ไร้ซอร์ซ:นิทานอีสบคำกลอน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
UNSOURCE

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ซอร์ซ
แหล่งรวมเอกสารลวงของราชเกรียนที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 17:13 น. ตามเวลาท้องถิ่น

26 พฤษภาคม 2562

ชาวนากับงูเห่า[แก้ไข]

๏ มีชาวนาอนาถาชื่อว่าหมัก บำรุงรักไร่นามาแต่ไหน
ตื่นเช้ามากะว่าจะไปไร่ ว่าจะไปทำนาเหมือนทุกวัน
ชาวนาหมักมาเจอเจ้างูเห่า "ดูแล้วเล่าน่าสงสารต้องช่วยกัน"
ชาวนาเลยช่วยงูเห่าสิบสามพลัน เลยช่วยเจ้างูเห่าทันนั้นพลันใด
ชาวนาหมักรักเจ้างูเห่าน้อย แล้วค่อยค่อยถอดเสื้อผ้าตนสวมใส่
เอามาห่มงูเห่าเอาหมดไว้ จึงนำไปในบ้านเรือนชานตน
ทั้งเช็ดตัวกลัวมันตายจะวายชีพ หมักเร่งรีบดูแลด้วยอดทน
ในที่สุดท้ายก็ได้เป็นผล สิบสามตัวก็จนฟื้นขึ้นมา
งูเห่าทั้งสิบสามพุ่งเข้ากัด หมักตกใจชะมัดจึงไม่ทันรักษา
จึงถูกงูกัดเหวอะเลอะกายา เป็นผลที่หมักทำมาแก่พวกงู
งูเป็นสัตว์เขาว่าเดรัจฉาน ถึงจะผ่านบุญคุณก็ไม่รู้
เพราะเป็นสัตว์เคยไม่กตัญญู แก่ที่ผู้ให้มาแก่ตัวมัน
ชาวนาห้ามเลือดตัวเองก็ไม่หยุด ถึงที่สุดทำได้ในครั้งนั้น
หมักไม่รู้จะม้วยหรือรอดชีวัน งูสิบสามตัวกลับกันไปในป่า
พิษซึมเข้าในร่างกายชายชื่อหมัก มินานนักหมักก็ในไม่ช้า
ใครเห็นพบศพร่างเวทนา หมักนอนตายที่ค้นนาลาจากไป
นิทานอีสบนี้สอนให้รู้ ว่าที่ผู้ให้ควรแก่ผู้ใด
หากไม่รู้คุณของผู้ที่ให้ อาจกลับมาชดใช้ที่ให้เอย

กบเลือกนาย[แก้ไข]

๏ ณ ทะเลสาบหนึ่งซึ่งอุดม มีฝูงกบอยู่สุขสมอยู่นานมา
วันหนึ่งพวกกบปรึกษากันว่า ดูเหมือนมีราชามาครองเมือง
พวกมันจึงไปร้องเทพจูปิเตอร์ ว่า "พวกเธอเอานี่ไปให้รู้เรื่อง"
พวกกบก็ดีใจไม่ขัดเคือง ต่างมองดูบนเบื้องที่ส่งมา
เทพโยนขอนไม้ลงตรงสระสาบ กบรับทราบกราบกรานท่านเทพหนา
ต่างไปเต้นเล่นกันขอนไม้นา กบต่างพาร้องรำทำเพลงเพลิน
หลายวันต่อมานานเมื่อกาลผ่าน กบรำคาญราชาไม้ให้ห่างเหิน
แล้วกลับไปร้องต่อเทพทำยอเยิน ทำเป็นเมินราชาเก่าเขาส่งให้
กบร้องว่า "ข้าอยากขอกษัตรา ไว้ปกครองเหล่าพวกข้าผู้ยิ่งใหญ่"
จูปิเตอร์บอกกล่าว "เดี๋ยวจัดไป" จึงได้ส่งปลาไหลให้กบมัน
แต่กบเบื่อปลามันมุดในรู มัวอุดอู้ในรูไม่รู้นั้น
จึงไปร้องเทพครั้งที่สามกัน กบไม่รู้เทพทันให้เจ้านาย
คราวนี้เทพส่งนกกระทามา นกไล่กบกินฆ่าท่าทั้งหลาย
ทุกทุกวันฝูงกบแตกกระจาย ถูกจับกินล้มตายแทบไม่เหลือ
ส่วนกบที่เหลือนั้นมันยังอยู่ พบหน้าสู้ท่านเทพยังแผ่เผื่อ
คราวนี้เทพรำคาญมาหาจุนเจือ "กูไม่เชื่อพวกมึงดื้อดึงเว้ย
หากพวกเจ้าไม่พอใจในสิ่งนี้ สันดานที่พวกมึงอยู่คู่ยังเฉย
มึงยังมาหากูหลายอยู่เลย งั้นทนสิ่งที่เจ้าเคยขอต่อไป"
นิทานอีสบนี้สอนให้รู้ ละความโลภให้อยู่จึงพอไหว
เหมือนกับกบดึงดื้อถือแต่ใจ ถึงขออีกไม่พอใจที่ให้เอย

เด็กเลี้ยงแกะ[แก้ไข]

๏ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งพึงเป็นสุข เด็กเลี้ยงแกะออกทุ่งทุกเวลาสาย
เลี้ยงแกะมานานช้าอยู่ประปราย ที่ขอบชายทุ่งหญ้าสุขาใจ
ถึงวันหนึ่งเด็กนั่งเฝ้าเจ้าฝูงแกะ เหนื่อยอ่อนและเพลียกายแรงหายได้
จึงหาเรื่องสนุกร้องทุกข์ไป "โอ๊ยเจ้าข้า!หมาไอ้ กินแกะข้า"
ชาวบ้านตื่นตระหนกแสนตกใจ ต่างวิ่งไปช่วยมุ่งที่ทุ่งหา
ชาวบ้านถือจอบ มีด เสียมตรงมา "อ้าว? ไหนหว่าไอ้หมาที่เอ็งกล่าว"
เด็กเลี้ยงแกะหัวเราะเพราะติดกับดัก "ฮ่าฮ่าฮ่า! สนุกกันก่อเรื่องราว"
ชาวบ้านโกรธโมโห "ไม่ต้องสาว!!" ต่างชนชาวกลับบ้านช่องทั่วท้องคน
เด็กเลี้ยงแกะยังกุยุไม่เลิก แถมเอิกเกริกเมื่อล่อต่อเป็นผล
"ฮ่า! ฮ่า!! ฮ่า!!! โคตรสนุก" กระทั่งจน ไม่อดทนกับเด็กเลี้ยงแกะต่อไป
จนมากระทั่งเมื่อครั้งหนึ่ง ที่ที่ซึ่งเด็กเฝ้าแกะอยู่ไสว
ตื่นขึ้นมาเด็กเลี้ยงแลตกใจ เห็นเจ้าหมาป่าไล่ในท้องนา
"ช่วยด้วยจ้าข้าโดนบักหมาร้าย มาทำลายฝูงแกะหมดของข้า"
ชาวบ้านตอบ "สาเหตุพวกกูไม่มา! มึงจะหลอกมาช้าก็แล้วแต่!"
เด็กเสียใจชาวบ้านไม่เชื่อในตน จึงเป็นผลที่ปรากฏชดใช้แน่
ฝูงแกะถูกไล่กินสิ้นหมดแท้ ไม่เหลือแผ่เด็กน้อยค่อยร้องโฮ
เด็กร้องไห้มาแต่ในทางทุ่ง เดินทางมุ่งหมู่บ้านคนโมโห
"ช่างสงสารเสียสิ้นโถ...นะ โธ่!" "ข้าชอบพูดคำโกหกปดเท็จ"
นิทานอีสบนี้สอนให้รู้ อย่ากล่าวตู่ก่อเรื่องเคืองสำเร็จ
เดี๋ยวกรรมจะย้อนกลับมาหกตามเช็ด กรรมสมเสร็จคำพูดโกหกเอย

จั๊กจั่นกับมดง่าม[แก้ไข]

๏ จั๊กจั่นเจ้าสำราญการงานคร้าน ไม่เก็บสะสมอาหารนานละหนอ
แตกต่างจากเจ้ามดง่ามไม่รีรอ ออมสะสมเก็บก่อไว้ในรัง
จั๊กจั่นร้องรำทำเพลงเพลิน ไม่เร็วเกินฤดูหนาวไร้ความหวัง
ไร้อาหารเจือจานทานประทัง เพราะพลาดพลั้งเอ้อระเหยเลยมานาน
แต่เจ้ามดง่ามนั้นขยันแข็ง อดทนแกร่งสู้พร้อมออมอาหาร
ได้เสบียงเรียงเสร็จเป็นได้การ เมื่อวันวานอดทนสู้พ้นมา
อีกหลายเดือนหลายสัปดาห์อีกหลายวัน เมื่อเหมันต์ฤดูเยือนสู่ป่า
จั๊กจั่นสั่นหนาวราวกายา พงพนาวายุสุดจะพัด
ท่ามกลางอากาศเย็นเป็นหิมะ ความหิวไม่ลดละท้องร้องจัด
"โอ๊ยหิวโหยอิดโอยจังชะมัด ใกล้กินกัดท้องไส้ในร่างกาย"
จั๊กจั่นรำพึงถึงตันตน กระทั่งจนเดินไปในทางหาย
ตามทางเดินทางเถื่อนไปไม่ตาย ไปถึงชายบ้านมดง่ามไม่ขับไส
"เจ้ามดน้อยโปรดเถิดเมตตาข้า โปรดแบ่งปันเถิดหนาขอส่งให้
เมื่อผ่านพ้นเหมันต์อากาศไป สัญญาใช้ทดแทนเจ้าสองเท่า"
จั๊กจั่นวิงวอนมดง่ามกล่าว "คิมหันต์ราวท่านทำไรกับเขา
ไม่สะสมเสบียงกันบ้างเล่า ถึงขอเราให้ไว้ไปทำไม?"
"เพราะว่าข้าไม่มีเวลาหา ยุ่งลีลาร้องรำอย่าถามไถ่
ตั้งแต่เช้าเข้าเย็นร้องเล่นไป ไม่ทำไรแสนสนุกไม่ทุกข์จิต
เมื่อตอนที่เพื่อนเจ้าหาอาหาร ก็พอได้ยินผ่านอยู่สักนิด
ว่าฤดูฝนไม่มีอาหารผิด โถท่านมิตรฤดูฝนพ้นอาหาร"
มดง่ามฟังสดับรับคำร้อง มดดูมองหัวเราะแถมเยาะหาญ
"ฤดูร้อนร้องรำไม่ทำงาน แถมเกียจคร้านหาเสบียงอยู่อุดม
แล้วทำไมเจ้าไม่เอาฤดูฝน เวลาล้นร้องรำทำที่สม
จะได้มีเวลาสุขอารมณ์ แต่ปักจมฤดูร้อนยังลั้นลา"
กล่าวจบเจ้ามดง่ามปิดประตู ว่าให้รู้ว่าจบสนทนา
สั่งสอนให้จั๊กจั่นทันเวลา รีบเร่งหาด้วยตนเพื่อพ้นภัย
นิทานอีสบนี้สอนให้รู้ สร้างสุขปูทางเดินสุขเร็วให้
ถึงเวลาต้องเผชิญไม่ทันไร ก็อาจได้จั๊กจั่นไม่ทันกาล
หรือว่าอยากสบายแบบอ้ายมด รีบแทนทดตัวเองอย่างกล้าหาญ
ปูทางไว้ข้างหน้าอีกไม่นาน เก็บอาหารตุนเสบียงเลี้ยงตนเอย