ไร้ซอร์ซ:ลี้ภัยไป "เสื้อยืด"

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
UNSOURCE

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ซอร์ซ
แหล่งรวมเอกสารลวงของราชเกรียนที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 04:57 น. ตามเวลาท้องถิ่น

31 สิงหาคม 2008

ไม่ใช่เรื่องง่าย... หากใครต้องการจะรู้จริงๆ ว่า เสื้อยืดตัวไหนถือเป็น "ตัวแรก" ในโลก สำหรับการใช้เป็นเครื่องมือส่งเสียงสื่อสาร เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง หรือพูดอีกนัย..ทำหน้าที่เกินกว่าการเป็น "เสื้อผ้าสวมใส่"

ความที่ปลายศตวรรษที่ 20 นั้น ความหมายต่างๆ ถูกแย่งชิงพื้นที่กันมาก นั่นทำให้เสื้อยืดหรือที-เชิ้ต กลายเป็นพาหนะนิยมอีกตัวหนึ่ง ที่ผู้คนมักใช้บอกกล่าวอารมณ์-ความรู้สึกของสังคมในแต่ละช่วงเวลา ...การเมืองสวมใส่สีเป็นสัญลักษณ์...ไม่ต่างจากที่การตลาดใช้กลยุทธ์แบบ เดียวกันเพื่อโฆษณาสินค้าตามสถานีรถไฟฟ้า

ในแง่ของ "วัฒนธรรมป๊อป" เกี่ยวกับกีฬาก็เช่นกัน วิธีการนี้ถูกโยงเข้าหาอุตสาหกรรมกีฬา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นการประชาสัมพันธ์ด้านเดียว อาจเป็นการด่าทอ ต่อว่าหรือหนักหน่วงถึงขั้นประจานพฤติกรรม

ช่วงปี 200-2001 ตอนที่ไทคูนสื่ออย่าง รูเพิร์ต เมอร์ดอค จากออสเตรเลียต้องการ takeover สโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น แฟนบอลหลายล้านคน ชูนโยบายรณรงค์ให้ทุกคนใส่เสื้อแอนตี้เข้าสนาม เพื่อให้ทีวีถ่ายทอดแนวคิดของแฟนบอลออกไปสู่ทั่วโลก

ผลก็คือ หลังจากวันนั้นไม่นาน รัฐบาลอังกฤษที่มี โทนี แบลร์ เป็นผู้นำ ก็ออกมาประกาศเบรก การฮุบสโมสรซึ่งเป็นความภูมิใจหนึ่งของอังกฤษทันที "เสื้อยืด" จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่มักได้รับความนิยม

"เสื้อยืดที่ประจาน เหน็บแนม นักการเมืองและคนที่เกี่ยวข้องกับกีฬานั้นมีอยู่มาก" เซซิเลีย พนักงานขายเสื้อในช็อปกลางเมืองแมนเชสเตอร์ บอกกับ "จุดประกาย" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เธออธิบายว่า ทุกๆ เดือนจะมีเสื้อยืดใหม่ๆ เกี่ยวกับนายทุนและนักการเมือง ที่เกี่ยวกับฟุตบอลเข้ามาวางขาย

"แล้วแต่ว่าใครสกรีนหรือครีเอท บางทีก็มีแฟนบอลทำขึ้นมาเองและทางร้านรับมาขาย ส่วนใหญ่เสื้อที่เป็นแนวนี้ มักจะด่าบุคคลที่เป็นที่รู้จักที่กำลังเป็นข่าว แต่ที่ขายได้นานก็มีเสื้อของ โรมัน อบราโมวิช และ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ของไทย ซึ่งมักจะออกแนวประชดประชัน แดกดันในสิ่งที่เขาเป็น"

เซซิเลีย บอกว่าเสื้อที่ขายดีในแมนเชสเตอร์นั้น แทบจะตลอดกาลคือเสื้อด่าทีมลิเวอร์พูลซึ่งเป็นอริโดยตรง เธอชี้ให้ดูว่าตัวที่กำลังขายดีติดเบสต์เซลเลอร์ก็คือ ลวดลายที่เป็นรูปเรือสินค้ากลางแม่น้ำ และเขียนไว้ว่า which ship never docked in liverpool ? ก่อนที่จะถึงคำตอบว่า premiere "ship" ซึ่งมีนัยถึงการไม่เคยเป็นแชมป์สักครั้งเกี่ยวกับพรีเมียร์ชิพของสโมสรลิ เวอร์พูล

พอถามเธอว่า แล้วตัวที่สกรีนเกี่ยวกับ อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร และ โรมัน อบราโมวิช ล่ะ เธอส่ายหน้าและไม่อยากคอมเมนท์ ได้แต่บอกว่า รู้สึกว่าสองคนนี้ จะมีข่าวไม่ค่อยดีในทางลบเกี่ยวกับบ้านเกิดตัวเอง

วัฒนธรรมการเมืองกับกีฬาในอังกฤษนั้น ถ้าอยากเห็นให้ชัดต้องไปดูในช็อปขายเสื้อที่อยู่อีกสโมสรหนึ่ง ก็จะทราบถึงอารมณ์ความรู้สึก รักชอบเกลียดชังอย่างจริงจังได้เป็นอย่างดี สตีฟ คอร์สัน พนักงานขับรถแท็กซี่สีดำในเมืองแมนเชสเตอร์ เล่าให้ฟังระหว่างใช้บริการไปสนามบอลว่า

"เคยมีช่วงหนึ่งที่อดีตผู้นำอย่าง ทักษิณเข้ามาเทคโอเวอร์ แฟนบอลทีมอื่นๆ ก็ทำเสื้อล้อเลียนขายทำนองว่า ดีแล้วที่เทคโอเวอร์ทีมนี้ เพราะมันไม่เคยได้แชมป์มาจะ 40 ปีแล้ว!"

เขาบอกว่าบางทีการใช้ wording จะออกแนวชม แต่จริงๆ แล้วเป็นสแลงที่มีความหมายด่าอยู่ลึกๆ

"ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา (ทักษิณ) รู้แต่ว่าเขามีปัญหาในประเทศตัวเอง และกำลังขอลี้ภัย (political asylum) และกำลังจะกลับมาเร็วๆ นี้" (วันที่ สตีฟ ให้สัมภาษณ์ มีข่าวว่าอีก 3 วันให้หลัง แฟรงค์ แมนซิ ไปปรากฏตัว

ในสนามระหว่างเกมการแข่งขันระหว่างของ แมนฯ ซิตี้ กับ เวสต์แฮม)

เสื้ออีกตัวหนึ่งที่ขายดีในแมนเชสเตอร์ก็คือ เสื้อที่ทำเป็นลาย map เกี่ยวกับเมืองแมนเชสเตอร์และลอนดอน พร้อมทั้งมี wording ว่า

"กรุณาขนเงินของพวกเอ็งกลับไปลอนดอนด่วน !"

เมื่อลองถามแฟนบอลหน้าสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในบ่ายของวันแข่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใส่เสื้อสกรีนของแฟนบอลนั้น "มาร์ค" แฟนบอลวัยกลางคน บอกกับ จุดประกายว่า แฟนบอล 80 % มักจะชอบใส่เสื้อที่เกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนั้นมาสนามมากกว่า เขาเล่าว่า เคยมีช่วงเวลาที่แฟนบอลรู้สึกเกลียด หมั่นไส้ นายทุนและนักการเมืองอย่าง โรมัน อบราโมวิช และ ทักษิณ ชินวัตร รวมไปถึง มูรินโญ่ นั่นทำให้มีแฟนบอลซื้อเสื้อทีเชิ้ต ที่สกรีนรูปหน้าตาและมีคำเขียนในเชิงด่าทอมา

"มันเป็นการบอกว่า พวกเรา (แฟนบอล) คิดอะไรกันอยู่ อย่างวันที่ประธานฟีฟ่าออกมาให้สัมภาษณ์นักบอลมีสภาพเหมือนทาสนั้น แฟนบอลก็สกรีนเสื้อด่าเขาและกลายเป็นสินค้าขายดี" มาร์คบอก

"ริชาร์ด" เป็นแฟนบอลเชลซี เขาขึ้นมาเที่ยวและทำงานที่แมสเชสตอร์ และ "จุดประกาย" รู้จักเขาในร้านอาหารกึ่งๆ กาสิโนแห่งหนึ่ง ริชาร์ด เล่าให้ฟังว่า ภรรยาเขาเป็นคนมาจากนิวคาสเซิ่ล และเขากับคู่ชีวิตไม่มีปัญหากันระหว่างทีมที่เชียร์ แต่เมื่อ ริชาร์ด มาเที่ยวเมืองเหนือ ไม่ว่าจะเป็นลิเวอร์พูลหรือแมนเชสเตอร์ เขาพูดติดตลกว่า เหมือนมาในพื้นที่สงครามย่อมๆ

"ที่แถบแมนเชสเตอร์ หรือที่ลิเวอร์พูล กระทั่งตอนไปนิวคาสเซิ่ล (อีสานของอังกฤษ) ผมจะรู้สึกว่า วัฒนธรรมการเชียร์ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง ด่าทอ หรือสกรีนเสื้อยืดใส่ประจานกันนั้น สามเมืองนี้มีความรุนแรงมากกว่าที่ลอนดอนหลายเท่า ที่ภาคกลางหรือเมืองหลวงนั้น พื้นฐานของการเชียร์ หรือธรรมชาติของแฟนบอล จะมีความเรียบร้อยมากกว่าทางเหนือ" เขาบอก

"ตอนนี้ที่เมืองลิเวอร์พูลก็มีเสื้อ ด่านักบอลของแมนยูฯ เกี่ยวกับเกียรติประวัติ ทางแมนยูฯ ก็มีเสื้อด่านักการเมืองและนายทุนข้ามชาติ ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฟนบอล เพราะพวกเขารู้สึกว่า นักการเมืองจะมาทำลาย หรือฮุบสโมสรเขา กรณีของตระกูลเกลเซอร์จากอเมริกา เป็นตัวอย่างที่ทำให้แฟนบอลกันมาใส่ใจพวกนายทุนมากขึ้น" มาร์ค เสริมความเห็น

เซซิเลีย พนักงานสาวของช็อปขายเสื้อสกรีนย่านโอลด์ แทรฟฟอร์ด บอกว่า แฟนบอลจะมองเสื้อยืดในลักษณะ entertain หรือผ่อนคลายมากกว่าเสื้อแข่ง เธอบอกว่าเสื้อแข่งเป็นการประกาศตัวตน แต่เสื้อยืดจะเป็นช่องทางในการบอกอารมณ์ความรู้สึกถึงความรักความเกลียด บุคคลอื่นๆ

"น่าแปลกว่า เสื้อยืดทีเชิ้ตนั้น ยอดขายอันดับต้นๆ มักเป็นเสื้อที่เหน็บแนม มากกว่าเสื้อที่มีรูปนักบอลขวัญใจหรือฮีโร่ เป็นไปได้ว่าแฟนบอลจะรู้สึกว่า เสื้อยืดสกรีนเป็นคนละวัฒนธรรมกับเสื้อแข่งของจริง ค่อนไปทาง entertain มากกว่า และยอดขายอันดับ 1-2-3 ยังคงเป็นตัวที่ด่าฝ่ายตรงข้าม และนายทุนนักการเมือง"

เมื่อลองถามแฟนบอลอย่าง สตีฟ (คนขับแท็กซี่) ริชาร์ด (คนทำงานออฟฟิศจากลอนดอน) และ มาร์ค แฟนบอล เกี่ยวกับอดีตผู้นำอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีข่าวว่าลี้ภัยมาอังกฤษนั้น ทั้งสามคนทราบข่าวนี้หมดจากสถานี BBC ของอังกฤษเอง สตีฟ บอกว่าเขาไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง แต่ ริชาร์ด ทราบว่าเฮียแฟรงค์ มีคดีบางอย่างที่รุนแรงมากในประเทศไทย

"รัฐบาลหรือคนอังกฤษเอง ไม่ว่าสโมสรไหนคงไม่ต้องการให้คนต่างชาติที่มีเรื่องอื้อฉาว มาเป็นเจ้าของหรือผู้บริหาร นี่คือเรื่องที่แฟนบอลรู้สึกกันมาก เพราะสโมสรหรือทีมใหญ่ๆ ของอังกฤษ ก็คือสินทรัพย์อย่างหนึ่งของประเทศ หลายคนไม่รู้คิดว่า พวกเขา (นักการเมือง-นายทุน) จะมีความรักในฟุตบอลจริง" ริชาร์ด บอก

จุดประกาย ลองสอบถาม สตีฟ ว่า เคยมีลักษณะของการเอาลวดลายหรือรูปจากเสื้อยืด มาสกรีนลงบนรถแท็กซี่และขับไปทั่วเมืองมั้ย สตีฟหัวเราะ และบอกว่า ไม่มีใครลงทุนแบบนั้น แต่ในแนวทางนี้ มักเป็นการร่วมมือกันระหว่างแฟนบอล ทำคัตเอาท์ขึ้นสแตนเชียร์กันเลยในวันแข่งขัน ซึ่งมีบ่อยๆ

"ช่วงสองปีที่ผ่านมา ที่เห็นบ่อยๆ เวลาขับรถก็คือ การที่แฟนบอลรุ่นใหม่เอาสเปรย์ฉีดด่าประจาน นักการเมือง นายทุน และนักธุรกิจที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ ที่ลิเวอร์พูลจะมีกำแพงด่านายทุนของเขา ที่ขัดแย้งกัน ทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่ดี เหมือนที่นี่ (แมนเชสเตอร์) ก็มีวัยรุ่นพ่นกำแพงตามบริษัทขายรถ ด่าครอบครัวและนายทุนอย่าง เกลเซอร์ อยู่เรื่อยๆ ซึ่งทางผู้เกี่ยวข้องก็ตามลบออกอยู่เสมอๆ"

สตีฟ บอกว่า บางทีคำด่า หรือสเปรย์รูปนักการเมือง ก็มักจะถูกนำไปเปลี่ยนแปลง ดัดแปลงเป็นรูปสัตว์ประหลาดต่างๆ เขาเคยเห็นรูปแฟรงค์ แมนซิ และ โรมัน ถูกก่นด่าอยู่ตามเสาหลักไมล์ตามสี่แยกเวลารถติดไฟแดง

สตีฟ กับ มาร์ค เห็นเหมือนกันว่าการสื่อถ้อยคำ หรือบอกกล่าวเกี่ยวกับความคิดของแฟนบอลนั้น ช่องทางที่ดีที่สุดและชัดเจนที่สุดก็คือ การใช้เสื้อยืด สกรีนเป็นรูปและมี wording กลางหน้าอก

"สื่อเองก็ชอบที่จะนำเสนอภาพเหล่านี้ เวลาที่แฟนบอลแสดงปฏิกิริยาออกมา และมันฮิตมากถึงขนาดในอังกฤษมีพ่อค้าทำเว็บขายเสื้อยืดสกรีนด่านายทุนกัน หลายปีแล้ว"

จุดประกาย สอบถาม เซซิเลีย เกี่ยวกับราคาเสื้อแบบนี้ เธอบอกว่า โดยปรกติราคาขายอยู่ที่ 7 ปอนด์ (เอา 64 คูณ) แต่ถ้าซื้อถึง 5 ตัวก็จะมีการลดเหลือ 5 ตัว (ผู้เขียนเลยอุดหนุนด้วยการซื้อมา 20 ตัว ในแบบต่างๆ) ที่ดูจะด่าได้มันส์ที่สุด ก็คือตัวที่ประจาน โรมัน นายทุนของทีมเชลซี แปลเป็นไทยได้ว่า...

"เงินของมรึง อาจจะซื้อได้ทุกอย่างที่เชลซี แต่ยกเว้นทุกอย่างที่แมสเชสเตอร์.." (พร้อมลายอักษร man u visa card)

ที่มา[แก้ไข]

นันทขว้าง สิรสุนทร, 2008,ลี้ภัยไป "เสื้อยืด", กรุงเทพธุรกิจ, ดูเมื่อ 31 สิงหาคม 2008, http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/29/news_289386.php