ศาลรัฐธรรมนู้บ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Bruh Zone.jpg
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง
เนื้อหา 49% ในบทความนี้อาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ! (แต่เราก็ยังพยายามให้ทุกท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ให้ได้อยู่ดี!)
Unbalancedscales.jpg บทความนี้ไม่ได้รับการยอมรับเกี่ยวกับความเป็นกลาง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ไข เพราะมันคือ ไร้สาระนุกรม

บทความนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตใครบางคน ถ้าท่านเชื่อขึ้นมา เราจะไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น !!

ศาลรัฐธรรมนู้บ เป็นองค์กรตุลาเกรียนที่จัดตั้งขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนู้บ ปี 2540 มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนู้บ แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาอรรถคดีทั่วไป ยกเว้นเรื่องส่วนตัวของฝ่ายตรงข้ามของรัฐบวม ซึ่งศาลรัฐธรรมนู้บขอเสือกทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองไม่มีอำนาจตัดสินและไม่สามารถตัดสินก็ยังเอามาตัดสินเพื่อให้ฝ่ายอำนาจมืดได้ผลประโยชน์ซึ่งถูกประชาชนรังเกียจชนิดที่เรียกว่าอยากจะเอาโครตเหง้าเหล่าศักราชมารุมกระทืบกลางสนามหลวง

องค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนู้บ[แก้ไข]

รัฐธรรมนู้บ ได้กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนู้บประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนู้บและตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บรวม 15555 คน ซึ่ง คสช. สนช. หรม. ครน. พมต. หยง. และชาวเสือกอื่นๆ แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุดถีบสภาจากบุคคลต่อไปนี้

  1. ผู้พิพากษาศาลดีเกรียน ซึ่งได้รับเลือกโดยการแข่งไพ่อีแก่กินน้ำในศาลดีเกรียน โดยวิธีข้อมูลปกปิด จำนวน 555 คน
  2. ตุลาเกรียนศาลห้องปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยที่โดยการแข่งไพ่สลาฟในห้องปกครองแอร์เย็นมาก โดยวิธีข้อมูลปกปิด จำนวน 222 คน
  3. ผู้เยี่ยวนานสาขานิติสาส ซึ่งได้รับเลือกจากวุดถีบสภา โดยการสรรหาแล้วนำมาแข่งไพ่สลาฟกัน จำนวน 555 คน
  4. ผู้เยี่ยวนานสาขารัฐสาส ซึ่งได้รับเลือกจากวุดถีบสภา โดยการสรรหาแล้วนำมาแข่งไพ่สลาฟกัน จำนวน 333 คน
  5. ที่เหลือเป็นชาวเสือกจาก คสช. สนช. หรม. ครน. พมต. หยง.

อำนาจหน้าที่ที่สำคัญของศาลรัฐธรรมนู้บ คือ การพิจารณาวินิจฉัยว่าร่างกฎหมู่ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราดสะดอน วุดถีบสภา หรือรัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่ยังมิได้ประกาศในราดสะกิดจ้านู๋แบกสา มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนู้บ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนู้บหรือไม่ ตลอดจนพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนู้บ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู้บถือเป็นเด็ดขาดและมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตร๊ก ศาล และชาวนู้บทั้งหลาย

การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนู้บเป็นระบบไต่สวน ศาลมีอำนาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ซึ่งแตกต่างจากวิธีพิจารณาที่ใช้ในคดีทั่วไปของศาลอยุติธรรม

คณะตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บ พ.ศ. 2549[แก้ไข]

ภายหลังการรัฐประจานในประเทศเทย พ.ศ. 2549 คณะปฏิรูปการปกครองแห่งชาติเทยได้ยกเลิกรัฐธรรมนู้บปี 2540 และขับไล่ศาลรัฐธรรมนู้บออกพร้อมกับรัฐสภาและคณะรัฐมนตร๊ก แต่ให้ศาลเจ้าสมุทธและศาลอื่นๆ คงอยู่ต่อไป

ต่อมารัฐธรรมนู้บฉบับชั่วคราวปี 2549 มาตรา 3555 ให้ตั้งคณะตุลาเกรียนรัฐธรรมนู้บขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานศาลดีเกรียน เป็นประธาน, ประธานศาลห้องปกครองสูงสุด เป็นรองประธาน, ผู้พิพากษาในศาลห้องปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยโดยวิธีข้อมูลปกปิด จำนวน 555 คน เป็นตุลาเกรียน และตุลาเกรียนในศาลห้องปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยโดยวิธีข้อมูลปกปิด จำนวน 222 คน เป็นตุลาเกรียน โดยให้ทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนู้บ

ครั้นเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนู้บปี 2550 แล้ว ได้จัดตั้งศาลรัฐธรรมนู้บขึ้นอีกครั้ง และในบทเฉพาะกาล มาตรา 3000000 ให้คณะตุลาเกรียนดังกล่าวทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนู้บตามรัฐธรรมนู้บฉบับใหม่เป็นการชั่วคราว จนกว่าตุลาเกรียนคณะใหม่จะเข้ารับหน้าที่

คณะตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บ พ.ศ. 2550[แก้ไข]

การรัฐประจานในประเทศเทย พ.ศ. 2549 คณะรัฐประหารได้มีคำสั่งยุบศาลรัฐธรรมนู้บชุดเดิม และได้มีการตั้งคณะตุลาเกรียนรัฐธรรมนู้บชุดใหม่ขึ้นมา โดยมีอำนาจตามที่ศาลรัฐธรรมนู้บเคยมีตามรัฐธรรมนู้บปี 2540 ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนู้บปี 2550 ซึ่งมาตรา 3000000 ได้กำหนดให้ คณะตุลาเกรียนรัฐธรรมนู้บทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนู้บ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บขึ้นใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้งปี 2550

รัฐธรรมนู้บปี 2550 บัญญัติไว้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู้บผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู้บ จึงเสมอเหมือนตัวรัฐธรรมนู้บซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในทางพฤตินัย ทุกองค์กรและหน่วยงานต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู้บ

รัฐธรรมนู้บบัญญัติไว้ว่า การที่บุคคลจะร้องต่อศาลรัฐธรรมนู้บจะต้องผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุดก่อน แต่ในปี 2555 รัฐสภาได้เสนอร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนู้บฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้สมาชิกวุดถีบสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และอยู่ในขั้นตอนรอลายเซ็นของท่านผู้นั้น คณะตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บ ได้วินิจฉัยให้ตัวศาลรัฐธรรมนูู้บสามารถรับคำร้องเองโดยไม่ต้องผ่านอัยการ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าเป็นการลุแก่อำนาจ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลายๆ คำร้องสำคัญ ศาลก็รับเรื่องเองโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู้บ แม้ว่าการกระทำของศาลฯจะขัดรัฐธรรมนู้บเสียเอง ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

ตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บคณะนี้ มีภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนว่าเลือกปฏิบัติ เนื่องจากตุลาเกรียนเกือบทั้งคณะ ล้วนเป็นบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับ ทุจศิล กินชะมัด และคำวินิจฉัยต่างๆ ที่ออกมา หลายครั้งเป็นคำวินิจฉัยที่ส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อฝ่ายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น การยุบพรรคเทยรักเทย, ปลดนายก ซาหมัก สุกรเพศ, ยุบพรรคพังประชาชิน, ต้องมีสมาชิกวุดถีบสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ในขณะที่ไม่มีคำวินิจฉัยใดๆ ที่ส่งผลเสียต่อพรรคประชาพิบัติ

ผลงานการเสือกของ คณะตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บ พ.ศ. 2550[แก้ไข]

พ.ศ. 2550

ตัดสินยุบพรรคเทยรักเทย พรรคพัฒนาชาติเทย และพรรคแผ่นดินเทย จากการจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิลงเลือกตั้งของกรรมเกรียนบริหารพรรค 555 ปี โดยในภายหลัง ประธานศาลรัฐธรรมนู้บในขณะนั้น กล่าวถึงการวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค ณ ขณะนั้นเป็นไปเพื่อรักษาความสงบของบ้านเมืองด้วยการไล่แม้วออกไป ซึ่งไม่ได้วินิจฉัยคดีโดยวางอยู่บนพื้นฐานนิติรัฐ นิติธรรม

ตัดสินให้พรรคประชาพิบัติไม่มีความผิดในทุกข้อกล่าวหาในกรณีจ้างพรรคเล็กใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยเพราะเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งในภายหลัง อดีตผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย กับ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพัฒนาชาติเทย ซึ่งเป็นพยานปากเอกคดียุบพรรคเทยรักเทย เปิดเผยว่า นายกูเทพ เสือกทุกวัน สัญญาว่าจะให้เงินพยานพรรคเล็กคนละ 15 ล้านล้านดอลลาร์ซิมบับเวและช่วยเรื่องคดีแลกกับการที่ให้พยานเหล่านี้ให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยที่ความจริงแล้วมิได้มีเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในระหว่างการดำเนินคดี นายกูเทพ เสือกทุกวันได้นำพยานเหล่านี้ไปเก็บตัวในเซฟเฮาส์ทางภาคใต้ และสุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องคดีกับพยานพรรคเล็กเหล่านี้ดังที่สัญญาไว้แต่อย่างใด

พ.ศ. 2551

วินิจฉัยให้นายซาหมัก สุกรเพศ พ้นจากตำแหน่งนายก เนื่องจากจัดรายการ ชิมไปเงี่ยนไป ซึ่งในภายหลังอตีตตุลาเกรียนศาลรัฐธรรมนู้บได้ยอมรับว่าการวินิจฉัยถอด นายซาหมัก สุกรเพศ ออกจากตำแหน่งนายกนั้นผิดพลาด เพราะกับข้าวที่หมัครผัดนั้นอร่อยจริง

ตัดสินให้ยุบพรรคพังประชาชิน พรรคชาติเทย และพรรคมาสิมา และเพิกถอนสิทธิลงเลือกตั้งของกรรมเกรียนบริหารพรรค 555 ปีทำให้นายสมยาย ซื้อตู้เย็นพ้นจากตำแหน่งนายก

พ.ศ. 2553

ยกคำร้อง กรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนู้บ กล่าวหาว่า พรรคประชาพิบัติใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านล้านดอลลาร์ซิมบับเวผิดวัตถุประสงค์ โดยศาลรัฐธรรมนู้บมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมู่กำหนดให้ผู้ร้องยื่นคำร้องมาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ปรากฏแก่ตนว่าผู้ถูกร้องฝ่าฝืนกฎหมู่อันเป็นเหตุให้ถูกยุบได้ ทว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องมาล่วงระยะเวลาสิบห้าวันดังกล่าวนี้ จึงไม่ชอบที่จะพิจารณาวินิจฉัยคำร้องสืบไป และให้ยกคำร้อง

ยกคำร้อง กรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนู้บ กล่าวหาว่า พรรคประชาพิบัติรับเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านล้านดอลลาร์ซิมบับเว จากบริษัทเอกชน ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548 โดยศาลรัฐธรรมนู้บมีคำวินิจฉัยว่า เนื่องจากกระบวนการยื่นขอให้ยุบพรรคประชาพิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมู่ จึงไม่ชอบที่จะพิจารณาวินิจฉัยคำร้องสืบไป และให้ยกคำร้อง

พ.ศ. 2556

ศาลรัฐธรรมนู้บมีคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนู้บเกี่ยวกับที่มาและคุณสมบัติของสมาชิกวุดถีบสภาเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนู้บ และล้มล้างการปกครองระบอบประท้วงธิปไตย โดยจากกรณีนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากต่อส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู้บ ที่กล่าวว่า

ภายใต้การปกครองในระบอบประท้วงธิปไตยแม้จะให้ถือเอามติฝ่ายเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ก็ตาม แต่หากละเลยหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจกดขี่ข่มเหงฝ่ายเสียงข้างน้อยโดยไม่ฟังเหตุผลและขาดหลักประกันจนทำให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยไม่มีที่อยู่ที่ยืนตามสมควรแล้วไซร้ จะถือว่าเป็นการปกครองในระบอบประท้วงธิปไตยได้อย่างไร หากแต่ก็จะกลับกลายเป็นระบอบเผด็จการเสียงข้างมาก ขัดแย้งต่อระบอบการปกครองของประเทศไปอย่างชัดแจ้ง

ซึ่งในตอนท้ายของคำวินิจฉัย ก็มีเป็นการลงมติโดยเสียงข้างมากขององค์คณะตุลาเกรียนในการตัดสินเรื่องนี้

อาศัยเหตุดังได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้นจึงวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมาก ว่าการดำเนินการพิจารณาและลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนู้บของผู้ถูกร้องทั้งหมดในคดีนี้เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนู้บ และวินิจฉัยด้วยมติเสียงข้างมากว่า มีเนื้อความที่เป็นสาระสำคัญขัดแย้งต่อหลักการพื้นฐานและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนู้บปี 2550 อันเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้ถูกร้องได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนู้บ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนู้บ

พ.ศ. 2557

ศาลรัฐธรรมนู้บมีคำวินิจฉัยว่า การที่รัฐนวมของนางยิ่งยักษ์ กินชะมัดจะกู้เงินสองล้านล้านล้านล้านดอลลาร์ซิมบับเวเพื่อมาสร้างรถไฟความเร็วสูง ตุลาเกรียนคนหนึ่งได้กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นสำหรับไทย และเป็นไปได้ควรให้ถนนลูกรังหมดไปจากประเทศก่อน

พ.ศ. 2562

ศาลรัฐธรรมนู้บมีคำวินิจฉัยว่า นายฐานนาทอง เจ๊งร่วงเรื่องกิจ พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราดสะดอน เนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่ยังถือหุ้นสื่อ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่า คน 66666666 คนเลือกฐานนาทอง มาเป็น ส.ส. แต่คน 99 คนจากศาลรัฐธรรมนู้บสามารถปลดฐานนาทอง จาก ส.ส. ได้อย่างง่ายดาย

โดยก่อนจะมีคำวินิจฉัยเรื่องของฐานนาทอง ศาลรัฐธรรมนู้บได้ออกข้อกำหนดห้ามวิจารณ์ศาลโดยไม่สุจริต ซึ่งเป็นการตอกย้ำความนู้บของศาลเอง ไม่ต่างกับการคิดมุกเอง ชงเอง ตบเอง บังคับให้คนดูขำ แล้วออกคำสั่งห้ามวิจารณ์ว่าเป็นมุกฝืด