สงครามเวิลด์เทรด

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Bruh Zone.jpg
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง
เนื้อหา 49% ในบทความนี้อาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ! (แต่เราก็ยังพยายามให้ทุกท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ให้ได้อยู่ดี!)
สงครามอเมริกร๊วกครั้งที่หนึ่ง(สงครามเวิลด์เทรด)
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามโลกครั้งที่สาม
ถล่มเวิร์ลเทรด.jpg
ผลงานอันบันลือโลกของบินลาเดน
วันที่ 11 เกย์ยืนยง บจ. 12001
สถานที่ สหรัฐอมาริเกย์
ผลลัพธ์ 1.กองกำลังผสมโซเวียต-ยูริสามารถตีอมาริเกย์แตกได้ แต่ไม่นานนักก็ถูกอมาริเกย์ตีคืนได้
2.ยูริ พลังจิตสามารถหักหลังสหภาพโซเวียตได้สำเร็จ
3.สนธิสัญญาโง่ดักดาน
คู่ขัดแย้ง
0000kmUnited Statesian Flag.png สหรัฐอมาริเกย์ Red Europe.png สหภาพโซเวียต

Saudia.JPG ซาอุดิอาระเมีย
FlagYuri.jpg จักรวรรดิยูริ

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
0000kmUnited Statesian Flag.png บ้ารัก โอซาม่า

0000kmUnited Statesian Flag.png จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด

Red Europe.png อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ

Saudia.JPG โอซาหมัก บีทาเก้น
FlagYuri.jpg ยูริ พลังจิต

กำลัง
เครื่องบินรบ 2,000 ลำ

เฮลิคอปเตอร์ 500 ลำ
รถถัง 3,500 คัน
โครโนสเฟียร์ 3 เครื่อง
ตัวควบคุมอุณหภูมิ 7 เครื่อง
กำลังพล 2,765,000 คน

เครื่องบินรบ 1,500 ลำ

รถถัง 1,655 คัน
คิรอฟ 100 ลำ
กำลังพล 3,255,000 คน

กำลังพลสูญเสีย
เครื่องบินรบพัง 960 ลำ

เฮลิคอปเตอร์พัง 280 ลำ
รถถังพัง 2,800 คัน
โครโนสเฟียร์พัง 1 เครื่อง
เสียกำลังพล 1,562,900 คน

เครื่องบินรบพัง 895 ลำ

รถถังพัง 1,120 คัน
คิรอฟพัง 80 ลำ
เสียกำลังพล 1,952,400 คน
ความเป็นพันธมิตรระหว่างสหภาพโซเวียตและจักรวรรดิยูริสิ้นสุดลง

สงครามอเมริกร๊วกครั้งที่หนึ่ง หรือ สงครามเวิลด์เทรด (บางครั้งเกรียนเรียกว่า สงครามเด็กเปรด) เกิดจากการที่ซาอุดิอาระเมียอยากที่จะเป็นมหาอำนาจแทนสหรัฐอมาริเกย์ ทางซาอุดิอาระเมียจึงแต่งตั้งโอซาหมัก บีทาเก้น ให้เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ xxx โดยที่บีทาเก้นจะนำกกองทัพเหล่านี้ไปออกรบ ในประเทศสหรัฐอมาริเกย์

ผลงานของบีทาเก้นมีมากมายสาธยายไม่หมด เช่น ไปวางคาร์บอมบ์ที่รถดูดสวม ทำให้รถดูดส้วมแตกกระจายเละตุ้มเป๊ะ การเผาโรงแรมม่านรูดทุกโรงแรมที่พบเห็น แต่เหตุการณ์ใดเล่าจะเท่ากับการให้ภริเมียของตนไปขับเครื่องบินชนตึกเด็กเปรด ทำให้จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ดของขึ้น ประกาศสงครามอย่างแตกหักกับซาอุดีอาระเมีย ทำให้สถานการณ์ของโลกเลวร้ายยิ่งขึ้น และมีวี่แววว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม(พ่อบูดทำตามหลักนิยมของมันเอง)

ในขณะนั้นซาอุดีอาระเมียกำลังประสบภัยอย่างหนัก ทางทิศตะวันตกถูกสหรัฐอมาริเกย์โจมตี และทางทิศตะวันออกก็โดนสหภาพโซเวียต รุกล้ำซะอีก ทำให้นายงกรัฐมนตรีของซาอุฯ ไปเจรจากับสหภาพโซเวียต ในขณะนั้น อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ กำลังผลักดันให้โซเวียตเป็นมหาอำนาจแทนสหรัฐฯ อยู่พอดี ทำให้โซเวียตเลือกที่จะโจมตีสหรัฐดีกว่าที่จะไปโจมตีซาอุดีอาระเมีย จึงมีการเซ็นสัญญา ปฏิสนธิสัญญาไม่ปลุกปล้ำกันระหว่าง ซาอุ-โซเวียต ทำให้ซาอุฯ ต้องเข้าร่วมฝ่ายโซเวียต ในเวลาต่อมา

ต่อมาจอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด ทราบว่าสหภาพโซเวียตยกเลิกการโจมตีซาอุดีอาระเบีย แต่จะมาโจมตีสหรัฐอมาริเกย์แทน ทำให้จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด เกรงว่าถ้ารบแพ้โซเวียตอาจจะสูญเสียความเป็นมหาอำนาจได้ จึงให้บ้ารัก โอซาม่าเพื่อนคนสนิทเป็นผู้บัญชาการทเห่อสูงสุด และเมื่อถึงคราวรบแตกหักกับโซเวียต ทางโซเวียตได้ส่งยวคสคริปต์ ไปรบ พร้อมกับสหรัฐที่ได้ส่ง จีไอ ออกไปรบด้วย

การรบที่แสนยาวนานครั้งนี่ปรากฏผลว่าโซเวียตก็ยังไม่สามารถล้มอมาริเกย์ได้ แต่เอาเถอะ ในสงครามอเมริกร๊วกครั้งที่สอง จะได้เห็นดีกัน

สหภาพโซเวียตวางเชื้อไฟแห่งสงคราม[แก้ไข]

หลังจากอเล็กซี โรมานอฟนำสหภาพโซเวียตดิ่งลงสู่ความอัปยศ ประกอบกับแผนการสถาปณาจักรวรรดิรัสเซียขึ้นมาอีกครั้ง ตามความต้องการของบร๊ะเจ้าซาสี่นิโคลัสที่สาม(Tsasy Nicolas III) อเล็กซีก็ถูกพวกเคเอฟซีจับไปยิงเป้า โทษฐานทรยศชาติ และผู้นำคนใหม่นามว่าวลาดิผัวร์ ปลาตีน(บิดาของปูตรีน) ก็ได้ขึ้นมานำสหภาพโซเวียต และฝึกทหารโซเวียตขึ้นมาใหม่ให้ทนหนาวได้ดีขึ้น รวมไปถึงเกณฑ์พวกตุ๊ดตู่และใช้เวทย์มนตร์สร้างสยิวแพ๊ค เพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้นคือ แก้แค้น

และแล้ว เวลาล้างแค้นก็มาถึงกองทัพสหภาพจนเครียดด้ลุยข้ามทุ่งหิมะ โดยมีหมีขาวและพวกตุ๊ดตู่ลุยนำก่อน ตามด้วยรถถังแมงโม้ที่ปลุกเสกให้ทนพลังสะกดจิตได้ อุแหม่ ขึ้นชื่อว่ารถถังแม่งโม้ซะอย่าง พวกยูริก็ต้านรับไม่ไหว แล้วก็โดนถล่มราบไปตามระเบียบ(พัก) ยูริ พลังจิตและชาวจักรวรรดิยูริจึงยอมสวามิภักดิ์ต่อสหภาพโซเวียต

การล้างสมอง[แก้ไข]

หลังจากที่สหรัฐอมาริเกย์พ่ายย่อยยับแล้ว โซเวียตจึงหาแนวร่วมมากขึ้น โดยที่ในขณะนั้นโซเวียตก็ยังเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนเดิมสินะ โชคร้ายที่โซเวียตหาแนวร่วมได้ไม่มากนัก เนื่องจากหลายประเทศเกลียดคอมมิวนิสต์ขึ้นสมอง จึงไม่คบค้าสมาคมกับโซเวียตด้วย

สหรัฐอมาริเกย์ยังพอฟื้นตัวเองได้บ้าง จึงเริ่มหาแนวร่วมอย่างเขาบ้าง ปรากฏว่ามีหลายประเทศยอมเข้าร่วมฝ่ายอมาริเกย์ด้วย เมื่อหาแนวร่วมได้มากแล้ว สหรัฐก็ไปเอาชื่อเชยๆ มาจากสงครามโลกครั้งที่สอง คือ "สัมพันธแม้ว" นั่นเอง

อนึ่ง ในสงครามโลกครั้งที่สาม ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามหาแนวร่วมมาเข้าสงครามด้วย ด้วยความที่ฝ่ายสัมพันธแม้วเป็นฝ่ายที่เคยชนะในสงครามโลกครั้งที่สาม ทำให้มีประเทศหลวมตัวมาอยู่ข้างสัมพันธแม้วอยู่หลายประเทศมากโดยเชื่อว่าสงครามโลกครั้งนี้ ฝ่ายสัมพันธแม้วจะชนะอีกรอบ จนทำให้ฝ่ายสัมพันธแม้วมีแนวร่วมมากกว่าโซเสียตหลายเท่าตัว

แต่ความจริงหลังจากจบสงคราม ฝ่ายสัมพันธมิตรหาได้ชนะไม่ ชัยชนะเป็นของฝ่ายโซเวียตโดยสมบูรณ์

การรบในซีกตะวันออกของสหรัฐอมาริเกย์[แก้ไข]

เรือบิน Kirov
โครโนสเมียร์ อาวุธเกรียนของสัมพันธแม้ว
ธงกองทัพเรือโซเวียต
การบุกนิวหอร์ก

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง...

Cquote1.png ตู๊มมมมม.... โครมมม ก๊องแก๊งๆๆๆ Cquote2.png

ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็เห็นตึงเวิลด์เทรดแหลกอย่างหนัก ตึกเวิลด์เทรดแถวๆ ชั้นบนนั้นไม่เหลือชิ้นดีเลย พร้อมกับเครื่องบินที่ปักหัวอยู่บนตึกนั่นเอง

จอร์จ ดับเบิลอี ตุ๊ด ถึงกับตกใจ ใครหนอ มันบังอาจมาทำมหาอำนาจอย่างเราได้ บิลพยายามครุ่นคิด แต่คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออก แต่แล้ว ก็มีชายคนหนึ่ง ผอมแห้งแรงน้อย แก่หงำเหงือก เครายาวชิบ เขาออกมาบอกทันใดว่า

Cquote1.png ตูนี่แหละ คนสร้างสถานการณ์ทั้งหมด หวังว่าแกคงยังจำได้นะ บูช คือว่า ฉันเนี่ยนะ ไม่กลัวอำนาจของพวกหมาๆ อย่างแกหรอก จะบอกให้ ฉันยังเคยบอมบ์ทำเนียบดำของแกมาแล้ว แม้แต่รถดูดส้วมของพ่อแกฉันยังเคยบึ้มเลย แต่ตอนนี้ฉันอยากลองทำแผนการใหญ่ๆ บ้าง ก็คือ อย่างที่แกเห็นนี่ล่ะ หวังว่าแกคงไม่ว่าอะไรนะ ลาก่อน สวัสดี Cquote2.png

และชายคนนั้นก็หายไปในความมืด

พ่อบูดรู้แล้วว่าชายคนนั้นเป็นใคร ก็คือ โอซาหมัก บีทาเก้น นั่นเอง

ข่าวนี้แพร่กระจายไปเข้าหูพวกโซเวียตเข้า ทำให้โรมานอฟมีแผนการอันใหญ่หลวงเกิดขึ้น คือจะไปโจมตีอมาริเกย์ตอนที่ยังมีปัญหาในเรื่องนี้อยู่ โรมานอฟได้ใช้เวลาเตรียมทัพยักษ์อยู่นานหลายเดือน หลังจากนั้นจึงยิงนิวเกรียนใส่เกาะเกรียนแลนด์ให้จมลงไปทั้งหมด จากนั้นจึงยิงนิวเกรียนอีกลูกใส่ทำเนียบดำ ทำให้อมาริเกย์เกือบจะหมดความเป็นมหาอำนาจไปเลย

เมื่อโซเวียตเริ่มได้เปรียบอมาริเกย์แล้ว โรมานอฟจึงไปเซ็นสัญญาเป็นพันธหมักกับซาอุ โดยเห็นว่ามีทหารบ้าบิ่นฝีมือดีอย่างบีทาเก้น ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

หลังจากนั้น โซเวียตเริ่มจะถล่มอมาริเกย์ในทุกๆ ทาง และก็เผยโฉมเรือบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ เรือบินคิรอฟ เรือบินชนิดนี้สามารถทิ้งระเบิดได้อย่างหนักหน่วงมาก แถมยังมีระเบิดไฟฟ้าอีก ถ้าไม่เก่งก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

อมาริเกย์ที่ตอนนั้นกำลังเสียเปรียบและไม่สามารถป้องกันตนเองจากโซเวียตได้จึงไปขุดศพเอาระเบิด ไอจนตาย มาให้บอกสูตรอีกครั้ง แต่นี่ไม่ใช่สูตรนิวเกรียนนะ แต่เป็นสูตรโครโนเสฟียร์(Chronosphere) ต่างหากเล่า ด้วยความเก่งกาจสามานย์ของไอจนตายก็ได้บอกสูตรครบถ้วน ทำให้มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ขึ้นมา คือโครโนสเฟียร์ เป็นเครื่องที่สามารถวาร์ปไปทุกที่บนโลก จอร์จบูด ดีใจมาก และคิดว่าถ้ามีเจ้านี่ก็ได้เปรียบโซเวียตไปอีกต่อหนึ่ง

จากนั้น กองทัพอมาริเกย์จึงใช้เจ้านี่วาร์ปไปที่กรุงมอสโค พอไปถึงแล้วจึงถล่มทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้โซเวียตยอมยกธงขางแบบฉับพลันทันที

Cquote1.png ในที่สุดเราก็เผด็จศึกโซเวียตได้สำเร็จ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ Cquote2.png

โซเวียตทั้งเจ็บทั้งอาย ที่ไปตายน้ำตื้นแบบนี้ ทำให้โซเวียตสงบศึกกับอมาริเกย์เพียงชั่วครู่เท่านั้น แล้วฟื้นฟูสิ่งที่เสียหายไป บทเรียนของการแพ้อมาริเกย์ครั้งนี้ทำให้โซเวียตเซ็นสัญญาเป็นพันธหมักกับเกาะปังย่าที่มีเรือรบอันน่าเกรงขาม และให้ซาอุฯ ออกรบอย่างเต็มที่โดยมีนายพลโอซาหมัก บีทาเก้น เป็นผู้นำ

ด้วยความมีแนวร่วมเยอะนี่เองทำให้โซเวียตบ้าบิ่นยิ่งขึ้น จนเริ่มประกาศสงครามอีกรอบ ต่างฝ่ายต่างโชว์แสนยานุภาพอย่างเต็มที่ โซเวียตได้ส่งทหารราบยวคสคริปต์ไปรบในครั้งแรก พร้อมกับอมาริเกย์ส่งจีไอไปรบด้วย ต่างฝ่ายต่างเสียทหารราบไปมากจนกระทั่งโซเวียตเอาคิรอฟมาทิ้งเอาทิ้งเอา แต่ก็ถูกขี้ปนาวุธยิงสกัดอย่างหนัก จนตกไปเสีย 2-3 ลำ ในขณะนั้นอมาริเกย์ก็ได้ใช้ทันย่า มือระเบิดสาวมาวางระเบิดอยู่ตามจุดต่างๆ แต่ขอโทษ ระเบิดด้านทุกลูกเลยว่ะ มันเลยไม่ระเบิด ทำให้อมาริเกย์เสียเปรียบโซเวียตยิ่งขึ้น ตอนนี้อมาริเกย์เหลืออาวุธเพียงอย่างเดียวแล้ว คือรถถังปริซึม(Prism Tank) อมาริเกย์ได้นำปริซึมออกมายิงเอายิงเอา ทำให้รถถังโซเวียตหลายคันถูกยิงแหลกโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยความงี่เง่นหรืออะไรสักอย่างของปริซึม เมื่อมีกระสุนของฝ่ายโซเวียตลูกหนึ่งตกลงใจกลางรถถัง ปริซึมได้ระเบิดปลิวหายไปในอากาศทันที ตอนนี้อมาริเกย์ก็ไม่เหลืออาวุธใดๆ อีกแล้วนอกจากทหารราบจีไอ อมาริเกย์ขอยอมแพ้ทันที

แต่โซเวียตก็ยังไม่ลดละ ใช้แผนสองคือจะรุกคืบเข้าไปในกรุงนิวหอร์กอีก พร้อมกับถล่มเทพีสันติภาพที่กำลังชูแขนอย่างสง่างามโดย วีหนาม ร็อกเก็ต(V3 Rocket) โดยที่อมาริเกย์ไม่สามารถป้องกันได้เลย ถึงกระนั้นก็เถอะ อมาริเกย์ได้คิดๆๆ หาวิธีที่จะเดินเกมต่อ ในที่สุด

Cquote1.png ข้าขอร่ายมนต์ มิลเลอร์ฟอร์ช ทำลายอาวุธที่กำลังจู่โจมทั้งหมด Cquote2.png
จอร์จ บูด
Cquote1.png เห้ยๆ ไม่นะ อ๊ากกกกก Cquote2.png
อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ

อาวุธทุกอย่างที่โซเวียตเตรียมมาได้ถูกทำลายหมด จากนั้นโซเวียตก็เริ่มถอยเรื่อยๆ

สรุปว่า คราวนี้ โซเวียตก็ยังชนะอมาริเกย์ไม่ได้ แต่ยังมีความหวังในสงครามอเมริกร๊วกครั้งที่สอง ที่จะเอาชนะอมาริเกย์ในสงครามครั้งนี้(แล้วก็ชนะจริงๆ ด้วยว้อย)

การรุกของฝ่ายโซเวียต[แก้ไข]

ในปี ค.ศ. 2010 โลกได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายสัมพันธแม้วอเมริกาซึ่งนำโดยประธานาธิบดีดูแกน และฝ่ายสหภาพโซเวียตนำโดยอเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ โดยมีผู้ช่วยสำคัญคือ ยูริ พลังจิต หลังจากการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง โรมานอฟ ก็ได้นำกองทัพสหภาพโซเวียตบุกอเมริกา โดยการส่งทหารconscriptเข้าไปสนับสนุนสงครามในแม็กซิโก ก่อนที่จะตลบหลังสหรัฐอเมริกา โดยการใช้รถถัง Tesla และเรือบิน Kirov รวมถึงมนุษย์พลังจิต ยูริ พลังจิต สะกดจิตทหาร เพื่อหยุดยั้งการใช้หัวรบนิวเคลียร์ที่จะใช้ในการตอบโต้กลับของอเมริกา ส่วนประเทศอื่นๆก็ถูกโซเวียตตีแหลกโดยไม่ทันได้ตอบโต้กลับ เพราะกองกำลังของโซเวียตนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เมื่ออเล็กซานเดอร์ โรมานอฟยึดอเมริกาได้ พวกอเมริกันก็ต้องถอยขึ้นไปอยู่อลาสก้า

การคุยโม้ในรัฐสภากล้วยตาร์ก[แก้ไข]

อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ ได้แถลงนโยบายในรัฐสภากล้วยตาร์ก(Kluaystag) ถึงเหตุผลที่ไปถล่มอมาริเกย์ ดังนี้(ทำเหมือนนาซีเลยวุ้ยส์)

Cquote1.png ที่เราไปโจมตีอมาริเกย์นี้ไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ แต่ทำไปเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวรัสเมียให้ดีขึ้น พร้อมกับพัฒนาอุตสาหกรรมประเทศ เนื่องจากเดิมโซเวียตนั้น ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่อดอยากแร้นแค้นกอปรกับโดนไอ้กันบีบ ตอนนี้เราอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว เราต้องลุกขึ้นมาสู้ให้โลกรู้ว่าเราก็เป็นหมา เอ๊ย! มหาอำนาจเหมือนกันว้อยยย โอ๊ เย๊ Cquote2.png

คำพูดแบบนี้ บางท่านอาจจะคิดว่าเป็นการแก้ตัวก็ได้ แต่อย่าเพิ่งไปสนใจมันเลย เนื่องจากในขณะที่โรมานอฟกำลังอภิปรายในรัฐสภาอย่างเมามัน ปรากฏว่าได้มีไฟลุกไหม้ขึ้นที่ประตูหนีไฟ(โชคร้ายที่ประตูหนีไฟมีทางเดียว) ทำให้ผู้ประชุมแตกตื่นจนหาทางออกไม่ได้ โรมานอฟจึงใช้วิชา "ตะกวดตะกายตึก" ทำให้ผู้ประชุมบางคนรอดออกมาได้ ในขณะที่บางคนถูกย่างสดๆ ภายในอาคารนั่นแหละ

วันรุ่งขึ้น อเล็กซานเดอร์ โรมานอฟจึงสอบสวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเนื่องจากเหนื่อยที่หาทางตะกายตึกจนเมื่อยตุม ถึงผู้วางเพลิง แต่ในที่สุดคณะสอบสวนได้มุ่งประเด็นไปที่ทุจศีล กินชะมัด ถึงการวางแผนก่อการร้ายของเขาเนื่องจากความขัดผลประโยชน์กันระหว่างสหภาพโซเวียตและกลุ่มทุนลากย่า การขัดแย้งกันนี้ทำให้เกิดกรณีมุกเดน ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้สิวะ

การรุกกลับของสหรัฐอมาริเกย์และการหักหลังสหภาพโซเวียตของยูริ พลังจิต[แก้ไข]

รถถัง IFV ที่ในขณะนั้นถือว่าเป็นรถถังที่ฉกาจคันหนึ่งของอมาริเกย์

ฝ่ายสหรัฐอมาริเกย์ที่อยู่ที่อลาสกาก็แอบพัฒนาอาวุธลับชื่อว่า Chronosphere จากสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งทำให้ทหารสามารถวาร์ปไปทุกที่ในโลกได้ ขึ้นมาพร้อมกับอาวุธสุดยอด Weather Control ที่สามารถควบคุมสภาพดินฟ้าอากาศได้ราวกับใจนึก เมื่อโซเวียตรู้ข่าวว่าอเมริกันมีอาวุธลับเหล่านี้ ก็ส่งเรือบินKirov 50 ลำไปตีอลาสก้า แต่ก็ถูกรถหุ้มเกราะ I.F.V. ยิงร่วงหมดซะก่อนที่จะได้เริ่มโจมตี หลังจากนั้นโซเวียตก็เริ่มเป็นฝ่ายถอย อเมริกาเริ่มเก็บทรัพยากรได้มากขึ้น จึงเริ่มต้นสร้างกองทัพใหม่ที่ประกอบด้วยหน่วย G.I. 20000 นาย เครื่องบิน Harrier 200 ลำ รถถังPrism 200 คัน และ Aircraft Carrier อีก 30 ลำ บุกเข้าโจมตีสหภาพโซเวียต ซึ่งสามารถบุกเข้าไปถึงเคมลิน และทำการจับกุมลูกชายของโรมานอฟได้โดยทหารพิเศษทันย่า ทำให้สหภาพโซเวียตเป็นฝ่ายแพ้ แต่กองทัพอเมริกาก็ไม่สามารถตามจับตัว ยูริ พลังจิต ได้ เพราะ ยูริ พลังจิต เห็นท่าแล้วว่าสหภาพโซเวียตจะแพ้สงคราม จึงได้ลี้ภัยไปยังพรรคทรราชย์เทย และได้สร้างกองทัพของตัวเองขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยหน่วยทหาร และยานเกราะที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่คิดค้นเองทั้งหมด ส่วนอเล็กซานเดอร์ โรมานอฟ ได้หนีหัวซุกหัวซุนจากมอสโคนานแล้วโดยยังคงปกครองสหภาพโซเวียตต่อ โดยเป็นการปกครองจากกรุงเคียฟ เพื่อล้างแค้น โซเวียตจึงจับยูริพลังจิตมาขังไว้

ต่อมาไม่นานท่านยูริได้ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ที่สหภาพโซเวียต ในแถบยูหลบตะวันออก ประชาชนต่างไม่พอใจจึงไปสมัครสุนทรเวชเป็นทหารอย่างล้มหลามเพื่อจะเข้ากองกำลังสมาพันธ์สายลับ ทหารเหล่านี้ได้ถูกนำไปรบในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บทรมานของรัสเซีย (อาจว่าได้ว่านี่อาจเป็นจุดชนวนของสงครามโลกครั้งที่สาม) แต่ทหารเหล่านั้นเคยชินกับความหนาวได้ดี แต่พวกอีแว่นอีวาน กลับต้องถอยทัพออกไปเพราะมันหนาว~ สงครามยืดเยื้อจนกระทั่งกองทัพจักรวรรดิยูริสามารถรุกคืบเข้าไปในกรุงมอสวัวมอสโคและเคียฟสำเร็จ ยูริถูกนำกลับประเทศโดยที่ไม่ต้องเสียค่าไถ่ กองทัพอีแว่นต้องเสียคิรอฟไปเป็นจำนวนมาก โซเวียตน้ำตาตกเมื่อถูกบังคับให้เซ็นสนธิสัญญาโง่ดักดานด้วยความสมัครใจ กองทัพสหรัฐอมาริเกย์จับมือเป็นพันธมวย ทางการทหารกับจักรวรรดิยูริ ได้สำเร็จ โรมานอฟจึงต้องแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือจากทัวป๋ากุ้ยแห่งสมาพันธ์ชนเผ่าเร่ร่อนอย่างผู้แพ้

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล