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงไปทั่ว ผู้คนเริ่มอินกับเพลงของวงบอลชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้อัลบั่มตุลาแดงมียอดขายสูงที่สุดในประหวัดสาสวงการเพลงรัฐเสียว และทำให้แฟนเพลงของวงก่อม็อบไล่รัฐบวม ซึ่งรัฐบวมก็โต้ตอบด้วยการแจกลูกตะกั่วให้เหล่ามิตรรักแฟนเพลงไปคนละเม็ดสองเม็ด โหดสัสรัฐเสียวไหมละเมิง แต่แทนที่แฟนเพลงของวงบอลชีวิตจะรู้สึกเข็ด กลับยิ่งฮึดสู้จนสามารถถล่มทำเนียบรัฐบวมได้สำเร็จ

มิตรรักแฟนเพลงของวงบอลชีวิตกำลังบุกทำเนียบรัฐบวม
โทษที ต้องอันนี้ต่างหากละ

เข้าสู่การเมีย[แก้ไข]

หลังจากที่แฟนเพลงของเขาบุกเขาถล่มรัฐสบา เลนอินก็ตัดสินใจแขวนไมค์และหันมาเอาดีด้านการเมียแทน (พวกคอร์รัปชั่นน่ารังเกียจ) เพื่อสร้างสังคมสุดแสนจะเพ้อฝันของนายหมาก ที่เขาอ่านเจอในนิยายเมื่อครั้งเป็นเด็กซิ่วจอมอู้

สงครามกลางเมีย[แก้ไข]

หรือจริง ๆ แล้วเพื่อนของเขาอาจจะไม่ใช่คน (?)

ภายหลังจากที่เลนอินสามารถล้มรัฐบวมสาธารณรัฐของเพื่อนรักสมัยเด็กอย่างประทานาทิปบ่เลวอาเล็กสัสเด้อ แค่กินสุกี้ ได้แล้วก็ใช่ว่ารัฐเสียวจะเข้าสู่ยุคคอมมี่ยูโทเปียทันทีทันใด หากแต่มีการเล่นกีฬาสีในบ้านกันก่อนสักตาสองตา โดยฝ่ายที่ริอาจลุกขึ้นมาต่อต้านเขาก็คือบรรดานายทเห่อซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวคิดคอมมี่สุดแสนจะเพ้อฝันเหมือนนอนกลางวันไม่เต็มอื่มของเขา ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะเขาได้ทิ้งเรื่องนี้ไว้ให้นายทอดสุกี้ เพื่อนรักเป็นคนจัดการสะสางเรื่องนี้ (ไร้ความรับผิดชอบฉิบหายเลย) ซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอ๊ญ บังเอิญที่นายทอดสุกี้เพื่อนรักสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามแบบงง ๆ เหมือนกดสูตรมา

วาระสุดท้าย[แก้ไข]

หลังจากปราบปรามพวกอำมาตยาธิปไตย ผู้ต่อต้านจนหมด เลนอินก็หันไปให้ความสนใจกับการหาตีนให้ตัวเอง ด้วยการพยายามส่งออกแนวคิดคอมมี่ไปทั่วทวีปยูหลบ ถึงขนาดแต่งเพลงออกมาโม้เหม็นดังข้างล่างนี้

Cquote1.png


เราจะโหมสะพัดเพลิงปฎิว้ากไปทั่วโลกา

ทลายอารามและซังเตให้แหลกสิ้น

เพราะจากป่าเทยก้าถึงทะเลปะกิด

กองทัพแดงนั้นเมพที่สุด![1]

Cquote2.png
ภาพนี้น่าจะอธิบายได้ว่ากองทัพแดงนั้นน่วมแค่ไหน (ไอ้เสื้อแดงที่นอนให้ผู้หญิงเหยียบนั้นแหละครับ!)

ซึ่งแน่นอนว่าในความเป็นจริงแล้วกองทัพแดงของบักเลนอินนั้นโดนหลายชาติรุมตืบอย่างสะบักสะบอม ไม่ว่าจะจากรัฐบอลติ๊ก โป๊แลนด์ และประเทศอื่น ๆ ซึ่งต่างก็กลัวว่าสหภาพโวเสี้ยตของเลนอินจะมายึดตัวเองกลับไปเป็นขี้ข้าอีกครั้ง (ก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลดี เพราะช่วงนั้นเหล่ากองทัพลูกกระจ๊อกของเขาพึ่งตบเกรียนยูเคย ที่แยกตัวออกมาจากรัฐเสียวเดิม) สหภาพโวเสี้ยตประเทศน้องใหม่บนแผนที่โลกที่มีเขาเป็นผู้นำจึงโดนอัดจนน่วม และโดนโป๊แลนด์ตอกฝาโลงสลบเหมือดที่แม่น้ำวัดตูลา

ซากศพของเลนอินที่ถูกดองไว้

ด้วยความที่เขานำประเทศไปแพ้สงคราม บวกกับการที่มีคนจองกฐินเขาตั้งแต่ก่อนก่อม็อบ เนื่องจากมองว่าระบอบนารวมสุดแสนจะเพ้อฝันที่เขาเอามาใช้นั้นสุดแสนจะไม่เวิร์ก จึงมีคนอยากจะแพร่ไข้โป้งให้เขาเสมอ ๆ และในที่สุดเขาก็ติดเชื้อไข้โป้งเข้าจริง ๆ ในปีเบจิศักราชที่ 19118 เมื่อเขากำลังไปสร้างภาพ ตรวจโรงงาน ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึงในโรงงานนั้นแพร่เชื้อไข้ให้เขาด้วยลูกตะกั่วสามเม็ดซึ่งลอยไปฝังที่คอเขาพอดิบพอดี แม้พิษไข้โป้งจะไม่ได้ทำให้เขาตายทันที แต่ก็ทำให้เขานอนติดเตียงไป 7 ปีเลยทีเดียว

ท้ายที่สุด นายวลาดิผัวร์ อีลีท อุ่นยานอฟ "เลนอิน" ก็ตายจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 21 มกรายน เบจิศักราชที่ 19224 สิริอายุรวม 53 ปี ศพของเขายังคงตั้งดองเป็นมะม่วงแช่อิ่มให้คนเข้าไปถ่มถุย ตะเบะทำความเคารพมาจนถึงทุกวันนี้

ผลงานเลวดีเด่น[แก้ไข]

  1. ก่อตั้งวงดนตรีบอลเชวิค ผลิตผลงานอย่างไม่ขาดสาย จนมีผลงานมากมาย
  2. ตั้งปาร์ตี้ตะลุยดันเจี้ยนจนสามารถปราบปาร์ตี้ของฝ่ายรัฐบวมรัฐเสียว ทำให้กิลด์ของเลนอินครองเซิฟเวอร์ได้
  3. เขียนหนังสือขายเกี่ยวกับวงและแนวคิด

แหล่งอ้างอิง[แก้ไข]