ไร้ซอร์ซ:เพลงอีแซวสตาลิน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
UNSOURCE

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ซอร์ซ
แหล่งรวมเอกสารลวงของราชเกรียนที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 05:24 น. ตามเวลาท้องถิ่น

27 เมษายน 2562

ผู้ประพันธ์กล่าวก่อนแต่ง[แก้ไข]

เพลงอีแซวบทนี้ดัดแปลงมาจากอัตชีวประวัติของ "โจรเซฟ สตาลิน" โดยดัดแปลงเป็นเพลงอีแซว เนื่องจากผู้ประพันธ์ได้อ่านบทความภายในโครงการหลักไร้สาระนุกรม แล้วประทับใจความช่วยเหลือของแอ๊ด คาราเมา ที่ช่วยเหลือสตาลินจนได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศเทย จึงคิดแต่งเพลงเกี่ยวกับสตาลินเป็นเพลงพื้นบ้านแถบภาคกลาง เพราะแอ๊ดอยู่ในจังหวัดสุปรรณบุรี จึงคิดถึง "เพลงอีแซว" เอามาแต่งเป็นบทเพลงอีแซวทั้งหมดนี้ไว้ จากผู้ประพันธ์-กวีศรีชาวไร้ บันทึกไว้ ณ วันที่ 7 เดือนพฤษภาคม 2562

เพลงอีแซวสตาลิน[แก้ไข]

คำแนะนำ:ถ้าหากอยากได้อรรถรสในการอ่านควรร้องเป็นเพลงอีแซว ถ้าหากอยากได้เพลงฉ่อยควรร้องแบบช้าาปานกลาง ถ้าจะดีควรมีตะโพนและฉิ่ง ตีคู่กัน

แด่พ่อครูสตาลินผู้ล่วงลับ....

บทไหว้ครู[แก้ไข]

๏ ไหว้พระคุณพ่อแม่แลครูอาจารย์ และแลกราบกรานล่ะพระรัตนตรัย
ออกลำนำ:
จะกล่าวเพลงอีแซวแล้วหนา มาพ่อมาแม่มาอย่าหนีไป
(ลูกคู่รับ:เอิง...เอย จะกล่าวเพลงอีแซวแล้วหนา
นะพ่อมาแม่มานะอย่าหนีไป เออ...จะกล่าวเพลงอีแซวแล้วหนา
นะพ่อมาแม่มานะอย่าหนีไป เออ...อย่าหนีไป)

กำเนิดและวัยเด็กสตาลิน[แก้ไข]

๏ วันนี้จะมาร้องร้องอีแซวว่า พ่อครูสตาลินประไร
พ่อครูล่ะเกิด ล่ะที่รัสเสีย ในรัฐจอเจี๊ยะที่นั่นยังไง
เกิดในครอบครัว มืดมัวอนาถา แต่เขาว่าเศรษฐาร่ำรวยมากมาย
เป็นครอบครัวมีเงินนิดไม่มาก เงินไม่หลากไม่มากไม่หลาย
มีโรงงานรองเท้านิดหน่อย โอ๊ยล่ะมีน้อยแต่มีถมไป
ล่ะอีแค่หนึ่งหมื่นอื่นแห่ง ไม่ได้หลายแหล่งเยอะจะไปไหน
จะร้องมาอีกทีคิดดีดีอีกสักครั้ง คงร้องผิดมัั้งแล้วก็ปล่อยไป
พอตอนท่านเด็กยังเล็กยังอ่อน พอตอนถึงโตกลายเป็นเด็กใหญ่
คุณท่านมารดาเออ..บังเกิดเกล้า ให้พ่อท่านเข้าโรงเรียนน่ะไป
เป็นโรงเรียนเรื่องศาสนา เพราะว่ามารดาอยากให้ไป
แม่อยากให้เป็นได้เป็นนักบวช ตอนนั้นไม่มีหนวดยังขึ้นไม่ไว
เข้าโรงเรียนแล้วก็ฉายแววดนตรี พอสวดทุกทีมีสามช่าไง
เพื่อนเพื่อนก็งงนึกว่าสวดสามช่า รื่นเริงเฮฮาสำราญหทัย
ทำให้เพื่อนสวดสนุกสนาน พอถึงกาลได้ยินเสียงไกล
นอกจากนี้ยังเป็นนักดนตรีร็อค เอ๊ะ สวดออกไปร็อคได้ไง
ลืมไปว่าโรงเรียนศาสนา มีเพลงร็อคมาอยู่ด้วยได้ไง
ล่ะข้ามไปเหอะต่อเรื่องกันต่อ อย่ามัวรีรอไปช้าอยู่ไย
เป็นนักดนตรีร็อค ประจำโรงเรียน หมั่นซ้อมฝึกเพียรเขาว่าวงใน
เออว่าร้องต่อจะทะแม่งทะแม่ง เออยิ่งแต่งยิ่งงงต่อไป

จุดเปลี่ยนชีวิตพบวลาดิแม้ว เลนิน[แก้ไข]

๏ ต่อมาได้พบวลาดิแม้ว ท่านไปพบแถวมาตอนไหน
วลาดิแม้วต่อท้ายเลนิน ถ้าใครไม่ยินก็ไม่ได้
เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิต ทำเพลงก็ติดชาร์ทครั้งใหญ่
คุยไปคุยมาถูกชะตาชัดชัด เพลงร็อคถนัดเราโคตรโดนใจ
เลนินเลยชวน "ไปร่วมกับพี่ มาเถอะสตา' นี่จะรออะไร"
"โอ้ว่าคุณพี่ไม่ดีหรอกหนา เพราะศาสนาจักรรั้งเอาไว้
พี่ไปทำเพลงต่อเองดีกว่า อย่าชวนน้องหนาพี่คงเข้าใจ"
"ถ้ามันเป็นอย่างนั้นลาออกสิน้อง เห็นเล่นเป็นคล่องมามะไวไว"
ว่าแล้วก็สอนเรื่องคอมมิวนิสต์ เป็นวิธีคิดสตา' ไม่เข้าใจ
"เดี๋ยวอยู่ต่อไปเดี๋ยวน้องก็รู้ ร่วมวงพี่อยู่ดูก่อนได้ไหม?"
สตาลินเลยออกจาก รร. ออกไปอยู่ต่อวงดนตรีไกล

สตาลินเข้าร่วมวงบอลเชวิคเต็มตัว[แก้ไข]

๏ พ่อสตา' เลยได้เป็นพ่อเพลง ขับร้องบรรเลงอยู่ในเมืองใหญ่
โอ๊ยเขาว่าพ่อเพลงจอเจี๊ยะ อยู่ในรัสเสียเพราะเก่งกว่าใคร
สตา' ร่วมกับวงบอลเชวิค ทำเพลงรวมมิกซ์ทำรายได้
วงบอลเชวิคก็ตระลอนทัวร์ ไปหมดทั้งทั่วชนบทนาไร่

สตาลินวงบอลเชวิคดังมาก[แก้ไข]

๏ ที่ไปคอนเสิร์ตในไซบีเรีย เมืองหลวงแบนเสียว่าจัดไม่ได้
โอ้ร้องเพลงดีล่ะดีเหลือเกิน มีงานรับเชิญวงมาหลากไหล
ทั้งความนิยมมาจากแม่ยก รัฐบวมสะทกไปถึงข้างใน
กระแสวงดูม่าเลยตก คนยังดูปกบอกขายออกไม่
พอกระแสบอลเชวิคมาแรง จนเลยไปแซงวงหน้าใหม่ใหม่

วงดูม่าสั่งประหารวงบอลเชวิคทั้งหมด และสตาลินลี้ภัยไปยันละเมอ[แก้ไข]

๏ ดูม่าสั่งประหารบอลเชวิค ระดับรุ่นบิ๊กไม่ว่ารุ่นไหน
พอสั่งแบบนี้ก็วุ่นสิวะ สมาชิกกระจัดกระจาย
สตาลินยินเข้าเอ้าไม่รออยู่ จะรอให้กูโดนจับทำไม
เลยดั้นด้นจะไปในประเทศอื่น ทางไกลแสนหมื่นทำเพราะชีวิตฉิบหาย
กล่าวถึงหัวหน้าวงเลนิน เลยหนีไปฝิ่นแลนด์แสนไกล
"ส่วนน้องสตา' หนีไปที่ไหน?" "อ๋อล่ะจะไปยันละเมอไปง่าย"

สตาลินปลอมตัวเป็นคนตาบอดเร่ร่อนขอทาน[แก้ไข]

๏ ช่วงเวลาที่อยู่ยันละเมอ เป็นพ่อเพลงอยู่เด้อตอนลี้ภัย
สตา' เลยกลายเป็นพ่อเพลงเบอร์ลิน เหมือนนกผกบินก็คงเข้าใจ
สตา' ปลอมตัวเป็นคนตาบอด พอเอาตัวรอดปลอดภัยหน่อยได้
ทำมาหากินร้องเพลงขอทาน มีเงินซื้ออาหารพอประทังไส้
ล่ะเป็นวณิพกพเนจร ปักษิณเร่ร่อนหลงจากพงไพร
ล่ะเก็บเงินน้อยนิดซื้อขนมปัง พอเหลือเศษตังก็เก็บไว้ใช้

สตาลินเจอแอ๊ด คาราเมา และอะเด้า ซิสเลอร์[แก้ไข]

๏ มาวันหนึ่งแอ๊ด คาราเมา เลยมาเห็นเข้าสงสารจับใจ
ไปแต่งเพลงชื่อ "วณิพก" ขอทานยาจกเอ่อ...ผู้ยิ่งใหญ่
อัลบั้มขายดีเทน้ำเทท่า จะไปชวนมาร่วมวงด้วยไง
"โอ้หนอ วณิพกเบอร์ลินพารา น่าเวทนาเสียนี่กระไร"
ก็เลยร้องถามความสตาลิน "หนูทำมาหากินอาชีพอะไร?"
สตาลินเลยตอบออกไปดังว่า "สงสารน้องหนาไม่มีที่อาศัย"
"ว่างั้นพี่เชิญไปร่วมวงพี่ คาราเมาที่เมืองเทยดีไหม?"
แน่นอนว่าใช่ไม่ปฎิเสธ เลยบินสู่เขตประเทศเทยไกล
จึงพาไปเออ..เล่นคอนเสิร์ต กลางแสงสีเจิดจ้าครั้งใหญ่
เลยได้พบประสบเจอเพื่อนรัก ช่างสนิทนักรักมากสหาย
นิสัยใจคอรวมไปถึงความคิด ดูออกไม่ผิดคนนี่แหละที่ใช่
เพื่อนรักสตา' ชื่อว่าอะเด้า อันเออ...ตัวเขามาจากที่ใด
อะเด้ามีชื่อท้ายนามว่า "ซิสเลอร์" จึงเรียกนั่นเออ "ซิสเลอร์" เรื่อยไป
เกิดสงสัยอยู่ในสมองเรื่องของอะเด้า ว่าเรื่องราวของเขาเล่าน่ะมาจากไหน
จึงถามออกไปด้วยใจอยากรู้ ว่ามิตรรักอยู่แห่งหนที่ไหน
"เอออะเด้าเพื่อนรักเราจะถามนะเออ ถึงเรื่องของเธอนะเธอมาจากไหน"
"อ๋อ มาจากยันละเมอได้ทุนมาศึกษา เรียนตรีปริญญาที่เมืองเทยนี่ไง
แล้วเธอมาจากไหนไม่เห็นจะทราบ ไม่ได้จะทาบทามไม่ต้องอาย"
"ตัวเรามาจากจากรัสเสีย จอเจี๊ยะคือบ้านเกิด แต่ฉันต้องเตลิดมาจากโน่นให้"
สองคนสนิทสนมกลมเกลียวมานาน เลยมาสาบานที่ ณ ต้นไทร
"สัญญากันได้ไหมให้เธอ-ฉันนะ จากวันนี้จะมีเราและนาย"
"ทำไมไม่ได้ล่ะสตาลินเพื่อนรัก ฮู้บ่ข่อยฮักมักเจ้าเด้อหลาย"
ฮึ สรุปอะเด้ายันละเมอจริงเล่า สิจะมาเว้าลาวได๋จังได๋
กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่า หลังหลังเริ่มพาออกทะเลไป

สตาลินกลับบ้านเกิดและขึ้นสู่อำนาจ[แก้ไข]

๏ หลังจากจากบ้านเกิดเตลิดหลายปี ถึงเวลาเสียทีกลับแผ่นดินใหญ่
ทั้งเลนินสตาลิน ยินดีอยู่นาน จะได้กลับบ้านแช่มชื่นสมใจ
แฟนเพลงรวมตัวรับกลับประเทศ ที่หายปีเศษหลั่งไหลมามากมาย
ด้วยแฟนแฟนต้อนรับล้นหลามจนลามทั่วทุ่ง ขนาดแฟนเพลงกรุงยังมารับเร็วไว
ทำให้รัฐบวมสั่นคลอนตอนกลับมา รัฐบวมมีปัญหาจนต้องล้มละลาย
วงรัฐบวมที่ล้มลงนั่น เพราะว่าวงมันขายไม่ออกเลยอาย
ทำให้การบริหารประเทศเป็นของ เป็นของพวกผองบอลเชวิคกลับกลาย
หลังจากยึดอำนาจเด็ดขาดรัสเสีย ประชาชนเชียร์จนโค่นลงได้
เลนินได้เป็นเออ..ประธานาธิบดี สตาลินเรานี้เป็นเลขานุการไป
แต่สตา' ไม่อยากเป็นเพราะว่าเห็นตำแหน่งต่ำ สตาลินเลยจำเพราะไม่พอใจ
พี่แกเลยเปลี่ยนเป็นคณะกรรมกร เอ๊ะ ตำแหน่งตอนนั้นดีเปลี่ยนทำไม
ได้ทำงานมานานเป็นกรรมกร กาลจนถึงตอนเลนินเสด็จไป
ล่ะเลนินไปเฝ้าท่านยูริ เลนินพ้นมิไม่ความตาย
สตาลินได้เป็นประธานาธิบดี ต่อเลนินทันทีหลังสิ้นชีวีไป
เพราะคณะกรรมกรตอนดำรงตำแหน่ง จากพื้นที่หลายแห่งบอกว่าไว้ใจ
คนเห็นพ้องต้องกันนั้นว่าเขาน่ารัก คนเลยชอบนักอยากเป็นต่อให้
ด้วยนิสัยอารมณ์ดีมีเมตตา กรรมกรเห็นว่าต้องเป็นให้ได้
ซึ่งเลนินไม่ชอบนักชอบทักสตาลิน "ให้ตัดหนวดสิ้นนะสตาลินน้องชาย"
"ไม่เป็นไรหรอกพี่ตัวน้องนี้นั่นชอบ พี่ไม่จำเป็นปลอบน้องไม่ได้เสียใจ"
เพราะว่าหนวดน่ะเฟิ้มเกินหน้า เลนินนั่นหนาไม่ชอบให้ไว้
ถึงขนาดเลนินสิ้นลมลุกจากหลุมมาสั่ง จึงมาฝากฝังวงของตนเอาไว้
"แค่กแค่กโคกโคกโอ๊ยแคะแคะ โอ๊ยโอ๊ยแอะแอ๊ะเอื๊อก...บาย..อ๊ากอ๊าย!!.."
ถึงได้สั่งไว้แต่ไม่ทำเพราะกลัว น่ะไอ้ตัวสตาลินนั่นไง
คนหวาดกลัวกันทั่วหน้าเพราะมันนั่นโหด มันทำตัวโฉดไม่ว่าจะเป็นใคร
เออ...เมื่อกี้บอกว่าสตาลินน่ารัก เออ...มันชักชักชักไปกันใหญ่
ศัตรูคู่แค้นของพี่แกที่ว่าแน่ยังไม่จริง ต่างโดนไรเฟิลยิงทิ้งไปตั้งหลายราย
ทรตอสกี้ที่หนีไปมอนเตรเนโกร ไม่รู้แกโมโหมาจากที่ไหน
ยังจะส่งสายลับไปหาทรอตสกี้ จนต้องวายชีวีจนทรอตสกี้ต้องตาย
ถ้าไม่ฆ่าก็ต้องโดนเนรเทศ ต้องออกในเขตไซบีเรียไว้
สตาลินตั้งตัวได้เป็นเผด็จการ อยู่ในบ้านเมืองของตนผู้คนแตกตื่นกันกระจาย
ดูเพื่อนของเขาล่ะอะเด้า ยันละเมอบ้านเขาเป็นเผด็จการยิ่งใหญ่
ผลงานเผด็จการของสตาลิน นั่นมีหลายชิ้นคนอื่นนั่นกินขาดเขาไม่ได้
ดูอย่างตัวอย่างของของคอมมิวนิสต์ ยังคลั่งจนผิดจนซ้ายตกขอบไป
ใครคิดผิดจากตัวเขา ต้องจับเอามันไปฆ่าไวไว
ประกาศให้ห้ามเออ...ศาสนา ประกาศว่าไว้ในกฎหมาย
ทั้งที่ความจริงมันมาจากโรงเรียนเออ...ศาสนา ทำอย่างกับว่ามันไม่ได้มาจาก..ที่นั่นใช่ไหม
พร้อมเพียงกับเชือดนักบวชของบริสต์ ศาสนาซลาตันนิดก็ไม่ให้
แล้วเผาวัดเผาวาและโบสถ์หมดเล้า อีกทั้งสุเหร่าต้องล้างหมดทำลาย
ประชาชนทุกคนห้ามมีทรัพย์สิน แต่สตาลินกับพวกพรรคเสือกมีได้
ต้องเข้าร่วมคอมมูนแล้วก็ทำงาน และก็ห้ามต้านสตาลินไว้
ผู้คนต้องเทิดทูนตัวเขา ไม่ทำตามก็ต้องเอาไอ้นั่นมันไปไกลไกล
ประชาชนต้องฟังคำสั่ง รวมถึงหมดทั้งเคารพเทิดไท้
เขาได้อ่านประวัติจีนมา สตา' พบว่าต้องใช้นาใหญ่
นารวมนั่นใช้สมัยโจโฉ ราษฎร์ไม่อดโซแถมยังมีใช้
ประชาชนกินดีอยู่ดี ผู้คนนั่นมีความสุขสดใส
พี่แกอ่านเลยปิ๊งไอเดีย ยึดนาหมดเสียเป็นของรัฐไว้
แล้วให้ใช้นารวมกันทั้งประเทศ หมดทั่วทั้งเขตรัสเสียแดนใหญ่
แต่รัสเสียไม่ใช่จีนนะเฮ้ย ต่างกันอยู่เว้ยแล้วดีตรงไหน
แทนที่จะกินดีอยู่ดี ผู้คนต่างมีอดอยากทุกข์ใส่
และกีดกันให้ไอ้ "เกรียนกอรรี่" นามต่อท้ายมี "ซวยคอฟ" นั่นไง
อย่าให้มันเป็นเออ...วีรบุรุษ อย่าให้มาผุดแซงหน้าเราได้
เพราะนายพลซวยคอฟ มีชื่อเสียงที่ดี จะมาบังรัศมีของตัวเองเอาไว้
เลยใส่ร้ายป้ายสี ทำทุกวิถีหาทางทำลาย

ปฏิบัติการทางเห่อในสงครามฟุตบอลโลกครั้งที่ 2[แก้ไข]

๏ มาจะกล่าวบทไปถึงสงครามชิงถ้วย โซเวียตร่วมด้วยในสงครามครั้งใหม่
ภายในทีมฟุตบอลสัมพันธมิตร เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดจะทำการใหญ่
โดยทำสงครามกับพรรคนาฮี ที่พึ่งที่ตั้งมาไม่นานเท่าไร
มาตอนแรกบุกไปเชสโก...ว่าสโลวาเกีย ยกทัพไปบุกเสียจนย่อยยับอีกฝ่าย
อะเด้า ซิสเลอร์จับชาวยิวไปฆ่า หมดทั้งยูหลบหนาไม่ได้ไปที่ไหน
เออ..กล่าวถึงทัพนาฮีเร่งมาตีโป๊แลนด์ บอกไม่เอาดินแดนก็เอาไปได้
แล้วสตาลินเพื่อนรักของบักอะเด้า มันได้ยินเข้าก็อยากจะได้
"เฮ้ย อะเด้าเพื่อนทำแบบนี้ไม่ถูก เฮ้ยเรามาผูกมิตรดีกันไหม?"
"เออ..จะว่าไปว่ามันก็ดี งั้นเอาแบบนี้แบ่งดินแดนก็ได้"
ไอ้สองตัวมันยังดีอยู่หรอก คนโป๊แลนด์บอก "มึงทำได้ยังไง?"
เป็นเพื่อนรักแล้วหักเหลี่ยมโหด อะเด้าบอก "บุกโลดโซเวียตไม่เป็นไร"
นาฮียกพลมาประจัญ หวังจะมาประชันสตาลินกราดนั่นไป
"กูไม่ยอมมึงหรอกโธ่ไอ้อะเด้า หรือว่าจะเอากับกูสักสองทีไหม?"
แล้วในที่สุดอะเด้าก็ยอมปล่อยยุทธภูมิที่อยู่ "แหม! ดูนะดูเดี๋ยวจะชนะดูให้..."
ช่วงแรกฟุตบอลโซเวียตก็แพ้ แต่เกมก็แก้พลิกชนะแล้วได้
เพราะสตาลินมีขุนพลเก่งกาจ มีลูกน้องฉลาด "กิออดี้ จูคอฟ" ไว้
เป็นกุนซือชื่อดังตั้งแต่เนวา จนไกลเรื่อยมาตะวันออกไกล
รบอีกครั้งก็ชนะล่ะนาฮี ในสนามที่รถถังที่เคิร์กซ์มีชัย
หลังจากจบการรบนาฮีถอยร่น ถอยมาทางจนประชิดเมืองหลวงได้
แล้วสั่งรถถังประชิดเบอร์ลิน กำแพงทุกถิ่นต้องมลาย
สตาลินมองดูอะเด้าอยู่ในบังเกอร์ "เฮ้ย อะเด้าออกมาสู้ได้!!"
สตาลินบุกไปในเบอร์ลินธานี จะตีชิงบุรีให้มันล้มละลาย
อะเด้ายังอยู่ในบังเกอร์ สตาลินเผลอตกอยู่วงล้อมข้างใน
สตาลินร้องเป็นเพลงอีแซว ตั้งสติแล้วร้องเสียงดังออกไป
"โอ้! มาเถิดหนา....กระไรพี่มา(ซ้ำ) เร็วเร็วอย่าช้าไปนะพี่นาพี่ใหญ่
เอ่อ....เชิญตัวพี่มาสู้กันสักที(ซ้ำ) มาประลองซีจะเก่งสักแค่ไหน
ให้สมเกียรติล่ะของแผ่นดิน(ซ้ำ) แผ่นพื้นธรณิณเถิดอย่าอยู่ข้างใน
ภายภาคหน้าไม่มีสงคราม(ซ้ำ) จะปรากฏนามของเราให้ไว้
เอ่อ.....โอ้! มาเถิดหนา...กระไรพี่มา(ซ้ำ) เร็วอย่าช้าประชันไวไว....."
ว่าเอ่อ...อะเด้าเล่าไม่อยากมา ซิสเลอร์นั่นหนาก็อยู่ข้างใน
"โธ่ ทำไมไม่ออกมาสู้ หรือว่าพี่รู้ว่าแพ้แล้วไย
ถ้าหากไม่ออกมาเอ่อ...จะเผาเมือง เอ่อ..จะเผาเมือง จะบุกให้มันรู้เรื่องกันไป"
จนถึงวันที่สามสิบลิบหมดเมษา ซิสเลอร์ภรรยาก็ฆ่าตัวตาย
ทหารของเราเอาธงขึ้นไปชู ให้มันได้รู้ว่าใครเป็นใคร
"ลาแล้วซิสเลอร์ว่าเธอเพื่อน ความจำไม่ลืมเลือนแต่ฉันต้องหักหลังเธอไว้
เพราะว่าอยู่คนละฝั่งก็เลยต้องบุก ก็เลยต้องรุกนะคนละฝ่าย
คงไม่อยากเป็นแบบเบนิตุ๊ด ก็คงจะสุดความชั่วร้าย
ลาล่วงแล้วหน่อมิตรสตาลิน อะเด้าก็สิ้นไปแล้วข้างใน..."
จบตำนานเผด็จการซิสเลอร์ คงจะไม่เจออีกแล้วต่อไป
ชนยิวยิ่งดีกันทั่วหน้า ทั้งค่ายกันดาเคาความทุกข์หดหาย
อีกล้วนถ้วนหน้าเอาช์วิทซ์ จนมาประชิดบูเคินวัลท์ไซร้
กองทัพแดงปลดปล่อยประชาชี มวลเราสุขีสุขาใจ
ลืมอะไรไปหรือเปล่า ถ้าสตาลินเขาชนะเป็นยังไง
เลยเอาคอมมิวนิสต์ไปเผยแพร่ กระจายไปแก่ยูหลบหลาย
หลังจากเสร็จศึกบุกเบอร์ลิน แล้วก็ล้างมลทินปลดปล่อยความเป็นไท
จบรบแล้วทุนนิยม ก็ระดมตั้งองค์การนาโต้ให้
ส่วนพวกเราโซเวียตคอมมิวนิสต์ ก็สุมหัวคิดสนธิสัญญาวอร์ซอใส่
เราเขียนขึ้นมาเพื่อต้านทุนนิยม ล้างความโสมมอีกครั้งใหม่
คนยกย่องกองทัพแดง กันทุกระแหงแสนเกรียงไกร
จบเรื่องสงครามเอาไว้แค่นี้ เราต่อไปที่เรื่องต่อไป

วาระสุดท้ายของชีวิตสตาลิน[แก้ไข]

๏ ถึงตอนสุดท้ายของปลายชีวิต ทนสักอีกสักนิดนะท่านทั้งหลาย
ในปีหนึ่งเก้าเออ...ห้าสาม สตาลินพบความที่ต้องตาย
ไม่มีใครหรอกไม่หรอกพ้น ทุกทุกคนถึงมีอำนาจบาตรใหญ่
สตาลินตายขณะกำลังเถียง ฟัดกำลังเหวี่ยงกับครุซอฟนั่นไง
กำลังเถียงเรื่องเนรเทศชาวยิวไปไซบีเรีย เพื่อไปสอดรู้สอดเสียกับเผ่าเร่ร่อนไป
กะจะจับชนเผ่าเร่ร่อนมาทำแหนม ส่งคนไปสอดแนมไปดูข้างใน
เถียงไปไม่ช้าสมองในเลือดก็แตก เลือดเลยก็แหลกทำมันให้ตาย
เออ...สตาลินตายเป็นผีตายโหง ขนาดอยู่ในโลงยังเฮี้ยนฉิบหาย
ในงานศพของเขามีคนเหยียบกัน ที่รีบไปนั้นไม่รู้จะรีบไปไหน
มีคนเหยียบกันสักสามพันคน แหมไม่รู้ร้อนรนเลยเหยียบกันตาย
ถ้านอนอยู่บ้านจะตายไหมไอ้หอกหัก ทำไมไปรักคนชั่วช้าทำไม!
ซากผีตายโหงของสตาลิน ข้างศพเลนินรุ่นพี่ที่ใหญ่
ในกะต่าเออ...ครุซอฟได้แต่งตั้ง และก็ได้นั่งเป็นประธานาธิบ่เลวต่อไป
ครุซอฟนั่นไม่เหมือนสตาลิน ไม่ใช้กฎโหดหินเหมือนที่เขาใช้
ครุซอฟยกเลิกการกดขี่ประชาชน และคำสั่งพ้นไปถึงนโยบาย
เลิกเพลงชาติที่ยกหางไอ้สตาลิน ก็แก้ไขหมดสิ้นไม่ต้องพูดถึงก็ได้
อีกอย่างย้ายหลุมที่ข้างเลนิน ไว้วังเครมลินอยู่ในที่ใหม่
แล้วก็ย้ายไปในกำแพงวัง ลงอาคมของขลังรับรองของได้!
แถมสะกดวิญญาณไม่ผุดไม่เกิด ครุซอฟหน้าเชิด "หมดสิทธิ์มึงฟื้น ดีจัง ว้าย!!!"
ยังไม่พอยังขุดความชั่วของตัวของมัน ให้รู้ทั่วกันทั่วทั้งหมดให้ไว้
เพราะสิ่งที่มันทำมันช่างโหดเหี้ยม ไม่มีใครเท่าเทียมมันได้!
ครุซอฟเป็นที่รักมากกว่าสตา' ของประเทศชาติ หมดทั้งทวยราษฎร์แลคนทั่วไป
ในลัทธิเรดอเลิร์ท แต่เขาเชื่อว่า อีตาสตา' ไม่ได้ตายไปไหน
เขาน่ะตายเพราะยาพิษของเคน ถ้างั้นดูที่เห็นเอาเองเข้าใจ

บทส่งท้าย[แก้ไข]

๏ ขอจบอีแซวไว้แล้วแค่นี้ พบใหม่อีกทีโอกาสครั้งใหม่
เรื่องสตาลินช่างมีสีสัน พออ่านโคตรมันโคตรสะใจ
ตอนแรกก็มันก็ยังดี ๆ พอมันโตนี่ดูโคตรจังไร
ตอนเป็นหนุ่มดูก็หล่อเหลา ไม่จะเอาเผด็จการได้
พอเลนินชวนมาเข้าวง ชีวิตมุ่งตรงเรื่องดนตรีใหม่
สตาลินเป็นได้เป็นนักร้อง ชื่อเสียงดังก้องทั่วท้องนาไร่
เริ่มลี้ภัยไปยันละเมอ ได้เจอะได้เจอแอ๊ด คาราเมาจนได้
มาทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศเทย ก็เสือกได้เลยเจออะเด้านั่นไง
เลนินตายจนวายชีวา รู้สึกหมดค่าจนค่าหมดไร้
ขนาดสั่งเสียกันตั้งขนาดนั้น ดูสิตัวมันยังทำไม่ได้
ทำให้พรรคเสียเอกลักษณ์ โธ่ เอ่ย ไอ้บักสตา' บรรลัย!
เอาเรื่องนี้ชี้เป็นอุทาหรณ์ อย่าได้แบบตอนสตาลินชี้ไว้
โปรดอย่าเอาแบบไอ้สตา' เริ่มแรกดีมาแต่มาฉิบหาย
ตอนตายโหงยังไปไม่ดี สงสัยบัดสีงานศพมันใหญ่
เถึยงไปเถียงมาเถียงไม่ได้ดี เสือกตายคาที่ตอนเถียงได้ไง
จะแนะนำตัวคนผู้แต่ง บอกเลยตำแหน่งคนเขียนไม่ใหญ่
อันตัวเรามีชื่อว่า "นักวิชาเกรียน" ได้มั่นแต่งเพียรถึงตอนจบได้
เรานั่นแต่งเป็นเพลงอีแซว ก็แต่งไปแล้วยังไม่ได้ไว
สาเหตุที่แต่งอีแซวแบบนี้ เพราะว่ามันมีสาเหตุรู้ไหม?
เอ่อล่ะ....ตอนสตาลินอยู่กับแอ๊ด คาราเมา ตัวแอ๊ดนั่นเล่าเป็นคนสุพรรณประไร!
ก็เลยคิดว่าสตาลินเป็นนักร้อง น่าจะเหมาะทำนองอีแซวพอไหว
พอสามารถวาดออกมาเป็นพ่อเพลง จอเจี๊ยะกันเองออกมาจนได้
กลับมาที่ตัวผมดีกว่า อย่ามัวชักช้าแล้วรีบเล่าไป
ผมทำงานในไร้สาระฯ มาได้ 1 ปี มาอยู่ที่นี้ไม่นานเท่าไหร่
ได้แต่งโคลงไว้ในไร้ซอร์ซ แล้วได้แทรกสอดเรื่องการเมียไว้
ชื่อว่า "โคลงของปลาวิตร" แต่งได้แค่นิดก็พอแต่งได้
สำหรับผู้คนที่อยากดูผลงาน แล้วอยากดูการก็ดูง่าย ๆ
ก็กดเข้าไปในปรับปรุงล่าสุด ผลงานอาจผุดมาเองอยู่ไว้
กดไปดูหน้าที่มีส่วนร่วม ผมยังมีส่วนรวมตอนอยู่ข้างใน
สำหรับเพลงอีแซวแล้วนี้ ทำนองท่าทีอาจแค่พอใช้
พึ่งหัดแต่งยังวัยละอ่อน อาจผิดพลาดบางตอนขอยกโทษให้
เรื่องพลาดพลั้งมีมั้งธรรมดา คนเรานั่นหนามีอยู่ทั่วไป
ถ้าหากมีคำหยาบอ่านฟังไม่ราบหู ผมก็พร้อมชูนิ้วขออภัย
ถ้าไปแต่งขัดกับท่านโจรเซฟ...เออ..สตาลิน แค่งานหนึ่งชิ้นแซวแกคงไม่เป็นไร
แต่งไว้แค่นี้แค่พอเอาสนุก ก็คงพอมีมุกเอาไว้ขำได้
ขออภัยแค่นี้ที่มีความผิด อย่าโกรธเคืองนิดเออ..เราอารมณ์สดใส
สิบนิ้วประนมก้มกราบผู้ชม คงได้อารมณ์บ้างหน่อยแล้วได้
สองหัตถ์พนมสมกับที่ท่าน ได้อ่านฟังนานแล้วสมใจ
อีแซวผมจบลงเท่านี้ โอกาสหน้ามีจะเอามาใหม่
(ลูกคู่รับ:เอ่อ....เออ..เออ..เอามาใหม่ เอ่อ...เออ...แล้วมาใหม่)
ตัวผมร้องไปได้เรื่อย ๆ แต่ไม่เอื่อย ๆ ไม่เหมื่อยทนไหว
(ลูกคู่รับ:เอ่อ....เออ..เออ..เหมื่อยทนไหว เอ่อ...เออ...เหมื่อยทนไหว)
จบอีแซวไว้แล้วพอแค่นี้(ซ้ำ) ขอบคุณอีกทีแล้วลาไป
(ลูกคู่รับ:เอ่อ...เออ..แล้วลาไป เอ่อ...แล้วลาไป)
จบลำนำ:
โอ้ลาแล้วหนา..พ่อลาแม่ลา(ซ้ำ) ผมไปแล้วหนาผมจะไปเอ่อ...ผมจะไป
จบแค่นี้หนาผมลาแล้ว จบแล้วอีแซวแล้วเจอกันใหม่เอ่อ...เอย...
(ลูกคู่รับ เอ่อ...เออ...เออ..เจอกันใหม่เอย เออ...เออ..เอ่อ..นะกันใหม่ เอ่อ..เอย) ๚ะ๛
จบ

กวีศรีชาวไร้ แต่งเพลงอีแซวบทสุดท้ายเสร็จ ณ 13:42, 30 เมษายน 2562‎

หมายเหตุ:ตามปกติแล้วเพลงอีแซวจะมีลูกคู่รับตลอดทุกบาท เมื่อจบบาทนั้น เช่น จบบาทว่า "....แล้วลาไป" ลูกคู่จะรับว่า "(ลูกคู่รับ:เออ...เออ..เอ้ย..แล้วลาไป..เออ...เออ..เอ้ย..แล้วลาไป)" แต่เนื่องจากเพลงอีแซวสตาลินนี้เป็นการเล่นอีแซวเนื้อเรื่อง ที่มีลักษณะยาว จึงเป็นไปได้ยากที่ผู้แต่งจะใส่ลูกคู่รับทั้งหมด อีกทั้งเพลงอีแซวนี้ผู้แต่งด้นสดทั้งหมดเอง

ที่มาเพลงอีแซว[แก้ไข]

เพลงอีแซวเป็นเพลงพื้นบ้านของภาคกลาง และประจำจังหวัดสุปรรณบุรี แพร่ขยายไปในจังหวัดใกล้เคียง มีลักษณะเป็นเพลงปฏิพากย์(เพลงตอบโต้) มีความยาวนานกว่า 100 ปี เล่นในงานต่าง ๆ เนื้อร้องเกี่ยวกับการเกี้ยวพาราสีระหว่างชายหญิง โดยการแสดงนั้นประกอบด้วย พ่อเพลง(ผู้ร้องนำฝ่ายชาย) แม่เพลง(ผู้ร้องนำฝ่ายหญิง) คอต้น(ผู้ร้องเพลงโต้ตอบคนแรก) คอสอง,คอสาม( ผู้ร้องคนที่สองและ สาม ) และลูกคู่(จำนวนไม่จำกัด มีหน้าที่ร้องรับ ร้องซ้ำความ ร้องสอดแทรกขัดจังหวะ เพื่อความสนุกสนาน) การขับร้องเป็นกลอนหัวเดียว ลงท้ายด้วยสระเดียวตลอดทุกบาทตลอดบท เช่น ถ้าลงท้ายด้วยสระอา จะเรียกว่า "กลอนลา" ถ้าลงท้ายด้วยสระอี จะเรียกว่า "กลอนลี" สำหรับเพลงอีแซวใช้รูปแบบ "กลอนไล" ที่ลงท้ายสระไอตลอดทั้งหมด เช่นเดียวกับ "เพลงฉ่อย" เพียงแต่เพลงฉ่อยจะมีลักษณะการขับร้องที่เร็วและสนุกสนานมากกว่าเพลงฉ่อย[1][2]

อ้างอิง[แก้ไข]