เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Mussolini.jpg
Mussolini.jpg
แถลงเกรียน

หน้านี้ได้ทำการล้อเลียนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
เราจึงขอไว้อาลัยให้กับท่าน เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี ด้วย
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!
เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี
เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี


นายีรัฐมนตร๊กแห่งจักรวรรดิอิตาขี้ คนที่แรก
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
ไม่ระบุอย่างชัดเจน
สมัยถัดไป ปีเอโตร บาโดลโย่

ออกมาดูโลก พ.ศ. 2426
แคว้นเอมีเลีย-โรมันยา ประเทศอิตาขี้
ลาโลก พ.ศ.2488
ข้อมูลปกปิด
สังกัดพรรค พรรคฟาสฟู้ดส์อิตาขี้
สมรสกับ ข้อมูลปกปิด
ศาสนา ศาสนาฟาสฟู้ดส์
เบนิตุ๊ด มุดโสเภณีอดีตผู้นำลัทธิฟาสต์ฟู้ด

เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี เป็นหัวหน้าพรรคฟาสฟู้ดส์เป็นผู้ที่ทำการปฏิวัติประเทศอิตาขี้ไปสู่ความเป็นฟาสฟู้ดส์ ทำให้ราชวงศ์โพเมอร์ราเนียถึงกับล่มสลาย หรือแม้กระทั่งไมเคิลแจ็คซัน มุดโสเภณีก็ยังทำให้ไมเคิลล่มสลายได้เช่นกัน) เป็นเผด็จเกรียนฟาสฟู้ดส์ของอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี ตั้งชื่อตามชนิดของปลาทูน่าญี่ปุ่น โดยคำว่าเบนิ เขาเกิดที่ประเทศอิตาขี้ใน 74 ของวันอังคารและเสียชีวิตในศตวรรษที่ 20 ของการกินพิซซ่าแล้วหายใจไม่ออกในขณะที่ห้อยจากโคมไฟหลังซึ่งได้นำมาประกอบกับสาเหตุธรรมชาติ เบนิตุ๊ดถือเป็นหนึ่งของจิตใจเจ้าหญิงน้อยคนใดคนหนึ่งชั่วร้ายมากที่สุดอยู่ด้านเบื่องหลังการเสียชีวิตของมหาตมะคานธี พวกที่ลอบสังหารท่านคานธี

ประวัติ[แก้ไข]

เบนีโต๊ะ อามิลกาเรส อานเดรอาโด มุสโสเภณี (Benito Amilcared Andreado Mussopene) เรียกชื่อโดยทั่วไปว่า "อิลดูเช" (Il Duce) แปลว่า "ท่านผู้นำเผด็จเกรียน" เป็นจอมเผด็จเกรียนและนายกรัฐมนตรีของประเทศอิตาขี้ (พ.ศ. 2465 – พ.ศ. 2486) เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 ในครอบครัวที่ร่ำรวยที่เมืองโดวีอาดีเปรดัปปีโอ (Dovia di Predappio) ในจังหวัดฟอร์ลิ แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ตอนเบนิตุ๊ด มุดโสเภณียังเด็กเขาเคยสร้างกองทัพทเห่อเด็กมาแล้วเขาได้เป็นสาเหตุของสงครามเด็กข้างบ้านในที่สุด เบนิตุ๊ดได้เข้าโรงเรียนเมื่ออายุเจ็ดขวบเบนิตุ๊ดเรียนเก่งพอๆกับฮิตเลอร์ มุสโสเภณีมักชอบเรียนวิชาทำอาหารฟาสต์ฟู้ดมากแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากบิดาจึงต้องข่มใจไป เมื่อโตขึ้นมุสโสเภณีได้กลายเป็นนักสังคมนิยมยุวชนที่หลักแหลมและมีอันตรายมากๆ แต่ต่อมาต้องลาออกจากพรรคสังคมนิยมอิตาลีเนื่องจากสนับสนุนการเข้าแทรกแซงสงครามโลกครั้งที่สี่ มุสโสเภณีก็เลยไปเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่กรุงโครมช่วงแรกๆร้านของเบนิตุ๊ดเป็นร้านที่เล็กมากมุสโสเภณีตอนนั้นยังทำอาหารไม่เก่งด้วยคนเข้าก็เลยเข้าร้านน้อยต่อมามุสโสเภณีก็เกิดอาการเครียดทันที และรู้ตัวว่าต้องวางแผนร้ายกาจโดย ใช้กองทัพทเห่อไปสืบค้นข้อมูลการทำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ดี เมื่อเบนิตุ๊ดศึกษาหลักของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดก็บรรลุตำราฟาสต์ฟู้ดในที่สุด และเขาได้เผาร้านฟาสต์ฟู้ดใหญ่ๆกรุงโครมมุสโสเภณีถูกตำกวดจับกุมโทษฐานเผาร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดของคนอื่น มุสโสเภณีได้แก้ตัวว่าเขาไม่ผิดแต่แก๊สโซฮอล์ผิด ตำกวดจึงปล่อยเบนิตุ๊ดออกจากคุก มุสโสเภณีเมื่ออกจากคุกก็กลับมาเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดต่อและศึกษาตำราฟาสต์ฟู้ดอย่างต่อเนื่องเช่นเคย ศึกษาจนเบนิตุ๊ดได้ก่อตั้งลัทธิฟาสต์ฟู้ดขึ้นมาในที่สุดและก็ได้มีคนมาร้านอาหารฟาสฟู้ดของเขาอย่างต่อเนื่องเพราะเลื่อมใสในลัทธิฟาสต์ฟู้ด จนกระทั่งวันหนึ่งอเด้า ซิสเลอร์ได้สร้างอาณาจักรนาซันเยอรมีขึ้นมุสโสเภณีก็อิจฉาตาร้อน จึงได้ทุบร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสร้างร้านอาหารฟาสซิสต์ขึ้นมาแทน เขาได้เริ่มทำการปฎิวัติอิตาขี้ขึ้นและบีบคั้นราชวงศ์วองโกเล่ให้สละราชบัลลังก์มุสโสเภณีได้เกณฑ์ชาวบ้านที่สนับสนุนลัทธิฟาสซิสต์ได้ช่วยเบนิตุ๊ดต่อสู้กับราชวงศ์โพเมอร์ราเนีย จนได้ชัยชนะมุสโสเภณีได้รับคัดเลือกเป็นประธานาธิบดีแห่งอิตาขี้ในที่สุด

คำปราศรัยมุดโสเภณี[แก้ไข]

เบนิตุ๊ดกล่าวคำปราศรัย
Cquote1.png เมื่อข้าพเจ้าได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของอิตาขี้แล้วของให้พวกท่านล้มเลิกลัทธิฟาสต์ฟู้ดซะเพราะมันล้าหลัง ให้ใช้ลัทธิฟาสซิสต์เพราะว่ามันแนวกว่า Cquote2.png
เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี ซีนหนึ่ง
Cquote1.png แต่โบราณชาวอิตาขี้เราสีบเชื้อสายมาจากชาวโรมังงะอันยิ่งใหญ่แต่กลับถูกจักรวรรดิยูริตีย่อยยับกว่าจะมีเอกราชเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเราทุกคนต้องสร้างอิตาขี้ให้แข็งแกร่งโดยยึดหลักฟาสซิสต์เราต้องประกาศให้โลกรู้ว่าเราไม่อ่อนแอ เราต้องช่วยกันสร้างอิตาขี้ให้เป็นปึกแผ่นสร้างอาณาเขตอิตาขี้ให้กว้างขวางท่านพร้อมจะสู้รึยัง! Cquote2.png
เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี ซีนสอง
Cquote1.png ขอให้ทุกท่านสวมชุดสีดำเพื่อถึงชัยชนะเหนือโพเมอร์ราเนีย และขอให้ลัทธิฟาสซิสต์จงสถิตในใจของชาวอิตาขี้ทุกคน Cquote2.png
เบนิตุ๊ด มุดโสเภณี ซีนสุดท้าย

มุดโสเภณีแสดงอิทธิฤทธิ์[แก้ไข]

เบนิตุ๊ด มุดโสเภณีขอพรจากบร๊ะเจ้าทำให้ปล่อยแสงเลเซอร์ได้

เมื่อหลังจากราชวงศ์วงโกเล่ออกไปแล้ว เศรษฐกิจอิตาขี้ตกต่ำลงมากถึงขนาดไม่มีเตาแก๊ส ไฟแช็ค ใช้หรือแม้กระทั่งไม้ขีดไฟก็เริ่มขาดแคลน ประชาชนไม่สามารถกินอาหารที่ใช้ไฟได้ เบนิตุ๊ด มุดโสเภณีเลยสงสารประชาชนตาดำๆ เลยขอพรจากบร๊ะเจ้า บร๊ะเห็นเลยสงสารมุดโสเภณี (ต่างฝ่ายต่างสงสารกัน)เลยประทานอิทธิฤทธิ์ให้แสงเลเซอร์ออกทางตาได้ เมื่อประชาชนคนใดอยากทำอาหารโดยแก๊สก็มาที่เบนิตุ๊ด มุดโสเภณีได้เพราะเขาใช้แสงจากตา ทำให้อาหารที่ถูกแสงเลเซอร์สุกได้ในชั่วพริบตาประชาชนเลยเลื่อมใสเบนิตุ๊ดมากขึ้นกันใหญ่ (ดีแล้วช่วยประหยัดพลังงาน)

หลังจากแสดงอิทธิฤทธิ์[แก้ไข]

มุดโสเภณีหมดอิทธิฤทธิ์เนื่องจากเป็นโรคตากุ้งยิงต้องเข้ารักษาโดยด่วน ทำให้อิตาขี้ต้องใช้เตาแก๊สโฮมช็อปปิ้งแทน

มุดโสเภณี&ซิสเลอร์[แก้ไข]

เบนิตุ๊ด มุดโสเภณีแอบชอบอเด้า ซิสเลอร์มากๆ
มุดโสเภณีชวนฮิตเลอร์ไปบ่อนคาสิโนและไปกินข้าวอีกด้วย

มุดโสเภณีแอบชอบอเด้า ซิสเลอร์ตอนเบนิตุ๊ดไปเที่ยวยันละเมอกลับมา ซิสเลอร์ได้ชวนเบนิตุ๊ดไปกินข้าวที่ยันละเมอหลายครั้ง บางครั้งก็พาไปกินเนื้อโคขุนโพนยางคำของยันละเมอแท้ๆอีกด้วย ทำให้มุดโสเภณีซาบซึ้งในน้ำใจของซิสเลอร์ จึงซื้อดิลโดฉบับของเล่นมากฝาก และชวนซิสเลอร์มากินข้าวที่อิตาขี้เช่นกัน บางครั้งก็พาไปกินอาหารอิตาเลี่ยน (ทั้งไขมันทั้งเลี่ยนโคตรๆ)ต่างฝ่ายต่างรักใคร่กันทำให้อิตาขี้และนาซันเยอรมีเข้ากันได้ดี


โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล