สุนทรภูภู่

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แถลงเกรียน

หน้านี้ได้ทำการล้อเลียนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
เราจึงขอไว้อาลัยให้กับท่าน สุนทรภูภู่ ด้วย


กวีไส้แห้งแห่งยุค

สุนทรภูภู่ ครูกวี ขี่ฮอนเด้อ
บิด105 ฝ่าไฟแดง แรงฉิบหาย
บิด108 แซง10ล้อ พ่อมึงตาย
โธ่ไอ้ควาย มึงมาตาย หน้าบ้านกู
ดูความเกรียน ของชาวเทย ผู้รักชาติ
แม้ตัวขาด ที่หน้าบ้าน อย่างชิบหาย
แต่ว่าโอ้ บร๊ะเจ้าโจ๊ก เขามิตาย
ยังมิหาย ไปตาม กาลเวลา

~ พี่คนเงี่ยน เกรียนสมัครเสี้ยน

สุนทรภูภู่ ครูกวี กุชชี่เบลท์
งูมันเลื้อย อยู่ที่เอว ไรหนักหนา
ถ้าหากเจ้า มิหยุด ลั่นวาจา
ส้นบาทา จักลงหน้า ตัวเจ้าเอย

~ ผู้ใช้เฟคบุ๊คทั่นหนึ่ง

สุนทรภูภู่ ครูกวี ขี่สแมช
แบงค์วงแคลช ขี่นูโว่ โก้หนักหนา
อี๊ดวง Fly เวฟร้อยห้า ขี่ตามมา
โอ๊ยไอ้ห่า แม่งขี่เร็ว เหยียบตีนกู!

~ มัจฉา Sheep ขี้เมาในช่อง Buffet

เมื่อครู่กล่าวสิ่งใดมิได้รับ
ขอสดับอีกคราจะหาได้
แม้นผิดหูกูขอให้บรรลัย
ชีพมลายวายสิ้นพินาศเอย

~ สุนทรภูภู่ขู่กรรเชียงนู้บรุ่นน้องว่า"กูให้โอกาสมึงพูดใหม่อีกรอบ"

สุนทรภูภู่ มีนามเดิมว่า แมลงภู่ เพราะตอนที่อยู่ในท้อง มารดาเกิดแพ้ท้องอยากจกแมลงภู่ตามท้องร่องคลองแสนแสบศ์เป็นอาหาร ตอนเด็กนามว่า ภูภู่ แต่โตมาก็เรียกกันว่า สุนทรภูภู่ ได้รับยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งประเทศเทย แม้ดั้งจะไม่ให้ก็ตาม ตลอดชีวิตของสุนทรภูภู่ ชอบพรรณาเพ้อเจ้อ นั่งๆก็เพ้อถึงผู้หญิงไม่ใส่โจงกระเบน โดยอัตลักษณ์ด้านมืดดังกล่าวได้สะท้อนออกมาในวรรณคดี พระอภัยมณี เช่น นางเงือก และ นางยักษ์ เป็นต้น

ในตำนาน ว่ากันว่า สุนทรภูภู่ชอบกินเหล้าเมาสีกากัญชา และเคยติดคุกมาก่อน ได้ฉายาเป็น ไอ้ขี้เหล้า ไอ้ขี้คุก ไอ้หน้าฮี และ ไอ้หน้าตัวเมีย ถึงกระไรก็ดี สุนทรภู่พยายามอัพเกรดตัวเอง อยากโด่งดัง โดยสร้างบทกลอนและวรรณคดีอีโรติกต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย ให้เด็กเทยในปัจจุบันต้องมานั่งเรียนนั่งท่องวรรณคดีของมันท่าน และมักเป็นตัวฉุดเกรดเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ สุนทรภูภู่ยังเป็นตำนานการเกิด บริษัท จ๊ะทิงจา อีกด้วย

Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!

ประวัติความเป็นมา[แก้ไข]

สุนทรภูภู่ ได้เข้าเรียนในสำนักวัดชีกอปะขาว ต่อมาได้ทำงานเป็นสเมียนพระคลังสวนทวาร แต่ขี้เกียจสมาธินั้นแถมสันหลังยาว ไม่ทำห่าเหวเหี้ยไรเลยนอกจากแต่งกลอนยาว ครั้งหนึ่ง สุนทรภูภู่ เกิดม่อสาวไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปม่อนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อ แม่จัน แต่หล่อนเป็นผู้ดีมีสกุล จึบถูกกรมพระราชวังหลังกริ้วจนถึงขั้น ฟาดด้วยแส้ลนด้วยเทียน(อ๊าซ์ ซี้ส) และจับเอาดิลโดยัดตูดขังคุกขี้ไก่เสียทั้งคู่

ในกาลต่อมา เมื่อ กลมกระราชวังประตูหลังหลังใกล้จะตายห่า จังอภัยโทษให้ทั้งสองถือว่าเป็นการทำบุญ (เสียดายที่ท่านแม้วทุจศีลไม่โชคดีขนาดนี้) หลังออกจากคุก สุนทรภูภู่ก็ตะลอนไปหาพ่อที่เมืองข้าวแกง และเนื่องจากว่างจัด เลยจัดนิราศขึ้นระหว่างการเดินทาง ชื่อว่า นิราศเมืองแกงกระหรี่ เนื่องจากระหว่างทางได้กินแกงกะหรี่ลอยมา เหมือนกลิ่นของแม่จันก็ไม่ปาน พระไชยสุริโย้เย้​ เนื้อหามีการเพ้อเจ้อถึง ทุกๆสิ่งที่อยู่ระหว่างทาง ตั้งแต่ดอกหญ้า ควายข้างทาง ยันโลมเล้าขึ้นแม่กดบทอัศจรรย์​ เจ้าไชยสุริยาเย็ดนางสุมาลีกันจนพื้นสะเทือน​ ระฆังฆ้องกลองแตรสังข์ถึงกับดังเป็นเพลงอีโรติกกับแม่จันรัวๆๆๆๆๆ และลงท้ายเรื่องว่า 'แต่งให้แม่นางจัน แทนขันหมากของพี่' พอหลังจากกลับจางเมืองแกง ก็เอานิราศนี้ไปสู่แม่จันเป็นเมียแทนขันหมาก (พ่อตาแม่ยายยกให้เพราะนิราศนี้สาธยายเสียจนลูกสาวเป็นราคี จะไปยกให้ใครก็ไม่ได้แล้ว)

แต่หลังจากกลับจากเมืองแกงเพียงไม่นาน ก็ต้องตามเสด็จไปในงานราคะบูชา จ.สระบุรี ทำให้สุนทรภู่แต่ง นิราศสองบาทห้าสิบสตางค์ เพ้อเจ้อเหตุการณ์ในการเดินทางคราวนี้อีกแล้ว

สุนทรภูภู่กับแม่จัน มีลูก 1 คน เนื่องจากสุนทรภูภู่วันๆมัวแต่เที่ยวผับอวดอบนาบงานเยอะมัดตัว ไม่ค่อยอยู่บ้านมีเวลาทำลูกด้วยกัน ตั้งชื่อให้แสนจะกุ๊บกิ๊บเกร๋ไก๋ว่า หนูด้อยพัดทะนา เป็นซ๋าวฑุ้น (จริงๆเป็นตัวผู้) ต่อมาแม่จันเกิดอาการไม่พอใจ ที่ผัวตัวเองไม่เคยอยู่บ้านดูแลเอาใจใส่ มัวแต่อ้างตามเสด็จและพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ จึงเปิดเพลง ห่างกันสักพัก จนเซย์บ๊ายบายเบ่เบ๋ในที่สุด

วัยทำงาน[แก้ไข]

สุนทรภูภู่กระเสือกกระสนเข้ารับราชการในกรมพระอะล้ากปลายแถวต๊อกต๋อย แต่ชอบโชว์ออฟแสดงฝีมือกลอนของตัวอง ทำให้ซีรั่วทูที่มาเห็นผลงานคุณตะพาบพึงพระทัยสิ่งนี้ และเลื่อนขั้นให้เป็นขุนสุนทรโวหาร ซึ่งมีความหมายว่า ผู้มีสำนวนการพูดแบบคุยโวและไม่เต็มเหมือนเอาบทพูดไปหารเศษส่วนมา ซึ่งกลอนแต่ละอย่างที่สุนทรภูภู่แต่งนั้น ได้แสดงถึงความติสท์วิปริตอีโม่เนโครฟิลิแอคอย่างเหนือชั้นเช่น ในผลงานบทกลอนในเรื่องรามเกรียน ตอน นางสีกาผูกคอตาย และตอนศึกสิบล้อขุนฉิ่งฉับ ฉากบรรยายรถศึกสิบล้อของทศกัณฐ์ สุนทรภูภู่ได้เลเว่ลอัพเป็น หลวงสุนทรโวหาร ในเวลาต่อมา ได้รับพระราชทานบ้านหลวงอยู่ที่ท่าช้าง รับงานนอกเวลาคือ เลี้ยงช้าง และทำปุ๋ยคอกจากขี้ช้างบร๊ะราชทาน

ระหว่างรับราชการ สุนทรภูภู่งานเข้า ต้องติดคุกอีกแล้ว เพราะถูกฟ้องว่า เมาสุราอาละวาด โดยผู้พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่า

  • พบเห็นสุนทรภูภู่นั่งกินเหล้าอยู่ในอ่าง แล้วลุกขึ้นมาอาละวาด เอาขวดเหล้าฟาดหัวสุนัขหน้าร้าน เป็นเหตุให้สุนัขเสียชีวิตคาที่และจ้อน หงิกกับซีรั่วทุนั่งถกกันอยู่นานว่าหมาใครวะ
  • พบเห็นสุนทรภูภู่หาเรื่องชกต่อยกับแมวข้างบ้าน จนเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่เป็นเจ้าของแมวหัวร้อน พาเมดหูแมวมารุมกระทืบสุนทรภูภู่แบบแมวหมู่
  • พบเห็นสุนทรภูภู่แต่งชุดหมีสีฟ้า ออกมานั่งล่อคนหน้าบ้านที่ม้านั่ง แล้วพูด ยาราไนก้า
  • พบเห็นสุนทรภูภู่แอบไปจีบน้องสาวของคาซุกาโนะ ฮารุกะในโรงหนังที่ฉายเรื่อง "น้องสาวของผมไม่นิรโทษกรรมให้ผมหรอก"
  • พบเห็นสุนทรภูภู่หยิบกระทะโคเลียเกย์คิงไปรำดาบกับดาร์คเฟลมมาสเตอร์

แต่สุนทรภูภู่ติดคุกได้ไม่นาน ก็ได้รับอภัยโทษอีกแล้ว เพราะเนื่องจากไม่มีใครแต่งกลอนได้อีโม่เท่าสุนทรภูภู่ ภายหลังอภัยโทษ สุนทรภูภู่ได้ถวายตัวเป็นครูมวยให้กับลูกของซีรั่วทู ในช่วงรับราชการอยู่นี้ สุนทรภู่ก็ได้เมียคนใหม่ีชื่อ แม่นิ่ม และทำลูกอีกคนชื่อ พ่อตาบ

ชีวิตก่อนสิ้นลมปราณ[แก้ไข]

สุนทรภูภู่รับราชการอยู่แค่ 8 ปี ก็ถึงช่วงตกอับของชีวิต จึงออกบวช ธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นเวลา 18 ปี งานเขียนชิ้นสุดท้ายที่แต่งไว้ก่อนลาสิกขาบทคือ รำพันอยากกินนกพิราบ สาเหตุที่แต่งเนื่องจาก ฝันว่านางฟ้ามารับตัวเอง จึงคิดว่าตนเองคงใกล้จะตายเป็นแน่แท้ จึงรำพันอยากแดกกินนกพิราบย่างก่อนตาย

หลังจากลาสิกขาบท ได้กลับเข้ามาพำนักอยู่ในเขตพระราชวังเดิม มีห้องส่วนตัวเรียกกันว่า "ห้องสุนทรภูภู่อโลฮ้า" เชื่อกันว่าสุนทรภูภู่พำนักอยู่ที่นี่จนตาย รวมอายุได้ 69 ปี อายุสั้นเพราะไม่กินผัก

ตกลงมีลูกกี่คนกันแน่[แก้ไข]

จากที่ปรากฏไว้ สุนทรภู่เป็นคนหน้าม่อ เจ้าชู้เป็นอย่างมาก มีบุตรชายทั้งหมด 3 คน และบุตรบุญธรรมอีก 2 คน

  • หนูพัด เกิดจาก เมียชื่อ แม่จัน
  • หนูตาบ เกิดจาก เมียชื่อ แม่นิ่ม
  • หนูนิล เกิดจาก เมียชื่อ แม่ม่วง
  • หนูกลั่น บุตรบุญธรรม
  • หนูหี บุตรบุญธรรม
  • หนูรัตน์ รับบทเป็น อังกอร์ เหมียนกงไหนแล้วค่า

กมลสันดาน[แก้ไข]

เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่กวีเอกในสมัยนั้นว่า สุนทรภูภู่เป็นคนขี้เหล้า แม้ในงานเขียนของท่านก็ยังประจานตัวเองถึงความมึนเมาอยู่หลายครั้ง และถึงกับได้สั่งสอนลงในบทกลอนว่า กินเหล้ายี่ห้อไหนถึงจะดี อันได้แก่

  • แสงโสม
  • วอทก้า
  • แม่โขง
  • บรั่นดีหมี
  • ไก่ฟ้า
  • ตัวอย่างบทกลอนที่ปรากฏเกี่ยวกับเหล้า
ถึงโรงเหล้าเด้ากันควันโขมง มีลำโพงขยายเสียงไว้เคียงเสา
โอ้ว..สวรรค์เสียงนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนคนบ้าเป็นน่าอาย
แอ๊บโซลูทวอทก้ากินให้เสร็จ แม่โขงแก้เผ็ดได้ดังหมาย
ไก่ฟ้าพารอดกินแล้วตาย ถ้าตาลายให้กินแสงโสมไป
ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เราเมาเกย์นัก ตูดจะหักวิปริตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าขมิบตูดก็หายไป แต่เมาใจเกย์ประจำทุกวันคืน

ผลงาน[แก้ไข]

รวมผลงานสุดฟินของสุนทรภูภู่

นิราศ
  • นิราศเมืองแกงกะหรี่ - แต่งขึ้นตอนตะลอนไปหาพ่อที่เมืองแกง เกิดจากจิตหลอนได้กลิ่นแกงกะหรี่ระหว่างการเดินทาง
  • นิราศสองบาทห้าสิบสตางค์ - แต่งตอนตามสเด็จไปพิธี ราคะบูชามาฆบูชาที่พยัญชนะบุรี
  • นิราศซอสปุรงรสฝาเขียว - แต่งขึ้นตอนเกิดอยากกินหอยลายผัดซอสตราภูเขาทอง
  • นิราศสุพรรณ - แต่งขึ้นตอนหัดพูดสำเนียงเหน่อ
  • นิราศฟีฟ่า ออนไลน์ - แต่งขึ้นตอนเล่นเกมส์ฟีฟ่าออนไลน์ 4
  • นิราศอิหน่าว - แต่งขึ้นตอนมีอะไรกับแม่จัน
  • รำพันนกพิราบ - แต่งขึ้นตอนอยากกินนกพิราบย่าง10ดาว
  • นิราศบร๊ะประถม - แต่งขึ้นตอนโดนด่าว่า " อ้ายภู่ เอ็งแต่งกลอนยังกะเด็กประถม ไปแต่งใหม่ไป ! "
  • นิราศยันกำแพงเพชร - แต่งขึ้นสมัยตอนลงเหมืองในมายคราฟ พังกำแพงเพื่อหาเพชร
  • นิราศครีปเปอร์ - แต่งขึ้นสมัยตอนลงขากลับไปเจอเพชร แต่ดันเจอครีปเปอร์ยืนเฝ้าอยู่
  • นิราศยูริ - แต่งขึ้นตอนถูกยูริจับเป็นตัวประกัน
  • นิราศRoV - แต่งขึ้นตอนเล่นเกมส์เรียมออบว่าเล้อ
  • โดกิ โดกิ สุนทรภูภู่ คลับ - แต่งขึ้นตอนจีบสาวในโรงเรียนแห่งหนึ่ง
นิทาน และไลท์โนเวล
  • โคบัน - ว่ากันว่าเป็นงานชิ้นแรกของสุนทรภูภู่ เป็นเรื่องราวของ "โคบัน" ซึ่งเป็นนักสืบที่ตัวจะเด็ก แต่สมองเป็นผู้ใหญ่ ชื่อของเขาคือ โคบัน!!!
  • บร๊ะอภัยไม่มี - เป็นผลงานชิ้นเอกของสุนทรภูภู่ ได้รับยกย่องจากสมาคมจูนิเบียวฯให้เป็นสุดยอดวรรณคดีเทยประเภทกลอนนิทาน และได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เป็นวรรณคดีแนวผจญภัย แฟนตาซี และฮาเร็มของบร๊ะอภัย
  • Yorn:The God of Son - เป็นนิทานที่สุนทรภูภู่แต่งขึ้นเพื่อถวายเมพบร๊ะเจ้ายอร์น ฮีรั่วที่Inwที่สุดในRoV
  • ผีเสื้อปีกแหก - เป็นโดแนวค้ำคอร์ ที่นำโครงเรื่องมาจากโดเรื่องหนึ่ง แต่มีตอนจบที่แตกต่างไปจากโดทั่วไปเพราะไม่ได้จบด้วยความสุข แต่จบด้วยที่นางเอกได้ฆ่าตัวตายเพราะทนพิษของสภาพจิตใจไม่ไหว
  • แผนขุนช้างขุน - เป็นอีกนิทานที่มีชื่อเสียงเช่นกัน แต่งตอนกำเนิดพลายเหร่ แค่ตอนเดียว เขียนให้ยายทองป้าซีมีนมยานเอาไว้ฟัดกับเด็กลักมะยม
  • พระชั่ยสุริโย้เย้ ​- เป็นนิทานเรื่องเดียวที่แต่งด้วยกาพย์ เนื้อเรื่องต้องการสื่อให้เห็นว่า "อย่าติดหีจนมากเกินไป" มีท่อนหนึ่งก่อนที่บ้านเมืองของพระชั่ยจะล่มจม ได้บอกไว้ว่า
อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี
ที่หน้าตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา
ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา
หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ

แต่พระชั่ยสุริโย้ก็ไป "ขึ้นกดบทอัศจรรย์ เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง" กันบนเกาะ จนถึงขนาดแผ่นดินไหวทำให้ "เดินไม่ได้ให้อาดูร" เลยทีเดียว แต่ตอนจบก็พากันไปบวช แล้วพากันขึ้นสวรรค์ กลายเป็นเซนต์เซย่า!!

บร๊ะอภัยไม่มีที่แท้ทรู[แก้ไข]

นิทานเรื่องบร๊ะอภัยไม่มี เกิดขึ้นเมื่อสุนทรภูภู่เกิดอาการเงี่ยน และพยายามสมมติตนเองว่าสวมบทบาทบร๊ะอภัยไม่มีอยู่ในเรื่อง โดยเรื่องพระอภัยมณีให้ข้อคิดดังนี้

  • สอนให้ผู้หญิงรู้จัก ลัก ผู้ชายตอนเขาหลับ(กรณีนางผีเสื่อสมุด)
  • ไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือ เพียงแค่เป่าปี่เป็น ก็เอาชีวิตรอดได้(ความจริงก็เรียนเรื่องปี่นั้นแหละ)
  • อยากให้หญิงติด ต้องเป่าปี่ให้เป็น(ตอนที่บร๊ะอภัยเป่าเกี้ยวนางระแวง)
  • รู้จักเอากันทุกพันธุ์เผ่าทั้ง มนุษย์ทั่วไป จนไปถึงยักษ์และนางเงือก
  • สอนให้เด็กรู้จักกวนตีนแม่(กรณีซีนสมุดหลอกแม่ ตอนพาพ่อหนีแม่)
  • ที่สำคัญคือสอนให้คนออกทะเล เพื่อตามล่าหาวันพีชสร้างฮาเร็ม บร๊ะอภัยได้ตั้ง 5 คน แน่ะ 1.เสื่อสมุด 2.นางเงือก 3.นางสุวรรณมาลีฮวนน่า หรือภาษาเทยแปลว่าดอกทอง 4.นางระแวงวันลา 5.นางวารี่

สุนทรภูภู่กลับชาติมาเกิด[แก้ไข]

หลักฐานนี้เป็นตัวพิสูจน์ว่า สุนทรภูภู่กลับชาติมาเกิด เมื่อเด็กชายชาวไทยคนหนึ่งอายุ 9 ขวบได้แต่งเรียงความวันเด็กและได้รับรางวัล

Dek1.jpg
Dek2.jpg
Dek3.jpg

รางวัล

Dek4.jpg