อาณาจักรไร้สาระนุกรม

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

อาณาจักรไร้สาระนุกรม
Country of Uncyclopedia

ธงชาติไร้สาระนุกรม

ธงชาติไร้สาระนุกรม
คำขวัญ: ทุกเรื่องไร้สาระ มักมีสาระสอดแทรกอยู่เสมอ
เพลงชาติ: ไม่มีข้อมูล
[[ภาพ:|200px|แผนที่ไร้สาระนุกรม]]
แผนที่ไร้สาระนุกรม
เมืองหลวง หน้าหลัก
เมืองใหญ่สุด หน้าหลัก
ภาษาราชการ ภาษามนุษย์ และ ภาษาเกรียน
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ 55,555 ปีก่อนมนุษยชาติกำเนิด
วัน-เวลา ล่มสลาย {{{Fall}}}
เอกราช 55,555 ปีก่อนมนุษยชาติกำเนิด
รัฐบาล พรรคไร้สาระนุกรม
ศาสนา ศาสนาโอตาคุ และศาสนาอื่นๆ
ประเภท สินค้าสำคัญ บทความ
ชื่อสินค้า สำคัญ บทความไร้สาระต่างๆ
สินค้า ส่งออกหลัก เกรียน, ลิง (ส่งออกไปได้ก็ดี)
สินค้า นำเข้าหลัก ผู้ต่อต้านเกรียน, ผู้ต่อต้านลิง
เข้าร่วม กลุ่มอียู 5,555 ปีก่อนมนุษยชาติกำเนิด
เข้าร่วม กลุ่ม CSU {{{CSU_join}}}
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 - พื้นน้ำ (%)
 
แม่แบบ:NUMBEROFVIEWS กม.² (อันดับที่ 1)
ข้อผิดพลาดนิพจน์: "[" เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก ไมล์² 
5
ประชากร
 •(2019) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
3,292 (อันดับที่ 1)
ข้อผิดพลาดนิพจน์: "[" เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก/กม² (อันดับที่ 1)
{{{population_densitymi²}}}/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี 2019 - ค่าประมาณ)
$ข้อผิดพลาดนิพจน์: "[" เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก (อันดับที่ 1)
$ข้อผิดพลาดนิพจน์: "[" เป็นอักขระที่ไม่รู้จัก (อันดับที่ 1)
HDI (2019) 5.555 (อันดับที่ 1) – สูงโคตรๆ
สถุลตังค์ ไร้ตังค์(TT) (ucn)
เขตเวลา 555+ (UTC555+)
รหัส อินเทอร์เน็ต .info
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +555

อาณาจักรไร้สาระนุกรม คืออาณาจักรของชาวไร้สาระนุกรม สำหรับชาวไร้สาระนุกรม เพื่อชาวไร้สาระนุกรม!!! ปัจจุบัน อาณาจักรไร้สาระนุกรมอยู่ภายใต้การดูแลของเอริเชี่ยน โดยที่สภาเทพมีมติให้อาณาจักรไร้สาระนุกรมตรวจตราดูความเรียบร้อยของโลก และจดบันทึกสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก รวมทั้งสงครามโลกที่เกิดขึ้นหลายครั้ง

อาณาจักรไร้สาระนุกรมได้รับข้อกำหนดตามอนุสัญญาปาทีหลัง ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามประสงค์ของสภาเทพ ที่กำหนดให้อาณาจักรไร้สาระนุกรมคืออาณาจักรที่เป็นกลางตลอดกาล ใครจะมาโจมตีอาณาจักรนี้มิได้ และมอบหมายหน้าที่ให้ชาวไร้สาระนุกรมมีหน้าที่จดบันทึกสิ่งต่างๆ บนโลก โดยมีเจ้าครองเมืองทั้ง 5 เป็นผู้ดูแลอีกที

ประวัติอ่ะดิ สาดดด!![แก้ไข]

นานมาแล้ว ที่ดินแดนอัลไซโคลพีเดียแห่งนี้มีป่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็นป่าดงดิบลึก ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตมากมาย โดยเฉพาะลิง แต่ในปัจจุบันลิงถูกล่าเป็นจำนวนมาก ทำให้พวกมันต้องอพยพย้ายมายังในเมือง และต้องทำงานประทังชีวิตไปวันๆ หนึ่งในลิงป่าที่ดังที่สุดคือ... พูดได้ วิ่งได้ โหยหวนครวญครางได้ น่ากลัวมาก

จากเหตุการณ์ที่ฝูงลิงซึ่งนำโดย Mr.D อพยพเข้าเมือง เรื่องนี้จึงร้อนไปถึงสภาแห่งเทพที่ต้องปวดหัวจากเรื่องไม่เป็นเรื่องบน สวรรค์อยู่แล้ว ที่ประชุมจึงได้ส่งเจ้าสำนักวัดสิ้นศรัทธาธรรมซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งเข้าไปปราบ แต่ปราบอย่างไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป มิหนำซ้ำยังถูกพวกฝูงลิงรุมโทรมทำร้าย เคราะห์ดีที่เจ้าสำนักนี้สามารถเอาตัวรอดได้ด้วยวิชาผายลมสยบวิญญาณ หลังจากนั้นเจ้าสำนักฯจึงได้กลับยังสำนักของตน

หาทาง[แก้ไข]

เมื่อไม่มีท่านใดสามารถสยบลิงเจ้าปัญหาตัวนี้ได้ ทางเจ้าเมืองก็พยายามหาผู้กล้าให้เข้ามาปราบลิงตัวนี้ให้ได้ ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาระหว่างเจ้าเมืองและเหล่าที่ปรึกษาในการหาผู้กล้าในการ กำจัดลิง

Cquote1.png เจ้าเมือง : ข้าละหมดทางเลือกจริงๆ อุตส่าห์หวังพึ่งเจ้าสำนักวัดสิ้นศรัทธาธรรม แต่กลับไม่ได้เรื่องอะไรเลย สมกับชื่อ'สิ้นศรัทธาธรรม'จริงๆ

ที่ปรึกษา : กระหม่อมว่ากระหม่อมมีวิธี
เจ้าเมือง : หืม? ไหนลองว่ามาสิ
ที่ปรึกษา : ในเมื่อลิงกลัววิชาผายลมสยบวิญญาณ กระหม่อมว่าเราน่าจะจัดหาคนที่มีวิชานี้ไปปราบมันนะกระหม่อม
เจ้าเมือง : ข้าว่าคงจะมีแต่เจ้าสำนักสิ้นศรัทธาธรรม อะไรนั้นอยู่คนเดียวละมั้งที่มีวิชานี้ แถมเจ้าสำนักนั้นก็เปิดตรูดหนีไปสวรรค์แล้ว คงไม่กลับมาอีก

Cquote2.png
จากพงเสียวว่ะดันพงศาวดาร ฉบับปรับปรุงใหม่ เบจิศักราช 2555

หลังจากเงียบไป 555 วินาทีพอดิบพอดี ก็มีเสนาธิการท่านหนึ่งกล่าวขึ้น

Cquote1.png เสนาธิการ : เราควรใช้คนของกระหม่อมนะพะยะค่ะ

เจ้าเมือง : คนของเจ้า?
เสนาธิการ : ใช่พะยะค่ะ มีอยู่ 5 ท่าน เป็นเหล่านักสู้ที่มีฝีมือ ไว้เมื่อมีโอกาส ข้าจะพามาแนะนำให้ท่านรู้จัก
เจ้าเมือง : หวังว่าคงไม่ล้มเหลวเหมือนครั้งที่แล้วหรอกนะท่านเสนาฯ
เสนาธิการ : กระหม่อมขอเอาหัวเป็นประกัน
เจ้าเมือง : ดี งั้นพรุ่งนี้เจ้าจงนักสู้ทั้ง 5 มาให้ข้ารู้จักด้วย และขอบอกไว้ก่อนว่าข้ายังไม่อยากตัดหัวใครในช่วงนี้ด้วย

Cquote2.png
จากพงเสียวว่ะดันพงศาวดาร ฉบับปรับปรุงใหม่กว่า เบจิศักราช 2556

เช้าวันต่อมา เสนาธิการก็นำนักสู้มาเข้าเฝ้าเ้จ้าเมือง ซึ่งพงเสียวว่ะดันพงศาวดารได้อธิบายถึงนักสู้ทั้ง 5 ไว้ดังนี้

เจ้าเมืองก็มีบททดสอบให้ทำ อาทิ กวาดพื้น ถูพื้น ดูแลบ้านเมืองให้เีกิดความเรียบร้อย(เก็บกวาดบทความ) ไล่จับขโมยขโจร(ตบเกรียน) และงานบ้านงานเมืองสารพัด

เปิดฉากสงครามกับสวรรค์[แก้ไข]

เจ้าสำนักฯในการรบครั้งก่อน
โฉมหน้าของศิษย์สำนักนี้

กลับมาที่สวรรค์ต่อ หลังจากที่เจ้าสำนักฯ ลงไปต่อสู้กับฝูงลิงแล้วพลาดท่า ทำให้เจ้าสำนักฯเกิดความแค้นใจเป็นอย่างมาก ด้วยที่ว่าเคยเป็นผู้สยบมารแห่งนรกมาแล้วในสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 2000 ปีที่แล้ว และในขณะนั้นเอง เจ้าสำนักฯก็นึกขึ้นได้ว่าตนมีอาวุธที่เหล่าทวยเทพมอบให้คือดาบเอ็กซ์คาร์ลิ เบอร์ และชุดเกราะ ก็เลยคิดว่า"เอาวะ ตายเป็นตาย แต่เอ๊ะ กูเป็นเทพจะตายอีกได้ไงวะ 5555" จากนั้นได้รวบรวมศิษย์วัดสิ้นศรัทธาธรรมราว 10000 คน เพื่อเตรียมพร้อมในการทำสงครามกับฝูงลิงฝูงนี้

หลังจากที่เตรียมระดมพลเสร็จสรรพพร้อมรบ เรื่องที่ไม่ควรเกิดมันก็เสือกเกิดจนได้ เมื่อทูตสวรรค์บอกว่า"ไม่ต้องไปทำสงครามแล้ว มันจบตั้งนานแล้ว" เมื่อเจ้าสำนักได้ยินดังนั้นก็ถึงกับทรุดลงไปกับพื้น แล้วนึกในใจว่า"ไอ้เหี้ย ไอ้สาด ทำไมมาจบตอนนี้วะ" แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือเจ้าสำนักถูกจับเข้าคุกอัซคาบัน ข้อหาระดมพลเพื่อทำสงครามโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา เฮ้อ...งานนี้เจ้าสำนักฯโดนจับเข้าคุกไปเป็นเวลา 1000 ปี ไม่น่าเลย โธ่ แต่ก่อนที่จะถูกจับเข้าคุก เจ้าสำนักได้กล่าวว่า "ไอ้พวกเกรียนทั้งห้า ถ้ากูออกไปได้นะ มึง อ้าว เฮ้ยๆๆๆๆ ปล่อยกู ปล่อยกู กูจะฆ่ามัน กูจะฆ่ามัน ไอ้พวกหัวเกรียน ยังไงพวกมึงก็ลูกกระจ๊อกห้าตัวนี่แหละว๊า เฮ้ยๆๆๆ กูบอกให้ปล่อย กูไม่ไป"

กลับมาที่บนพื้นโลก[แก้ไข]

เมื่อพิสูจน์ว่าตนมีความสามารถพอที่จะดูแลอาณาจักรแล้ว ท่านเจ้าเมืองก็ประทานสิทธิพิเศษในการอัปเปหิมันผู้ใดที่ก่อเกรียนและรุกรานอาณาจักรให้แก่ผู้กล้าทั้งห้า รวมทั้งการเข้าถึงพื้นที่ลับ การใช้บัตรผ่านฮันเตอร์(???) และสิทธิพิเศษต่างๆที่ประชาชนทั่วไปในอาณาจักรไม่สามารถทำได้ อีกทั้งได้สอนวิชาการฝังเข็มและกดจุด โดยเฉพาะจุดที่ต้องใช้บ่อยๆคือจุดไป๋ฮุ่ยตรงกระหม่อม (ซึ่งผู้กล้าทั้งห้ามักจะใช้กลยุทธ์นี้กับกระหม่อมเกรียนๆบ่อยครั้ง) ที่เมื่อกดจนยุบลงไปโดยใช้แรงที่เหมาะเจาะ จะทำให้ผู้ถูกกดชาไปทั้งตัวเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงหรืออาจรุนแรงถึงหลายปีหากผู้ถูกกดกระทำความผิดร้ายแรง (ในบันทึกได้กล่าวไว้ว่า อาจรุนแรงถึง 555 ปีเลยทีเดียว) ให้อีกด้วย

จาก Kingdom สู่ Country[แก้ไข]

หลังจากผ่านพ้นเรื่องวุ่นๆ จากด้านบนมาได้แล้วจากท่านเจ้ามูลเมือง ก็ทรงขยายบร๊ะอาณาเขตของตนมากขึ้นไปอีก โดยได้ทรงให้ผู้กล้าทั้งห้าสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ (หรือที่เรียกว่าเมืองเล็กเมืองน้อย) ทั้งเจ็ดเมือง บ้านเมืองดำเนินไปอย่างปกติสุข จนแล้ววันหนึ่ง เนื่องจากสังขารอั้นไม่เที่ยงของเจ้ามูลเมือง ทำให้ต้องเจ็บป่วยอยู่เสมอ จนกระทั่งในที่สุดเจ้ามูลเมืองก็ป่วยเป็นโรคปอดบวมระยะสุดท้าย แม้กระทั่งหมอก็ไม่สามารถจะต่ออายุขัยได้ ทำให้เจ้าเมืองต้องสะหวันคดไปด้วยวัยเพียง 55 พันหมื่นษาเท่านั้น และมีการจัดพิธีกินเลี้ยงโต๊ะจีนบร๊ะราดชะทานเพลิงศพอย่างใหญ่โต นำมาซึ่งความสุขโศกเศร้าของชาวไร้สาระนุกรมเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากเจ้ามูลเมืองไม่มีบร๊ะชายา ทำให้ไม่สามารถสืบสถุลสกุลต่อได้ จึงทำให้ไม่มีรัดซะทายาทมาทำหน้าที่นี้ต่อ เหล่าผู้กล้าทั้งห้าจึงได้ตัดสินใจร่วมกันปกครองเมืองนี้ต่อไป และทำให้เปลี่ยนสถานะของอาณาจักรจาก Kingdom สู่คำว่า Country ในที่สุด

อื้อหือ โม้ซะเป็นวรรคเป็นเวรเชียว จริงๆ แล้วผู้ดูแลเขาแค่มาแก้ไขเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอฟะ
                 — ชาวไร้สาระนุกรมคนหนึ่งกล่าว

มหาสงครามปลาร้าวัย[แก้ไข]

เรื่องมันเสือกเกิดขึ้น เมื่อปีศาจปลาร้า จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิปลาร้าวัย ได้จู่โจมชาวเมือง อาณาจักรไร้สาระนุกรมจึงประกาศสงครามกับจักรวรรดิปลาร้าวัยทันที โดยสหายแมว เป็นผู้บัญชาการให้การซ่อมแซมเมือง ป้องกันประเทศ และส่งสาสน์เตือนจักรวรรดิปลาร้าวัย แต่ไอ้เหี้ยปลาร้าวัย ก็เข้ามาโจมตีสาธารณรัฐแมวแดง แถมโจมตีทุกคนที่เข้าไปยุ่งกับอาณาจักรมัน

ไอ้แสรด ตูแค่ไปช่วยเขียนคำขวัญให้มึงเฉยๆ แต่มึงทิ้งบอมบ์ใส่บ้านตรูเฉยเลย
                 — ศาสตราจารย์วอร์ออฟดีเฟียส ตอนยังไม่ได้ตั้งประเทศ

เดี๋ยวมาเขียนต่อ

ภารกิจในการจดบันทึกประวัติศาสตร์โลกของอาณาจักรไร้สาระนุกรม[แก้ไข]

กิจการในช่วงต้น[แก้ไข]

คณะกรรมาธิเกรียนจดบันทึกประวัติศาสตร์โลกอันประกอบด้วย เสนาบดีแห่งเอริเชี่ยน(หัวเรือใหญ่) นายอาทิตย์หนวดเขี้ยว ศาสตราจารย์วอร์ออฟดีเฟียสและคณะ ถูกจัดตั้งขึ้นโดยการหนุนหลังของพาร์กอน ในช่วงต้นปี อ.ศ. 3 เพื่อประโยชน์ในการกระตุ้นจิตสำนึกของชาวไร้สาระนุกรม คณะกรรมาธิเกรียนฯ ดังกล่าวนี้ก็ได้จดบันทึกประวัติศาสตร์โลกด้วยความสนุกสนาน ในยุคเริ่มแรกของกิจการดังกล่าวนี้ก็ได้รับการตอบสนองจากประชาชนค่อนข้างดี ในขณะเดียวกันก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางต่อเด็กวัยรุ่นที่ "เป็นนักเพ้อฝันรายวัน" ในอาณาจักรแห่งนี้ในการสนับสนุนคณะกรรมการ การจดบันทึกประวัติศาสตร์เป็นไปอย่างกว้างขวางและมีอาสาสมัครในภารกิจนี้เป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเจ้าครองเมืองเท่าไรนัก

คณะกรรมาธิเกรียนจดบันทึกประวัติศาสตร์โลกได้รับการยกระดับขึ้นเป็น "สำนักงานจดบันทึกประวัติศาสตร์โลก" ในช่วงกลางปี อ.ศ.3 ในช่วงนี้นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้มีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อสำนักงานแห่งนี้ และมีเอกสารหลายฉบับที่เขาเป็นผู้เขียนขึ้นซึ่งมักจะเกี่ยวกับจักรวรรดิเรดซันในอดีตและได้รับความเคลือบแคลงสงสัยจากคนบางกลุ่มในอาณาจักรว่าเขาเป็น "ผู้บริหารเรดซัน" ซึ่งกลับชาติมาเกิด ท่ามกลางการตีตนออกห่างของนายพาร์กอน และความเคลือบแคลงสงสัยในภารกิจหน้าที่ของสำนักงานของนายแบรนดี้ ทำให้สำนักงานฯ เริ่มที่จะถูกสั่นคลอนจากพลเรือนและฝ่ายบริหาร

การชำระประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ : สิ่งที่กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวในการให้ความสนใจกับองค์กรแห่งนี้[แก้ไข]

ในช่วงเดือนกรกฎายน นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้ว่าจ้างนักประวัติศาสตร์ซึ่งจบมาจากสถาบันเดียวกับตนเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ชื่อว่านายงูแดง ในช่วงเดือนกระด๊อกกระดาคม อ.ศ. 3 นับจากนี้นายงูแดงได้มีอิทธิพลต่อบทบาทของนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวในสำนักงานจดบันทึกประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก ในวันที่ 22 ของเดือนกรกฎายน นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้แถลงต่อสภาน้ำชาเพื่อกระตุ้นให้ฝ่ายบริหารและพลเรือนได้รับรู้ว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หกได้มีเหล่าการ์ตูนและมนุษย์ต่างดาวเข้ามาร่วมทำสงครามด้วย ซึ่งเป็นผลจากการกระตุ้นของนายงูแดง นอกจากนี้นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวยังได้ชักชวนบุคคลภายนอกสำนักงานเข้าร่วมการชำระเอกสารประวัติศาสตร์ที่กำลังจะมาถึง ได้แก่นักธุรกิจชาวอูรุกไฮนามเจ็ดฮีแฮ็ก และนายกสมาคมการ์ตูนญี่ฝุ่นแห่งไร้สาระนุกรมนามเทรุ่ม เนื่องจากนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวเห็นว่าเป็นผู้จัดเจนต่อโลก ท่องโลกมามาก

การชำระประวัติศาสตร์เริ่มต้นในเดือนสิงหายน นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวและคณะของเขาได้ปรับแก้ไปหลายส่วน เช่นการเพิ่มเติมเอกสารในส่วนของสงครามโลกครั้งที่หกว่ามีมนุษย์ต่างดาวและการ์ตูนมาร่วมรบกับมนุษย์ โดยผ่านการสำรวจทางประวัติศาสตร์และไตร่ตรองอย่างรอบคอบจากนักประวัติศาสตร์ผู้จัดเจนต่อโลก ท่ามกลางข้าราชการบางคนในคณะบริหารที่เฝ้ามองดูแล้วคาดว่าจะเกิดความยุ่งยากตามมาในไม่ช้า รวมทั้งนายพาร์กอนเองด้วย ฝ่ายบริหารและพลเรือนต่างมองว่าการชำระประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ดูเหมือนเร่งรีบเกินกว่าเหตุ มีการโฆษณาหาอาสาสมัครมากมาย ในสภาน้ำชาเต็มไปด้วยเรื่องเหล่านี้

ในที่สุด คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ดังกล่าวเริ่มแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งที่มีความเห็นไม่ลงรอยกับภารกิจเดิมที่กำลังดำเนินอยู่ได้เห็นว่าเนื้อความที่ได้ทำการจดบันทึก บางตอนดูเหมือนจับแพะชนแกะและไม่ใช่ความจริง ฝ่ายนี้นำโดยนายเทรุ่มซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ สำหรับนายเจ็ดฮีแฮ็กได้วางตัวเป็นกลาง นายเทรุ่มได้แย้งว่า ในเนื้อความหน้า 14 ของเอกสารจดบันทึกทางประวัติศาสตร์ ได้พาดพิงถึงทะเลทับขี้และกล้วยเหม็นจอมซวย ซึ่งไม่มีอยู่จริง หากแต่จากการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแล้ว ควรจะเป็นดราก้อนบ๊องกับนารูโตะมากกว่า นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวซึ่งอยู่อีกฝ่ายก็ยอมถอนเนื้อหาในส่วนนั้นออก และสำรวจข้อมูลทางประวัติศาสตร์ใหม่โดยเป็นหน้าที่ของที่ปรึกษา ด้วยเหตุวุ่นวายนี้ทำให้การจดบันทึกและการสำรวจทางธรรมชาติเป็นไปอย่างล่าช้า อีกทั้งกับความไม่แน่ใจของบทบาทของแต่ละฝ่ายในสงครามดังกล่าวของคณะที่ปรึกษาทำให้เนื้อหาบางตอนมีการเสริมเติมแต่งลงไปอย่างไม่ตรงกับความจริง โดยเฉพาะที่นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวถูกกระตุ้นจากนายงูแดงว่า "ให้เบยเทยเป็นตัวร้ายไปซะ"

นายงูแดงได้มีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากการกระตุ้นให้นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวทำการแก้ไขเนื้อความในบางส่วนใหม่ในช่วง 29 พฤศจิกาคม ถึง 19 ธันวายน โดยลดความสามารถของพวกการ์ตูนลง และไม่ให้พวกการ์ตูนยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์มากนักจนทำให้บุคลากรในคณะกรรมการเกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นโดยเฉพาะนายเทรุ่ม นายเทรุ่มในขณะนี้เริ่มเบื่อหน่ายและจะไม่ยอมตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของฝ่ายนายอาทิตย์หนวดเขี้ยว ในขณะที่พลเรือนบางคนเริ่มเห็นความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการดังกล่าวว่ามีการแต่งเรื่องขึ้นเอง ไม่ได้เป็นไปตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดจากความประสงค์ของ "ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง" และมีเรื่องร้องเรียนไปยังฝ่ายบริหารให้ทำการตรวจสอบ ทำให้นายแบรนดี้ได้ลงมาตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการดังกล่าว แต่ฝ่ายนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวเองก็ได้บอกปัดไปว่า "ความขัดแย้งในเรื่องนี้ได้จบลงแล้ว และเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันชำระเอกสารต่อไป"

จนกระทั่งนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้ถอนตัวออกไปจากคณะกรรมการฯ ชั่วคราว นายงูแดงได้เข้าควบคุมคณะกรรมการอย่างเต็มตัวและดูเหมือนว่าจะยั่วยุให้นายเทรุมไม่พอใจมากยิ่งขึ้น โดยการโจมตีคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ว่า "คณะกรรมการฯ ได้กระทำผิดพลาดเป็นการใหญ่ โดยการเขียนประวัติศาสตร์ผิดทั้งหมด จากการที่มีคณะที่ปรึกษาที่อ่อนหัด" และเห็นว่าเหล่าการ์ตูนดังกล่าวไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ แต่อยู่อีกมิติหนึ่ง เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการนั่งเทียนแต่งเรื่องลงในเอกสาร นายเทรุ่มจึงโจมตีกลับว่า พันธกิจของที่นี่คือการจดบันทึกเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับโลกในมิตินี้ การจดบันทึกเหตุการณ์ในมิติอื่นไม่ใช่พันธกิจขององค์กรนี้ ทำให้นายงูแดงทราบว่าตัวเขาเองเข้าใจพันธกิจอย่างผิดพลาดมาโดยตลอด ต่อจากนี้นายเทรุ่มจะไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขชำระเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งคู่ได้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการดังกล่าวนี้เมื่อปลายเดือนธันวายน และนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวก็ได้ถูกต่อว่าต่อขานจากนายงูแดงเป็นการใหญ่ ที่ไม่สามารถทำให้ภารกิจของเขาสำเร็จลุล่วงได้ คณะกรรมการนี้จึงมีอันต้องสลายไป และเอกสารดังกล่าวก็ยังคงถูกปล่อยให้ปลวกขึ้นจนถึงปัจจุบัน

การแต่งเติมเรื่องจักรวรรดิซาบาท : ภัยสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นต่อสำนักงานจดบันทึกประวัติศาสตร์[แก้ไข]

ในช่วงเดือนตุลายน จนถึงเดือนพฤศจิกาคม ปีอ.ศ. 3 การเข้ามาของ "มาโดนยัน มันจริงจริง" พ่อค้าชาวปอบหยิบราชวงศ์ยูริได้นำความร่ำรวยจากต่างแดนเข้ามายังบร๊ะนครหลวงแห่งนี้ ตัวเขาเองมีความฝักไฝ่ที่จะเพ้อฝันมาช้านาน เนื่องจากในวัยเด็กขาดความอบอุ่นและไม่ค่อยมีอะไรที่ "ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์" ของเขาได้ เขามักจะแต่งเรื่องในจินตนาการอยู่เสมอเพื่อเป็นการทดแทนสิ่งที่โลกแห่งความจริงไม่มีวันตอบสนองให้แก่เขาได้ เมื่อแรกเริ่มที่เขาได้ยินกิตติศัพท์ของสำนักงานแห่งนี้ เขาก็อยากจะสมัครเข้าเป็นอาสาสมัครทำการสำรวจทางประวัติศาสตร์ เพื่อทดแทนความสนุกในวัยเด็กที่เขาไม่ค่อยมีเฉกเช่นคนอื่น แรกเริ่มเขาได้เป็นพ่อค้าผู้นำเข้าสินค้าจากต่างชาติมากมาย ในขณะเดียวกันก็สามารถเข้านอกออกในได้อย่างสะดวก ทำให้เขาชำนาญภูมิประเทศและอยากจะลองลงมือสำรวจทั่วโลกดู เขาได้เข้าเป็นที่ปรึกษาของเสนาบดีแห่งเอริเชี่ยนเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกาคม เพื่อทำการสำรวจดินแดนบริเวณปอบหยิบราชวงศ์ยูริ เพื่อรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์

เขาได้รับคำสั่งให้ไปสำรวจดินแดนปอบหยิบเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกาคม ที่นั่นทำให้เขาได้ปลุกพลังจากจิตใต้สำนึกมากมาย ตั้งแต่เรื่องเพ้อฝันและเรื่องผจญภัย... (ยังแต่งไม่จบ)

ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวกับนายพาร์กอน[แก้ไข]

ในช่วงปลายปี อ.ศ. 3 นายพาร์กอน เริ่มแสดงตนในการตีตนออกห่างโดยการโจมตีนายอาทิตย์หนวดเขี้ยว ว่าในเอกสารที่เขาและคณะเขียนขึ้นนั้นมีหลายส่วนมีลักษณะบิดเบือนและเป็นโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมทั้งจับภรรยาของเขาเป็นตัวประกันและสั่งให้แก้ไขเอกสารดังกล่าวทั้งหมด ในบางครั้งถ้าผลการแก้ไขเป็นที่ไม่สบอารมณ์ของนายพาร์กอนและคณะ นายพาร์กอนก็ลงไปแก้ไขเนื้อความด้วยตนเองตลอดโดยใส่เนื้อความที่เขาเองอ้างว่า "ถูกต้องตามสุขอนามัยตามรัฐธรรมนูญ" ลงไป ในขณะเดียวกันนายพาร์กอนก็ได้ใช้โฆษณาชวนเชื่อต่อประชาชน และกล่าวหาว่านายอาทิตย์หนวดเขียวกระทำผิดรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักร แต่อย่างไรก็ตาม คณะของนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวก็ได้กล่าวโจมตีนายพาร์กอนว่าทำตัวเป็นศัตรูกับจักรวรรดิเรดซัน และโครงการปลุกเรดซันในอาณาจักรไร้สาระนุกรม(Resurrection of Redsun) และต้องการดิสเครดิต นายอาทิตย์หนวดเขียวเองก็ได้เขียนจดหมายส่วนตัวถึงนายพาร์กอนในวันที่ 11 ตุลายน อ.ศ. 3 ว่า

Cquote1.png ผมเห็นการกระทำของคุณ แล้วผมรู้สึกคับแค้นขึ้นมาจับใจ ผมอยากจะทราบว่าคุณขัดผลประโยชน์อันใดกับจักรวรรดิเรดซัน จนต้องออกมาให้ร้าย ดิสเครดิตจักรวรรดิเยลโล่ซันอย่างนี้ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าคุณคิดจะต่อต้านจักรวรรดิเรดซัน คุณไม่ควรจะมาใช้วิธีเหมือน...ลอบกัด ควรจะมาวัดด้วยกำลังของชายฉกรรจ์ที่เราทั้งคู่มีอยู่ในมือกันดีกว่า จงนัดที่นัดหมายในการวัดกำลังของเราทั้งคู่ให้เรียบร้อย แล้วผมจะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ ผมเชื่อว่าคนที่บั่นทอนโครงการเหล่านี้ คือศัตรูของผม Cquote2.png

คำพูดดังกล่าวนี้ทำให้นายพาร์กอนอกสั่นขวัญแขวนเป็นอย่างมากเนื่องจากเขาเองเป็นคนที่ไม่สู้คน จึงนำเรื่องไปฟ้องต่อนายแบรนดี้โดยการเขียนจดหมายไปหา แต่โชคร้ายที่นายแบรนดี้ไม่ได้รับ อีก 2-3 วันให้หลังจึงเขียนจดหมายไปถึงนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวโดยอ้างว่าตนเองไม่มีการขัดผลประโยชน์กับโครงการเรดซัน ว่าดังนี้

Cquote1.png ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องไปดิสเครดิตโครงการจักรวรรดิเรดซันในบร๊ะราชอาราจักรแห่งนี้ ส่วนตัวนั้นไม่มีการขัดผลประโยชน์กับการดำเนินโครงการดังกล่าวในอาณาจักรแห่งนี้อยู่แล้ว การที่ผมได้ทักท้วงไปนั้นเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจดบันทึกข้อเท็จจริงทางธรรมชาติเท่านั้น Cquote2.png

ส่วนตัวแล้วนายพาร์กอนไม่ทราบมาก่อนว่าโครงการเรดซันดังกล่าวกำลังดำเนินอยู่ และก่อนที่นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวจะแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อนายพาร์กอนอย่างชัดเจนนี้ ได้มีสิ่งบอกเหตุหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการที่นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้เข้าไปแสดงอาการรุนแรงกับคณะกรรมการติดป้ายแห่งไร้สาระนุกรม ทำให้นายพาร์กอนเห็นว่า นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวเป็น "อันธพาลที่มีการศึกษา"

หลังจากที่นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้รับจดหมายส่วนตัวที่นายพาร์กอนส่งไปถึง นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวจึงได้สงบท่าทีลงเป็นเวลาหลายเดือนพื่อทบทวนว่าสิ่งต่างๆ นั้นผิดรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน นายพาร์กอนและคณะพยายามใช้การยั่วยุฝ่ายของนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวให้มีอารมณ์เผ็ดร้อนมากขึ้น โดยการพยายามแก้ไขบางส่วนในเอกสารที่ถูกเขียนขึ้นโดยนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวและคณะ จนกระทั่งนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวและคณะที่ถูกนายพาร์กอนยั่วยุจนอารมณ์เสีย จึงนำเรื่องขึ้นร้องเรียนต่อสภาน้ำชาซึ่งกลายเป็นความปั่นป่วนในสำนักงานจดบันทึกประวัติศาสตร์โลกอย่างยิ่งยวดในวันที่ 7 ธันวายน ปี อ.ศ. 3 บุคลากรที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างถอยห่างออกจากความขัดแย้ง และทำให้ประชาชนในอาณาจักรแห่งนี้ รวมทั้งเจ้าครองเมืองอีก 4 คนตื่นตัวในเรื่องนี้ในที่สุด

หลังจากที่นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวนำเรื่องขึ้นร้องเรียนต่อสภาน้ำชา เป็นการโจมตีระบบบริหารราชเกรียนแผ่นดินทั้งระบบว่าเป็นแบบเจ้าขุนมูลนาย "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" หลังจากความเบื่อหน่ายของนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวเกี่ยวกับอุปสรรคในการการจดบึนทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ขยายวงกว้างและทำให้ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างนายอาทิตย์หนวดเขียวกับนายพาร์กอนกลายเป็นเรื่องระดับประเทศ ในเรื่องร้องเรียนนี้มีสาระสำคัญว่า ตัวนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวเองเบื่อหน่ายจากการทำหน้าที่ที่ต้องถูกขัดแข้งขัดขาของ "มาเฟีย" โดยอ้างเรื่องต่างๆ เพื่อให้การ บิดเบือนประวัติศาสตร์ และการดิสเครดิตโครงการเรดซันในบร๊ะราชอาณาจักรแห่งนี้มีความชอบธรรม เขาเชื่อว่าในอาณาจักรแห่งนี้มีคนที่เป็นอริกับ "เรดซัน" มาช้านานแล้ว แต่หาช่วงที่โครงการเรดซันดังกล่าวกำลังเฟื่องฟู ซึ่งนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวเองก็เป็นกรรมาธิการของโครงการดังกล่าว นายพาร์กอนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการหักหน้าตนโดยตรง จึงเดินหน้าเข้าสู่สภาน้ำชาพร้อมกับนายอาทิตย์หนวดเขี้ยว

นายพาร์กอนได้โต้กลับนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวว่าเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไม่มีมูลความจริง บร๊ะราชอาณาจักรแห่งนี้เปิดกว้างสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทุกสายอาชีพ ไม่มีการเลือกที่รักฟักที่ชัง และยังได้โจมตีนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวกลับว่า "นายอาทิตย์หนวดเขี้ยวไม่ทราบรัฐธรรมนูญของอาณาจักรนี้อย่างถ่องแท้ เมื่อถูกขัดแข้งขัดขาไม่ให้ทำสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญจึงออกมาโวยวายด้วยหวังว่าฝ่ายบริหารจะยอมอ่อนใจ" และนายเทรุ่มซึ่งเป็นนายกสมาคมการ์ตูนญี่ฝุ่นได้พยายามให้แง่คิดต่อนายอาทิตย์หนวดเขี้ยว นายมะม่วงซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่จบจากสถาบันเดียวกับนายอาทิตย์หนวดเขี้ยว ได้กล่าวโจมตีด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนจนบรรยากาศในสภาร้อนระอุ และวิจารณ์ระบบการศึกษาในอาณาจักรไร้สาระนุกรม นายคิ้วเย็น ซึ่งเป็นกรรมาธิการในโครงการเยลโล่ซันแห่งอาณาจักรไร้สาระนุกรม(Uncyclopedian Yellowsun) ได้สานต่อประเด็นของนายมะม่วงต่อ ทำให้ประเด็นในสภาได้ออกทะเลชั่วขณะ ซึ่งในการนี้ นายแบรนด์ดี้ก็ได้ร่วมวงด้วย

จนกระทั่งนายอาทิตย์หนวดเขี้ยวได้ทำการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ระหว่างที่ประเด็นดังกล่าวกำลังออกทะเล จึงได้ทำการถอนตัวออกจากการประชุม ส่วนสมาชิกสภาคนอื่นก็ได้อภิปรายด้วยประเด็นใหม่จนกระทั่งน้ำลายท่วมสภา ซึ่งในช่วงนั้นก็ได้มีการโต้เถียงระหว่างนายเทรุ่ม และนายแบรนดี้เล็กน้อย นายเทรุ่มได้จับผิดนายแบรนดี้ว่าพูดไม่ชัด นายแบรนดี้จึงสวนกลับไปว่าคุยเรื่องอื่นไม่ได้หรือ? นายเทรุ่มหลังจากที่ถูกโต้กลับไป จึงแสดงอาการอ่อนน้อม และกล่าวเชิงขอโทษที่ "บังอาจไปวิจารณ์ท่านผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยตบเกรียน" ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้สมัยการประชุมสภาน้ำชายืดเยื้อออกไปหลายสัปดาห์

แผนผังและการบริหารของอาณาจักร[แก้ไข]

อาณาจักรไร้สาระนุกรมมีประตูเมืองอยู่ทางทิศตะวันออก เนื่องจากเป็นบร๊ะประสงค์ของท่านเจ้ามูลเมืองก่อนบร๊ะองค์สะหวันคด ต้องการทิศตะวันออกเป็นทิศรับแต่ข้าศึกเหล่าพันธมิตรที่จะมาจงรักภักดีต่อตัวบร๊ะองค์และอาณาจักร และท่านยังดำรัสไว้อีกว่าเป็นการเปิดรับแสงอาทิตย์ยามอรุณอีกด้วย และอาณาจักรยังรายล้อมด้วย 7 เมืองเล็กตามทิศต่างๆ ซึ่งมาจากบร๊ะดำรัสการขยายอาณาจักรของท่านเจ้าเมือง และนัยหนึ่งยังไว้กันข้าศึกที่จะเข้ามาโจมตีอีกด้วย เมืองทั้งเจ็ดมีชื่อดังนี้

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล