อาหาร

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ในบางวัฒนธรรมมีความพยายามเชื่อมโยงอาหารในเข้ากับพลังงานลึกลับ ดังปลาทูในรูปที่จัดวางในลักษณะหยิน-หยาง

อาหารเป็นสสารที่มีความอันตรายมากที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยรู้จัก ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นพิษเท่านั้น แต่ยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย เนื่องจากมีหลักฐานว่าพบอาหารในและอนุพันธ์ของมันในเนื้องอกของผู้ป่วยเป็นมะเร็งทุกราย ช่างโชคร้ายว่า การหลีกเลี่ยงอาหารเป็นไปได้ยากมาก และยังพบว่าอาหารเป็นสารเสพติดร้ายแรง ซึ่งมนุษย์ต้องกินมันแทบทุกวัน วิธีการรักษาที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในปัจจุบันประสบความล้มเหลวในการยอมรับสิ่งนี้ว่าเป็นภัยต่อสาธารณชน และยังได้สนับสนุนการบริโภคอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรักษาแบบทางเลือกคือการตระหนักถึงความอันตรายของอาหาร ซึ่งแพทย์ที่ทำการรักษาด้วยวิธีนี้จะไม่อนุญาตให้คนไข้กินอาหารเป็นอันขาด เนื่องจากว่าอาหารมีอยู่ทุกหนแห่ง ผู้คนมักจะสูญเสียกำลังใจที่รักษาแบบทางเลือก จนกลับไปหาวิธีการดั้งเดิมซึ่งไร้ประสิทธิภาพ และอยู่บนพื้นฐานของการชำแหละ, เปิดตำรา, ผ่า, ชำแหละ, เปิดตำรา, ลืมกรรไกรไว้ในท้อง ฯลฯ

การได้กินอาหาร ถือว่าเป็นความสุขที่ร่างกายแสดงออกโดยกระทำไปตามกรรมพันธุ์ (ทั้งตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ) โดยระดับความสุขเป็นรองจากการเสพเมถุน

บางครั้งแม้มนุษย์บางคนไม่ได้มีอาการอยากอาหาร แต่ก็มีคนเอามาให้ถึงปาก เช่น ลาบเลือด หรือลูกตะกั่ว หรือส้นเท้า

หรือในกรณีพิเศษ มนุษย์ ยังรับอาหารแปลกประหลาดในรูปต่างๆ ซึ่งไม่น่าจะเป็นอาหารแบบคนปกติกินกันได้ เช่น ไม้ กระดาษ เหล็ก พลาสติก น้ำมันเครื่อง หรือ นมข้นหวาน ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์ สามารถกินอะไรก็ได้ที่ต้องการ ไม่เว้นแม้แต่เครื่องบินเซสน่า(เครื่องบินขนาดเล็ก)

การรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับอาหาร[แก้ไข]

เมื่อหยุดบริโภคอาหาร อาการต่างที่เกี่ยวข้องกับมันมักจะหายไปภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ แต่อาจพบว่าใช้เวลามากกว่านี้ได้ การกำจัดอาหารออกไปถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นตัว หากผู้ป่วยไม่สามารถละทิ้งการบริโภคอาหารได้ อาการป่วยจะกลับมาอีกครั้ง พวกเขามักไปได้ดีกับการอดอาหาร แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเขากลับมากินอีกครั้ง โรคมะเร็ง, เบาหวาน, ไส้ติ่งเป็นพิษ จะกลับมาปรากฏ ผู้ป่วยหลายรายเสียชีวิตหลังจากกลับมากินอาหาร[1]

อย่างนี้เรียกว่ากินส้นเท้า
นี่ก็กินส้นเท้า

ตัวอย่างอาหารของบุคคลทั่วไป[แก้ไข]

  • ก๋วยเตี๋ยว
  • ข้างแกง ตามร้านค้า
  • ขนมปัง
  • ราดหน้า
  • นมข้นหวาน ส่วนมากจะโดนบังคับ แต่ก็มีบ้างที่เต็มใจ
  • สลัดผัก
  • จำพวกเนื้อปรุงสุก
  • ลูกกระสุน
  • ส้นเท้า
  • เหล้า ราคาถูก จนถึงราคาปานกลาง
อีกสักรูปน่า
ส่วนนี่กำลังจะกินนมข้นหวาน

ตัวอย่างอาหารของคนรวย มีอันจะกิน[แก้ไข]

  • สเต็ค
  • พิซซ่า
  • เนื้อติดมัน
  • ปลามูลค่าสูง อย่าง โอโทโร (เนื้อปลาทูน่าพันธุ์หางเหลืองชนิดติดมัน เนื้อท้องส่วนหลังหัว ซึ่งมีไขมันอยู่มาก)
  • หูฉลาม
  • รังนก
  • เป๋าฮื้อ
  • กุ้งตัวใหญ่ เช่น กุ้งมังกร หรือ กุ้งก้ามกราม หรือ กุ้งกุลาดำ ราคาวัตถุดิบ กิโลละ มากกว่า 350
  • ลูกกระสุน (ในอัตราจำนวน และคุณภาพ ที่มากกว่าคนทั่วไป)
  • ส้นเท้า (ในอัตราจำนวนที่มากกว่าคนทั่วไป แปรผันตามระดับการศึกษา)
  • เหล้า ราคาปานกลางถึงราคาแพง
  • เนื้อสุดแสนพิศดารที่คนทั่วไปไม่กล้ากินนัก
    • เนื้อเต่า
    • เนื้องู
    • ตะพาบน้ำ
    • หรืออะไรก็ตามที่คนทั่วไปเขาไม่กินกัน และไม่มีปัญญาหามากิน

ตัวอย่างอาหารของคนที่ไม่มีจะกิน[แก้ไข]

  • มาม่า
  • แมลง
  • ขยะ
  • อาหารหมดอายุ
  • อาหารที่มีคนบริจาคให้ จำพวกอาหารเหลือกินจากร้านอาหาร

ตัวอย่างอาหารพิศดารที่คนทั่วไปแม้จะกล้าก็ไม่มีทางกินได้[แก้ไข]

  • ใบมีดโกน
  • แก้ว
  • ไม้ (เข้าใจว่าเป็นปลวกที่มีบุญ มาเกิดใหม่)
  • เหล็ก
  • พลาสติก
  • น้ำมันเครื่อง
  • เครื่องบินเซสน่า (ข่าวว่าใช้เวลา3เดือนในการเขมือบทั้งลำ)
  • เอเลี่ยน
  • ยูเอฟโอ
  • ไฟฟ้า
  • หิน
  • ดาวเคราะห์ทั้งดวง (คาดว่าใช่เวลา 2000 ล้านปีในการกินทั้งโลก)
  • กาแล็คซี่
  • ระเบิด
  • ดันมาคุ
  • สสาร (รวมถึง Antimatter ด้วย)
  • ประเทศ

ข้อแก้ต่างสำหรับผู้ผลิตอาหาร[แก้ไข]

แทนที่จะพร่ำบอกทุกวันว่าต้องผลิตอาหารมากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อประชากร ทำไมไม่แบ่งผลผลิตส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ยากไร้แบบให้เปล่าบ้างหละ รับรองว่า จะมีคนตกยากท้องว่าง น้อยลงอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องผลิตมากขึ้น และทำร้ายผืนดินโดยการเร่งผลผลิตให้ดินเสื่อมเร็ว

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่การแบ่งสรร การกระจายผลผลิต และรายได้ของประชาชนต่างหาก

ส่วนเพิ่มเติมของการกินลูกกระสุน[แก้ไข]

  • รัสเซียนรูเล็ต จัดเป็นวัฒนธรรม/การละเล่น ที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งยวด ที่ผสมผสานการกินกับการเล่นได้อย่างลงตัว
  • ไข้โป้ง อาการสำหรับคนที่ไม่ได้คิดอยากจะกินแม้แต่น้อย แต่ก็มีคนประเคนให้ถึงที่

ความไม่พอใจเล็กๆของคุณลูกค้า[แก้ไข]

ทำไมหนอ??

  • ในห้างใหญ่ๆหรูๆ เนื้อไก่ กิโลละ เฉียดร้อย
  • ในห้างธรรมดา โลละ60
  • ห้างโกดังของถูก (warehouse mall จำพวก แมคโคร โลตัส บิ๊กซี และแม้แต่ฟู้ดมาร์เก็ต) โลละ40
  • ในตลาดสด ก็ราวๆ40

จะบอกว่ามันต่างที่คุณภาพก็ไม่เถียง เพราะถูกต้องแล้ว แต่เราจ่ายเกินจำเป็นไหม

ไก่โลละเฉียดร้อย ไม่ทำให้คนเราบินได้ ไก่ตลาดสด หรือห้างของถูก มันก็ทำให้คนเรากินอิ่มเหมือนกัน

ผัก VS เนื้อ[แก้ไข]

ผัก ให้วิตามินและเกลือแร่ในบางชนิด ที่เนื้อสัตว์ไม่มี

เนื้อ ให้โปรตีนสูง และไขมัน ในแบบที่ผัก ให้ได้ไม่เท่า (เว้นแต่ถั่วซึ่งให้ได้มากเหมือนเนื้อ)

ผัก ปลูกเป็นเดือน ไม่กี่เดือนก็เก็บเกี่ยวมาขาย ราคาไม่แพง ขึ้นกับชนิด และกลไลตลาด

เนื้อ ใช้เวลาหลายปี กว่าจะเข้าโรงเชือด กลายเป็นก้อนเนื้อตรงหน้าคุณ และใช้ (กิน) พืชผักในการขุน ในอัตราที่ 7ต่อ1 (พืชผล7หน่วย ต่อเนื้อสัตว์1หน่วย)

การเลือกกินแต่เนื้อ ทำใหุ้คุณขาดแร่ธาตุและ ใยอาหาร ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบภายในร่างกายของคุณ

ทั้งผักและเนื้อ จะไม่น่ากินถ้าปรุงไม่เป็น (ฝึกฝนทักษะการทำอาหารกันบ้างนะ ถ้าไม่อยากทำครัว หรืออาหารไหม้ หรือทำออกมาแต่กินไม่ได้)

คำกล่าว สำหรับอาหารแต่ละมื้อ[แก้ไข]

  • ตอนเช้า จงกินอย่างราชา ------------- อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด แต่คนเรามักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป
  • ตอนกลางวัน จงกินอย่างเศรษฐี ------ อาหารเที่ยงเป็นตัวเติมเต็มพลังงานที่หดหายไป กับการทำงาน
  • ตอนกลางคืน จงกินอย่างสามัญชน --- อาหารเย็น แค่ทำให้เราอิ่ม มีพลังงานพอทดแทน การทำงานตอนบ่าย ในขณะที่ตอนกลางคืนคุณไม่ได้ทำงาน แต่นอนหลับสงวนพลังงานเอาไว้

อย่างไรก็ตาม หากแม้จะ ขัดวิถีชีวิตไปบ้าง ยังไงก็พยายามหามากินให้ครบทุกมื้อหละ จะได้มีชีวิตที่สดชื่น พร้อมกับการทำงานอันน่าเบื่อหน่่ายต่อไป

ส่งท้าย[แก้ไข]

กินแต่เนื้อไม่กินผัก ระหว่างโรคร้ายถามหา ร่างกายอ้วนพี แต่ไม่มีสุขภาพที่แข็งแรง กินแต่ผัก ให้ระวังร่างกายผ่ายผอม

(สำหรับคนกินแต่เนื้อ โดยเฉพาะเด็กๆ) กินผักแล้ว ไม่ตาย หัดกินซะบ้าง ถ่ายหนักไม่ออก หรือป่วยเป็นโรคขึ้นมา อย่ามาโทษกัน

(สำหรับคนกินแต่ผัก สำหรับเด็กบางคน) กินเนื้อแล้ว ไม่ตาย เว้นแต่คุณจะอยากเป็นมังสวิรัติ

กินมาก แล้วจะอ้วน (อย่ามาโทษว่า ไม่มีฉลากสารอาหารติดไว้ ทั้งๆที่คุณก็ยังยัดทุกอย่างเข้าปาก แล้วก็อ้วน) (เป็นประโยคที่ เกือบจะเกี่ยวข้องกับ กฎหมาย)

กินน้อย ร่างกายไม่แข็งแรง ขาดสารอาหาร (นิยมกันจังวิธีนี้ สำหรับคนที่พูดว่า จะไดเอ็ท... กินน้อยลง แต่ก็ไม่ออกกำลังกาย นั่งแผละที่เดิม)

หากไม่มีจะกิน พยายามทุกหนทางให้ได้อะไรมากิน

หากกินทิ้งกินขว้าง ขอให้อนาคต ไม่มีจะกิน

ข้อคิด[แก้ไข]

แค่อ่านหัวข้อ อาหารของคน3ประเภท ก็น่าจะให้ข้อคิดอะไรได้บ้างแล้วหละ ถ้าคุณไม่ฉลาดน้อย ก็น่าจะคิดได้

ปัจจุบันประเทศเทยยังไม่นิยมระบบ food shelter หรือ ระบบแบ่งปันอาหารแก่ผู้ทุกข์ยาก (พวกตกงานเวลานาน หรือ ไร้ที่อยู่)

เคยคิดบ้างไหม ว่ามื้อหนึ่งๆ ที่คุณซื้อ หรือหามากิน เทียบกับคนที่ไม่มีจะกินแล้ว คุณโชคดีขนาดไหน บางคนได้กิน มื้อละหลักร้อย หลักพัน ขณะที่ บางคนมื้อละแค่20 และยิ่งกว่านั้นคือ ไม่มีอะไรจะกิน

กระนั้นก็ตาม คนบางคนก็ยังกินเหลือ กินทิ้งกินขว้าง

  1. ^ อาจจะอีกหลายสิบปีต่อมา