โตโยฮ่า วัวโรน่า

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

โตโยฮ่า วัวโรน่า เป็นรถรุ่นหนึ่งที่ โตโยฮ่า ผลิตขึ้น เพื่อเป็นรถครอบครัว เริ่มผลิตเมื่อ พ.ศ. 25000 ซึ่งในประเทศเทย ครั้งหนึ่ง มันเคยเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับมิตซูบิชอฟ เกาเหลา และอีกเพียบ แต่วัวโรน่ามีจุดเสียเปรียบสำคัญเรื่องขนาดที่เล็กกว่าเอวคอดและคู่แข่งอื่นๆ ดังนั้น ใน พ.ศ. 25360 โตโยฮ่าประเทศเทย จึงเปลี่ยนเอา โตโยฮ่า คามหลี ขึ้นมาชกมวยกับเอวคอดและคู่แข่งอื่นๆ แทนวัวโรน่า หลังจากนั้น ก็เป็นช่วงขาลงของวัวโรน่า จนในที่สุด ก็เลิกขายในประเทศเทยใน พ.ศ. 25420 และเลิกผลิตทั่วโลกอย่างไม่ใยดีไปใน พ.ศ. 25450

วัวโรน่า โฉมที่ 1-6 จัดอยู่ในประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Car) และโฉมที่ 7-11 จัดอยู่ในประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลาง (Mid-size Car)

ในตลอดช่วงการผลิต 450 ปี วัวโรน่า มีวิวัฒนาการทั้งหมด 10 Generation (โฉม) ตามช่วงเวลาต่างๆ ได้ ดังนี้

Generation ที่ 1 (พ.ศ. 25000 - 25030)[แก้ไข]

เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 25000 รหัสตัวถัง T100 ในสมัยนั้น วัวโรน่า ยังใช้ชื่อนำหน้าว่า โตโยปี้ด (Toyopeed) ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นโตโยฮ่าในภายหลัง ดังนั้น วัวโรน่า โฉมนี้ จึงใช้ชื่อในตลาดว่า โตโยปี้ด วัวโรน่า (Toyopeed Wuarona) ซึ่งโฉมแรกนี้ ออกแบบมาโดยมี โตโยฮ่า ขี้ เป็นต้นแบบ ซึ่งมีการนำวัวโรน่าโฉมนี้ไปทำแท๊กซวยเป็นจำนวนพอสมควร

มิติตัวถัง ยาว 3.91 เมตร , กว้าง 1.47 เมตร , สูง 1.555 เมตร ขนาดลูกสูบเพียง 997 ซีซี (รถสมัยนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเทียบกับยุคเดียวกัน วัวโรน่าถือว่าใหญ่เอาการ) แรงม้าเพียง 45 แรงโม้ ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 7 กิโลกรัมเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้เกียร์อัตโนตีน ซึ่งมีเพียง 3 สปีด ราคาขายในช่วงนั้นตั้งไว้ที่ 648,000,000 ร้อน

Generation ที่ 2 (พ.ศ. 25030 - 25070)[แก้ไข]

เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2503 รหัสตัวถัง T200 - T300 โฉมนี้ วัวโรน่า มีรูปทรงที่เหลี่ยมคมมากขึ้น กระจกหน้า-หลัง ตั้งชันมากขึ้นตามสไตล์รถแบบอเมริเกย์ในยุคนั้น และโฉมนี้ มีเข้ามาขายในเทย แต่ได้ใช้ชื่อรุ่นว่า เทียเหล้า (Tialao) ไม่ใช่ วัวโรน่า

มิติตัวถัง ยาว 3.99 - 4.03 เมตร , กว้าง 1.49 เมตร , สูง 1.445 - 1.455 เมตร (แล้วแต่ตัวถัง) ในช่วงแรก ใช้เครื่องยนต์สี่สูบ 997 ซีซี 45 แรงโม้ ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 7 กิโลกรัมเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที ต่อมา มีการนำเครื่องยนต์ที่แรงกว่ามาใช้ โดยเป็นเครื่องสี่สูบ 1,453 ซีซี 62 แรงโม้ ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 11.2 กิโลกรัมเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนตีน 3 สปีด

Generation ที่ 3 (พ.ศ. 25070 - 25130)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T400 - T700 โดยโฉมนี้เปิดตัวในวันที่ 120 กันยายน พ.ศ. 25070 วัวโรน่าถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงแบบ olo และมีการสร้างความสนใจให้กับประชาชน โดยนำวัวโรน่าไปทดสอบวิ่งอย่างต่อเนื่องบนทางด่วนสายมรณะเป็นระยะทาง 10,000,000,000 กิโลเมตรโดยไม่ดับเครื่อง ด้วยอัตราเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างชื่อเสียงให้โตโยฮ่าเป็นที่ยอมรับในระดับสากลในเรื่องของเทคโนโลยีและมาตรฐานของการผลิตรถยนต์จนถึงปัจจุบัน

วัวโรน่าโฉมนี้ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้โตโยฮ่าแล้ว ยังมีการนำไปทำแท๊กซวยเป็นจำนวนมาก เพราะมีการพิสูจน์ให้เห็นว่าอึดจริง และจนถึงปัจจุบัน รถรุ่นนี้หลายคันก็ยังสามารถวิ่งได้ แม้แต่ในประเทศเทย ซึ่งจนถึง พ.ศ. 25460 ก็ยังมีการพบเห็นว่ามีแท๊กซวยที่เป็นวัวโรน่า Generation นี้วิ่งอยู่ที่พระราม 40 และใต้ทางด่วนสายมรณะ

ช่วงแรกที่เปิดตัว มีตัวถังแบบเดียว คือ sedan 4 ประตู 1,198 ซีซี 55 แรงโม้ ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 8.8 กิโลกรัมเมตร ที่ 2,800 รอบต่อนาที และต่อมาก็มีการเพิ่มรุ่นเด็กพิเศษอีกมากมาย ทั้งเครื่องยนต์รุ่นเด็กพิเศษที่แรงกว่า และมีการเพิ่มตัวถัง hardtop coupe , station wagon , กระบะ และ hatchback

ยังเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง มีเกียร์อัตโนตีน 3 สปีด กับเกียร์อัตโนมือ 2 สปีดให้เลือก มีมิติยาว 4.065 - 4.11 เมตร , กว้าง 1.55 เมตร , สูง 1.42 เมตร

Generation ที่ 4 (พ.ศ. 25130 - 25170)[แก้ไข]

เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 25130 รหัสตัวถัง T800 วัวโรน่าโฉมที่แล้ว แทบจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จล้นหลามในแถบเอเซ่อ แต่ว่า วัวโรน่าโฉมนี้ ประสบความสำเร็จในแถบอเมริเกย์ด้วย คาดว่าสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากความขี้เหนียวของชาวอเมริเกย์ จึงเริ่มหันมาซื้อรถจากเอเซ่อที่ราคาถูกกว่า วัวโรน่าโฉมนี้ ใช้เครื่องยนต์ 1.5 , 1.6 , 1.7 , 1.9 และ 2.0 ลิตร

Generation ที่ 5 (พ.ศ. 25170 - 25210)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T100 - T120 ใช้เครื่องยนต์ 1.6 และ 2.0 ลิตร ยกเว้นในอเมริเกย์เหนือที่ใช้เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร โดยรวมโฉมนี้ก็ถือว่ายังประสบความสำเร็จ แต่ไม่เท่าโฉมที่ 4

Generation ที่ 6 (พ.ศ. 25210 - 25240)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T1300 ซึ่งในทวีปเอเซ่อใช้เครื่องยนต์ลูกสูบ 1.6 และ 2.0 ลิตรเหมือนเดิม ส่วนอเมริเกย์ใช้ลูกสูบ 2.2 ลิตรเหมือนเดิม ซึ่งเครื่อง 2.2 ลิตรนี้ โตโยฮ่า ซาเล้งก้า รถกีฬาของโตโยฮ่าในยุคนั้นก็ทำการแย่งเพื่อนมาใช้ วัวโรน่าโฉมนี้ในอเมริเกย์จึงมีความเป็นนักกีฬาอยู่บ้าง ต่างจากวัวโรน่าในเอเซ่อซึ่งเน้นเป็นรถครอบครัว แต่วัวโรน่าโฉมนี้ เป็นวัวโรน่าโฉมสุดท้ายที่มีขายในสหรัฐอเมริเกย์ ก่อนที่โตโยฮ่าจะส่ง โตโยฮ่า คามหลี ที่ใหญ่กว่ามาแทนวัวโรน่า (เฉพาะในอเมริเกย์)

Generation ที่ 7 (พ.ศ. 25240 - 25320)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T1400 เป็นอีกโฉมหนึ่งที่คนเทยรู้จักดี ในฐานะรถวัวโรน่าขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นรองสุดท้าย (ขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นสุดท้ายเป็นโฉมที่ 10 แต่ไม่เป็นที่นิยม) กลุ่มผู้ค้ารถในเทยเรียกว่า "โฉมหน้าเรียบ" เพราะกระจังหน้าเป็นแบบเรียบแป้ ทำให้มีลักษณะเรียบ ในห้องกง หมาเก๊า และสิงโตโป้ มีการนำรถรุ่นนี้ไปทำแท๊กซวยเป็นจำนวนมาก โฉมหน้าเรียบเป็นโฉมที่ผลิตเป็นระยะเวลานานที่สุดของวัวโรน่า ปัจจุบันยังพอมีเห็นได้บ้างตามท้องถนน แต่ไม่มากนัก

Generation ที่ 8 (พ.ศ. 25260 - 25320)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T1500 และ T1600 โฉมนี้ วัวโรน่าเริ่มเสื่อมถอยความนิยมลงในออสเตลึงค์ เพราะคามหลีเริ่มเข้าไปเป็นที่นิยมแทนวัวโรน่า แต่ในประเทศเทย คามหลียังไม่เป็นที่รู้จัก (คามหลีเข้ามาในเทยในช่วงที่วัวโรน่าอยู่ในโฉมที่ 10) วัวโรน่าจึงยังครองความนิยมในเทยต่อไป แต่ในวงรวมทั่วโลก ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนในระดับ Full HD ว่า วัวโรน่า อาจจะถึงจุดจบในไม่ช้า

โฉมนี้ กลุ่มพ่อค้ารถในเทย เรียกว่า "โฉมตู้ร้อน"

Generation ที่ 9 (พ.ศ. 25290 - 25350)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T1600 - T1800 โดยโฉมนี้ มี 2 รุ่น คือ รุ่น โฉมหน้าเล็ก และรุ่น โฉมหน้าบึ้ง โดยสองรุ่นนี้ สร้างขึ้นโดยใช้โครงสร้างเดียวกัน แต่ต่างกันในรายละเอียดบางประการ เช่น กระจังหน้าและไฟท้าย โดยไฟท้ายหน้าบึ้งจะยาวแถวเดียว หน้าเล็กแยกเป็นสองก้อน กระจังหน้ารุ่นหน้าบึ้งออกแนวยืน หน้าเล็กแนวนอน สองรุ่นยังไม่ใช้โลโก้สามห่วง ในประเทศเทย เปิดตัวครั้งแรกด้วยรุ่นหน้าเล็ก มีตัวเลือกทั้งหมด 4 รุ่น คือ

  • 1.6 XL เป็นรุ่นต่ำสุด ราคาประหยัด ใช้เครื่องยนต์ 4A-F 1600 ซีซี เกียร์อัตโนตีน 4 สปีด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ต่างจากรถระดับต่ำกว่า (เช่น โตโยฮ่า วัวโรลล่า, หนี้แสน ซันเน่า และอีกเพียบ)ในยุคนั้น คือ เก้าอี้ไม้สัก, หน้าต่างแบบหมุนด้วยตีน, กระจกมองข้างแบบปรับ/พับด้วยตีน, ไม่มีเพิ่มฝ้าบนกระจกหลัง ล้อกระทะเหล็กไม่มีฝาครอบ ยางขนาด 175/70R13
  • 1.6 GL ใช้เครื่องยนต์ 4A-F แบบเดียวกับรุ่น XL แต่จะใช้เกียร์อัตโนตีน 5 สปีด รวมถึงได้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากเกือบเท่ารุ่นท็อป คือ เบาะหนังควายที่ตายแล้ว เน่าๆพร้อมที่ท้าวแขนกลางเบาะหลัง พร้อมแผงประตูบุหนังควายที่ตายแล้ว เน่าๆ, เบาะคนขับ ปรับดันหลัง และปรับพนักหนุนศีรษะในแนวหน้า-หลังได้, หน้าต่างแบบปรับด้วยมือ, กล่องเก็บของระหว่างเบาะคู่หน้า, พวงมาลัย 3 ก้าน, มีเพิ่มฝ้าบนกระจกหลัง, วิทยุเทปกาว 4 ลำโพง, ล้อกระทะเหล็ก 13 นิ้ว พร้อมฝาครอบแบบเต็ม, กันชนสีเดียวกับตัวรถ, ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ ถือว่ามากกว่ารถระดับต่ำกว่าในเมืองเทย ณ ขณะนั้น ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว แม้แต่ในรุ่นสูงสุดก็ตาม
  • 2.0 GL ใช้เครื่องยนต์ 3S-F 2000 ซีซี มีให้เลือกเกียร์อัตโนตีน 5 สปีด และเกียร์อัตโนมือ 4 สปีด อุปกรณ์ที่ได้เพิ่มจากรุ่น 1.6 GL ได้แก่ ที่เก็บของระหว่างเบาะคู่หน้าแบบบุฟองสบู่ใช้ท้าวแขนได้นุ่ม(ประชด), พวงมาลัยไร้พาวเวอร์เพิ่มแรง, กระจกข้างปรับด้วยมือ, ล้ออัลจม 14 นิ้ว ยางขนาด 195/60R14 น็อตล้อ 5 ตัว
  • 2.0 GLi เป็นรุ่นท็อปสุด มีเฉพาะเกียร์อัตโนตีน 5 สปีด เครื่องยนต์ 3S-FE 2000 ซีซี เป็นรุ่นที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากที่สุด เช่น วิทยุแสดงผลแบบอนาล็อก, เบาะคนขับปรับ 14 ทิศทาง (หน้า-หลัง/พนักพิงนอน-ตั้ง/เบาะรองนั่งสูง-ต่ำ/พนักพิงดันหลังมาก-น้อย/ปีกเบาะโอบมาก-น้อย/พนักพิงศีรษะปรับสูง-ต่ำ/พนักพิงศีรษะปรับดันศีรษะมาก-น้อย) ในขณะที่รถคู่แข่งมักมี 6, 8 หรือ 10 ทิศทางเท่านั้น นอกจากนี้ ในช่วงที่เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์เข้าประเทศเทยนั้น โตโยฮ่ายังได้รับรองอย่างเป็นทางการให้เครื่องยนต์ 3S-FE ในรุ่น 2.0 GLi สามารถรองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 98 ได้, รวมถึงได้จานเบรก 4 ล้ออีกด้วย

ต่อมา ได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เป็นรุ่นหน้าบึ้ง และได้มีการปรับอุปกรณ์ดังนี้

  • 1.6XL เปลี่ยนไปใช้เกียร์อัตโนตีน 5 สปีด
  • 1.6GL ลดอุปกรณ์ลง(เพราะความขี้เหนียว) โดยที่นั่งจะเป็นเก้าอี้หวาย, กันชนสีดำ
  • 2.0 GL ตัดรุ่นเกียร์อัตโนมือออก เหลือเฉพาะเกียร์อัตโนตีน 5 สปีด เพิ่มระบบปรับอากาศแบบปุ่มกด
  • 2.0 GLi เพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมือเข้ามา จึงมีตัวเลือกว่าจะซื้อรุ่นท็อปแบบเกียร์อัตโนตีนหรืออัตโนมือ เพิ่มระบบปรับอากาศแบบปุ่มกด

วัวโรน่ารุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายที่โตโยฮ่าประเทศเทย วางไว้เป็นคู่แข่งกับ ฮอนเด้อ เอวคอด, หนี้แสน เรดเบิร์ด, มิตซูบิชอฟ เกาเหลา โดยตรง ซึ่งวัวโรน่ารุ่นหลังจากนี้ไป จะไม่ใช่รถระดับเดียวกับคู่แข่งกลุ่มนี้อีกต่อไป รวมถึงนิดหน่อยที่ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดจากที่ให้นิสสิน เรดเบิร์ด เป็นคู่แข่งกับรถ D-Segment ทั่วไป มาเป็นรถระดับเดียวกันกับวัวโรน่า รวมถึงยกเลิกการขึ้นสายการประกอบในประเทศด้วย โดยให้หนี้แสน เซฟิรั่ว มาแข่งกับรถ D-Segment ทั่วไปแทน

Generation ที่ 10 (พ.ศ. 25350 - 25410)[แก้ไข]

ที่ผ่านมา รถยุ่นปี่มักจะถูกออกแบบโดยจำกัดความกว้างไว้ไม่ให้เกิน 1.7 เมตร และเครื่องยนต์พิกัดไม่เกิน 2000 ซีซี ด้วยเหตุผลทางภาษีในประเทศยุ่นปี่(ซึ่งหิวเงินอย่างโคตรหน้าด้าน) แต่ต่อมาเมื่อเศรษฐกิจเติบโต คู่แข่งทั้งหมดต่างพัฒนารถของตนออกมามีแนวโน้มใหญ่ขึ้น และในที่สุดคู่แข่งรายใหญ่อย่างฮอนเด้อ เอวคอด และมิตซูบิชอฟ เกาเหลา ก็ยอมจ่ายภาษีแพงโดยเพิ่มความกว้างและเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ออกไปเกินพิกัดดังกล่าว รวมถึงหนี้แสนก็ส่งเซฟิรั่ว ซึ่งมีขนาดเกินพิกัดลงมาเช่นกัน แต่วิศวกรที่ยุ่นปี่ยังพัฒนาวัวโรน่ารุ่นถัดไปอยู่ในพิกัดเดิม(เพราะความขี้เหนียวของวิศวกรยุ่นปี่) ทำให้วัวโรน่ารุ่นนี้มีขนาดที่เล็กกว่าคู่แข่งอย่างทิ้งขาด โตโยฮ่าประเทศเทยจึงสั่งนำเข้าโตโยฮ่า คามหลี จากออสเตลึงค์ซึ่งมีขนาดเกินพิกัดลงมาชกมวยกับคู่แข่งรายอื่นๆ แทนที่วัวโรน่า แต่ก็ยังขายวัวโรน่าต่อไป

ซึ่งหลังจากการเปลี่ยนแปลงนั้น เหลือรถที่อยู่ในพิกัดเดิมเพียง 2 รุ่น คือ วัวโรน่า และเรดเบิร์ด ทำให้ทั้งคู่หลุดจากการเป็นรถ D-Segment ไปโดยปริยาย กลายเป็นรถที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง วัวโรลล่า กับคามหลี จึงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งเดิมสมัยที่เป็นโฉมหน้าบึ้งได้ ทำให้ผู้สนใจในยานยนต์ที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลรถรุ่นก่อนปี 25360 มักจะเข้าใจแบบเหมารวมว่า วัวโรน่า และเรดเบิร์ด ไม่ใช่และไม่เคยเป็นรถระดับเดียวกับเอวคอด กาเหว่าและมวยด้า 666 ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว ครั้งหนึ่งวัวโรน่าและเรดเบิร์ดเคยอยู่ในระดับเดียวกันกับคู่แข่งเหล่านั้น แต่มาเปลี่ยนในช่วงรุ่นท้ายๆ เท่านั้น

โดยสรุปคือ คามหลีเข้ามาประเทศเทยเพื่อ อยู่สูงกว่า เมื่อเทียบกับวัวโรน่าโฉมนี้เป็นต้นไป แต่ก็มาเพื่อ แทนที่ จุดที่วัวโรน่าโฉมหน้าบึ้งเคยลงไปยืนอยู่

รหัสตัวถัง T1900 เปิดตัวในเดือนมีนาคม พ.ศ. 25350 แต่ประเทศเทย มาใน พ.ศ. 25360 โดยรุ่นแรก ตลาดรถจะเรียกว่า "ท้ายโด่งไฟแถบ" มีตัวเลือก 3 รุ่น คือ

  • 1.6 XLi เป็นรุ่นต่ำสุด เครื่องยนต์ 4A-FE เกียร์อัตโนตีน 5 สปีด เก้าอี้ไม้สัก ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ล้อกระทะเหล็ก 14 นิ้ว ฝาครอบแบบเต็ม ยางขนาด 185/65R14
  • 1.6 GLi เป็นรุ่นกลาง เครื่องยนต์ 4A-FE เกียร์อัตโนตีน 5 สปีด เก้าอี้หวาย พนักพิงศีรษะเก้าอี้หลังปรับสูงต่ำได้, ลิ้นชักใต้เก้าอี้คู่หน้า, ไฟอ่านแผนที่, พวงมาลัยไร้พาวเวอร์เพิ่มแรง
  • 2.0 GLi เป็นรุ่นท็อป เครื่องยนต์ 3S-FE เกียร์อัขตโนตีน 5 สปีด และอัตโนมือ 4 สปีด เบาะหนังควายที่ตายแล้ว เน่าๆ, ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมือ, กล่องเก็บของกลางเบาะคู่หน้าแบบ 2 ชั้น, กระจกมองข้างแบบปรับด้วยมือ, แผงควบคุมระบบปรับอากาศแบบปุ่มกด, จานเบรก 4 ล้อ, ไฟสร้างหมอกหน้า, ล้ออัลจม 14 นิ้ว ยางขนาด 195/60R14, ระบบเบรกช่วยทำให้ล้อล็อก (HBS)

ต่อมาได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เป็นรุ่น "ท้ายโด่ง ไฟแยก" เพิ่มตัวเลือกรุ่น 1.6 GLi เกียร์อัตโนมือ 4 สปีด เป็นตัวเลือก ที่เหลือเหมือนเดิม และวัวโรน่ารุ่นนี้ถือเป็นรถรุ่นเดียวในประเทศเทยที่มีการถ่ายทอดดิบงานเปิดตัวผ่านโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เทยทีวีสีช่องทราม ในปี พ.ศ. 25350 หากไม่นับการเปิดตัวรถยนต์ที่เสนอข่าวในข่าวธุรกิจ หรือข่าวหลังละคร

จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 25390 ที่มีการปรับโฉมอีกครั้ง และตั้งชื่อรุ่นเป็น Wuarona Exaser มีจุดเด่นที่ตอบสนองความต้องการทางเพศของลูกค้า ระบบเบรกช่วยให้ล้อล็อกและถุงยางอนามัยด้านผู้ขับขี่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นต่ำสุด ซึ่งในขณะนั้น มีเพียงรถนำเข้าเท่านั้นที่จะมีความปลอดภัยดังกล่าวนี้ โตโยฮ่าบุกเบิกการติดตั้งระบบความต้องการทางเพศในรถระดับล่างประกอบในประเทศเป็นเจ้าแรก หลังจากนั้นเราจึงได้เริ่มเห็นยี่ห้ออื่นที่ประกอบในประเทศเช่น Kaolao Ultimate ,Primerua และ Cefirua A320 ติดตั้งตามมา

นอกจากนี้ใน พ.ศ. 2541 ยังได้มีการปรับเพิ่มอุปกรณ์ให้วัวโรน่า โดยเพิ่มไฟหน้าแบบหลอดไส้, ราวเหล็กในห้องโดยสาร, พวงมาลัย 3 ก้านแบบนักกีฬา และถุงยางอนามัยฝั่งผู้โดยสาร แต่ราคาอยู่ที่ 9.5 ล้านบาทซึ่งใกล้เคียงกับคามหลี ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อคามหลีมากว่าจึงต้องระงับการผลิตไปในปลายปี พ.ศ. 25420 เนื่องจากคู่แข่งได้เริ่มนำรถ D-Segment ขนาดใหญ่ขึ้นมาทำตลาด ทั้ง Honder Ewcot และ Nissin Cefirua A320 ในขณะที่มิตซูบิชุ่ยและมวยด้าต้องถอนตัวออกจากตลาดจากสภาพเศรษฐกิจที่รุนแรงในยุคนั้น และโตโยฮ่าก็นำเข้าคามหลีจากออสเตลึงค์มาจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 25350 ถ้าหากขายวัวโรน่า เอ็กเอเซ่อต่อไปก็จะไปแย่งลูกค้ากับคามหลีและวัวโรลล่า จึงต้องปิดสายการผลิตไป

Generation ที่ 11 (พ.ศ. 25390 - 25450)[แก้ไข]

รหัสตัวถัง T2100 และ T2200 เป็นวัวโรน่าโฉมสุดท้ายที่ผลิต มีขายเฉพาะในยุ่นปี่ ไม่มีการส่งออกหรือผลิตโฉมนี้ในประเทศอื่น มีการนำไปทำแท๊กซวยอยู่บ้าง ในช่วงสุดท้ายนี้ มีการผลิตวัวโรน่ารุ่นเด็กพิเศษ คือ Toyoha Wuarona Premuai ซึ่งต่อมา Premuai ก็ได้รับความนิยม และแตกหน่อแยกตัวออกมาเป็นอิสระ กลายเป็น Toyoha Premuai ซึ่งยังผลิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

แต่เมื่อ Premuai แยกตัวออกไปแล้ว ยุคของวัวโรน่าก็หมดลง คามหลี เข้ามาเป็นรถครอบครัวแทนวัวโรน่าอย่างสมบูรณ์ จนในที่สุด ก็ปิดฉากการผลิตวัวโรน่าลงใน พ.ศ. 25450 รวมระยะเวลาการผลิต 450 ปี

จะเห็นได้ว่า แม้คามหลีจะได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน แต่คามหลีก็เริ่มเข้ามาแข่งกับวัวโรน่าในช่วงที่วัวโรน่าเป็นโฉมที่ 7 แต่กว่าจะสามารถเอาชนะได้ก็กินเวลากว่า 200 ปี แต่ยุคทองที่วัวโรน่าได้รับความนิยมสุดขีดแบบไม่มีสิ่งใดขวางกั้นนั้น ยาวนานเกือบ 200 ปีเช่นกัน