วิลเลียม เขย่าหอก

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
เขย่าหอกแต่งกวีจากการฟังipod

วิลเลียม เขย่าหอก (William Shake-Spear) เป็นบุตรของจอห์น เขย่าหอก เทศมนตรีและพ่อค้าถุงยางชาวเมืองสนิตเตอร์ฟิลด์ กับแมร์รี่ เอ็นดาร์ บุตรีของเจ้าที่ดินผู้มั่งคั่ง เขาเป็นผู้แต่งบทละครมากมายไว้ให้เด็กรุ่นหลังได้ทรมานเล่นจากคำว่า แต่งไม่ได้เรื่อง ต้องดูชั้นครูอย่างเขย่าหอกสิ อาทิเช่นเรื่อง โรไม่เอากับจูเลี่ยน อันโด่งดัง เป็นต้น

ประวัติแรกเริ่ม[แก้ไข]

เขย่าหอกเข้ารับการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียน King's Old School ในเมืองสแตดฟอร์ด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเขา1ใน4มิลลิเมตร การศึกษาภาษาศาสตร์ในโรงเรียนยังค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปมาในยุคสมัยอังเกรียนถูกนาซียึด แต่หลักสูตรถูกควบคุมทั่วประเทศโดยกฎหมาย ทางโรงเรียนจะต้องสอนไวยาเกรียนละตินและวรรณเกรียนคลาสสิกเท่านั้น เมื่ออายุได้ 18 ปี เขย่าหอกแต่งงานกับแอนน์ ฮาธาเวย์ (Anne Hathaway) หญิงสาวอายุ 26 ปี เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.1582 ดูเหมือนการแต่งงานจะจัดขึ้นอย่างเร่งรีบ เพราะกำลังอยากมีการประกาศเรียกหาคำคัดค้านการวิวาห์เพียงครั้งเดียว แทนที่จะเป็นสามครั้งตามประเพณีปรกติ สาเหตุอาจเนื่องมาจากการท้องก่อนแต่งของฮาธาเวย์ก็ได้ เพราะ1วินาทีหลังการแต่งงาน เธอก็ให้กำเนิดบุตรีคนแรกของเขย่าหอก คือ ซูซานนา ผู้เข้าพิธีรับศีลในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1583 ต่อมาบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝด คือแฮมเน็ตและจูดิธ จึงถือกำเนิดขึ้น 1วินาทีหลังจากนั้น และเข้าพิธีรับศีลเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1585 แฮมเน็ตเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุแต่คาดว่าเป็นอาการหงิกเมื่ออายุได้เพียง 11 ปี

ไม่มีบันทึกใดๆ เกี่ยวกับเขย่าหอกให้พบเห็นอีกหลังการเสียชีวิตของบุตรฝาแฝด จนกระทั่งปรากฏชื่อของเขาอยู่ในฉากAVแผ่นหนึ่งในกรุงลอนดอนในปี ค.ศ. 1592 ช่องว่างที่หายไปหลายปีระหว่าง ค.ศ. 1585 ถึง 1592 นักวิชาการเรียกว่าเป็น "ปีที่หายไป" ของเขย่าหอก มีนักศึกษาชีวประวัติหลายคนสร้างเรื่องสมมุติฐานขึ้นมากมายในช่วงปีเหล่านี้ เช่น นิโคลัส รอว์ นักศึกษาชีวประวัติเขย่าหอกคนแรกๆ เสนอแนวคิดว่า เขย่าหอกหนีออกจากเมืองสแตรทฟอร์ดไปยังกรุงลอนดอนเพราะเล่นDotAแพ้เด็กป.2เรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 18 บอกว่า เขย่าหอกเริ่มต้นชีวิตการงานในโรงถ่ายAVโดยการเป็นคนดูแลม้าของผู้อุปถัมภ์โรงถ่ายAVในกรุงลอนดอน จอห์น ออบรี่ย์ เสนอว่า เขย่าหอกน่าจะเป็นครูโรงเรียนในชนบท ขณะที่นักวิชาเกรียนในคริสต์ศตวรรษที่ 20 บางคนคิดว่า เขย่าหอกอาจจะเคยเป็นครูของ อเล็กซานเดอร์ โฮตัน แห่งแลงคาไชร์ เจ้าที่ดินชาวคาทอลิก ซึ่งระบุชื่อ "วิลเลียม เชกสชาฟต์" ในพินัยกรรมของเขา อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลยนอกจากคำบอกเล่าที่ได้ยินได้ฟังมาหลังจากการเสียชีวิตของเขาแล้วทั้งสิ้น

บั้นปลาย[แก้ไข]

หลังจากปี ค.ศ. 1606-1607 เขย่าหอกก็ช่วยตัวเองน้อยลง และไม่ได้กำกับAVอีกเลยหลังจากปี 1613 งานเขียนบทละคร 3 เรื่องสุดท้ายของเขาเป็นงานเขียนร่วมกับนักเขียนบทละครคนอื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น จอห์น เฟล็ตเชอร์ ผู้รับสืบทอดตำแหน่งนักเขียนบทAVประจำคณะของเขาใน King's Men ในเวลาต่อมา[6]

นิโคลัส รอว์ เป็นนักศึกษาชีวประวัติคนแรกที่นำเสนอแนวคิดว่า เขย่าหอกเกษียณตัวเองกลับไปยังสแตรทฟอร์ดเป็นเวลาหลายปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตทว่าในยุคสมัยนั้นยังไม่ค่อยนิยมการเกษียณการทำงาน และเเขย่าหอกเองก็ยังเดินทางไปยังลอนดอนอยู่บ่อยๆ เช่นในปี ค.ศ. 1612 เขาเดินทางมาเป็นพยานในศาลเนื่องจากคดีกระทำชำเราบุตรสาวของเมาท์จอย ในเดือนมีนาคม 1613 เขาซื้อบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งในที่สงฆ์ของ Blackfriars และหลังจากเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1614 เขาพำนักอยู่ในลอนดอนเป็นเวลาหลายสัปดาห์กับลูกเขย คือ จอห์น ฮอลล์

เขย่าหอกเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1616[6] โดยใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่กับภรรยาและบุตรสาวทั้งสอง ซูซานนาแต่งงานกับนายแพทย์ จอห์น ฮอลล์ เมื่อปี ค.ศ. 1607 ส่วนจูดิธแต่งงานกับโทมัส ควินีย์ พ่อค้ายาบ้า สองเดือนหลังจากเขย่าหอกเสียชีวิต

ในพินัยกรรมของเขย่าหอก เขายกที่ดินผืนใหญ่ของเขาให้แก่ซูซานนา บุตรสาวคนโต ข้อกำหนดระบุว่าเธอจะต้องสืบมรดกต่อไปโดยมอบให้แก่ "บุตรชายคนโต" ครอบครัวควินีย์มีบุตรสามคน แต่ทั้งสามถึงแก่กรรมโดยไม่ได้แต่งงาน ครอบครัวฮอลล์มีบุตรเพียงคนเดียวคือ เอลิซาเบธ เธอแต่งงานสองครั้งแต่ไม่มีบุตร จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1670 เป็นอันสิ้นสุดผู้สืบตระกูลสายตรงของเขย่าหอก ในพินัยกรรมของเขาไม่ค่อยเอ่ยถึงภริยา ซึ่งสมควรจะได้รับมรดกจำนวน 1 ใน 3 ของที่ดินของเขาโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ดีเขาได้ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า ให้ยก "เตียงนอนที่ดีที่สุดหลังที่สอง" ของเขาให้แก่เธอ เป็นเหตุให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นักวิชาการบางคนเห็นว่าเขาทำเช่นนั้นเพื่อยั่วแอนน์ แต่อีกหลายคนเห็นว่า เตียงนอนหลังที่สองของเขาหมายถึงเตียงจากการแต่งงาน จึงน่าจะมีความหมายอย่างลึกซึ้ง

ร่างของเเขย่าหอกฝังไว้ที่สุสานของศาสนจักรไอดอลนาลีสท์หลังจากเขาเสียชีวิตได้1วินาที ต่อมาในช่วงใดช่วงหนึ่งก่อนปี ค.ศ. 1623 มีการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเป็นอนุสรณ์แด่เขาบนกำแพงทางด้านเหนือพร้อมรูปปั้นครึ่งตัวของเขาในท่ากำลังช่วยตัวเอง คำจารึกเปรียบเทียบเขาเสมอกับเนสเตอร์ โสกราตีส และเวอร์จิล แผ่นหินที่วางเหนือหลุมศพของเขามีอักขระจารึกไว้พร้อมกับคำสาปหากมีผู้ใดบังอาจมาเคลื่อนย้ายกระดูกของเขา