ไร้ซอร์ซ:WinZip

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
UNSOURCE

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ซอร์ซ
แหล่งรวมเอกสารลวงของราชเกรียนที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 15:49 น. ตามเวลาท้องถิ่น

24 ตุลาคม 2551

WinZipเป็น โปรแกรมที่newzakung หรือ น้องนิวสมูกบาน ใช้ในการก่อการร้ายผ่านอินเตอร์เน็ต

ประวัติความเป็นมา[แก้ไข]

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงปลายของ ยุค 50

John Backus (ซึ่งเป็นผู้ที่ช่วยพัฒนาระบบภาษา FORTRAN* ให้กับ IBM)

  • Fortran programming language - เป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดของวงการคอมพิวเตอร์ ถูกพัฒนาขึ้นในยุคคริสต์ทศวรรษ 1950 นิยมนำไปใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์(จนถึงปัจจุบันนี้ ภาษาฟอร์แทรนก็ยังถูกใช้ในทางวิทยาศาสตร์อยู่)

หลังจากที่ John Backus ได้พัฒนาภาษา FORTRAN สำเร็จ เค้าก็รู้สึกว่าหมดเป้าหมายในชีวิตไป รู้สึกราวกับล่องลอยไร้จุดหมาย....

จน กระทั่งเขาได้เดินเข้าไปในถนนมืดๆแห่งหนึ่ง และได้ยินเสียงกีต้าร์ที่มีทำนองแปลกประหลาดยิ่ง เมื่อ John Backus หันไปหาต้นเสียง เขาก็ได้พบกับเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังดีดกีต้าร์อยู่ข้างถนนมืดๆ(ว่ากันว่าเด็ก คนนั้นคือโจ้ก SoCool!?)

พริบตานั้นมันสมองของเค้าก็ได้เตลิดเปิดเปิงไป....

2 ปีต่อมามีคนค้นพบศพของ John Backus ในห้องทำงานของเค้าเอง บนโต๊ะทำงานของเค้ามีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Prototype ของอุปกรณ์บางอย่างอยู่(ว่ากันว่าวัตถุทรง 4เหลี่ยมลูกบาศที่มีขนาดเล็กมาก) แต่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าตาที่แท้จริงๆของมันเพราะเจ้าหน้าที่คนแรกที่ไปพบมัน ได้แอบนำมันไปขายในตลาดมืด(ไม่กี่ปีต่อมาเจ้าหน้าที่นายนั้นได้หายสาบสูญไป)

ไปๆมาๆวัตถุชิ้นนั้นได้ตกไปอยู่ในมือของ Jack Kilby และ Robert Noyce (ผู้ที่สร้าง Integrated Circuit หรือ Chip เป็นครั้งแรก) ทั้งคู่ไม่ทราบแน่ชัดว่ามันคืออะไร แต่ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างดลใจให้เค้าดัดแปลงมัน

หลายปีต่อมามีผู้ค้นพบบันทึกลับของพวกเค้า และนี่คือบางส่วนของข้อความที่พวกเค้าได้จดบันทึกเอาไว้ "พวกเราล้วงแคะแกะเกามันไปตามความรู้สึก" "ราวกับว่ามีพระเจ้าหรือซาตานมาคอยนั่งสอนวิธีการต่อเติมมันให้สมบูรณ์" "เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่" "พวกเราได้ค้นพบในภายหลังว่า กระบวนการทำงานของพวกเราในตอนนั้นมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งกับควอนตัมฟิสิกส์"

และแล้วเรื่องราวของวัตถุลึกลับชิ้นนี้ก็หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์

จน กระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนมีคนทดลองแกะ code แผ่นเสียงยุค 80 ของ socool ด้วยโปรแกรม paint แล้วก็ได้พบเข้ากับหน้าประวัติศาสตร์ที่หาบสาบสูญไป!?

เวลาผ่านไป 10กว่าปี ผลงานลึุกลับของพวกเค้าก็เสร็จ

แต่ทั้ง Jack Kilby และ Robert Noyce ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกเค้าทุ่มเทชีวิตสร้างมันจนเสร็จคืออะไร.....

ขณะ ที่กำลังงุนงงกันอยู่นั้นเอง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาติดต่อขอแลกเปลี่ยนผลงานของพวกเค้ากับอัลบั้มใต้ ดินอัลบั้มแรกของชายหนุ่มคนนั้น.....

อัลบั้มแรกของ SoCool.....

ซึ่งถูกบันทึกเอาไว้ในแผ่นเสียง.....


(ว่ากันว่าแม้แต่ โจ้ก SoCool เองก็ยังไม่เข้าใจการทำงานของมัน)

จนกระทั่งอีกหลายปีต่อมา พี่โจ้กได้พบกับ bitchchecker แฮคเกอร์ในตำนาน

ทั้ง คู่คุยกันถูกคอมาก จนในที่สุดพี่โจ้กก็ตัดสินใจว่าน่าจะมอบเครื่องมือลึกลับชิ้นนั้นให้กับ bitchchecker ซึ่งน่าจะมีประโยชน์และเอาไปทำอะไรสนุกๆได้มากกว่าที่พี่โจ้กจะเก็บไว้เอง

bitchchecker ถึงกับตะลึงเมื่อได้ทดลองตรวจสอบมันเป็นครั้งแรก

และนี่คือเนื้อความในจดหมายที่ bitchchecker ส่งให้กับพี่โจ้กหลังจากที่เค้าได้ตรวจสอบมันเสร็จ (ส่งมาเป็น ฟลอปปี้ดิสก์)

" สวัสดีโจ้ก.....

กุได้ลองทดสอบเจ้าของที่ได้มาจากมรึงแล้ว แมร่งมันสุดยอดมาก!!!

มันเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะ"ใกล้เคียง"กับ Hardware มันคือตัวรันควอนตัมโปรแกรมที่ทำให้ผู้ใช้มัน สามารถมีอำนาจเทียบเท่ากับ Administrator ของทุกระบบที่ทำงานด้วยสัญญานไฟฟ้า

ด้วยเทคโนโลยีของเราตอนนี้ไม่เพียงพอที่ใช้งานมันได้อย่างเต็มที่(ความจริงคือตอนนี้กุใช้ความสามารถของมันได้ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ)

แต่จากการคาดเดาแล้ว อำนาจสูงสุดของมันต้องน่าแตกตื่นจนโลกตะบึงแร่ๆ เพราะอย่าลืมว่าสมองของคนเราก็ทำงานด้วยสัญญานไฟฟ้า

แต่ การจะใช้งานมันได้เต็ม 100% ก็จำเป็นจะต้องใช้ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ควบคู่กับนาโนเทคโนโลยี (ตอนนี้คงเป็นไปได้แค่ในนิยายวิทยาศาสตร์ว่ะ)

และเจ้าอุปกรณ์ชิ้น นี้ก็ยังถูกป้องกันการทำสำเนาและการลบล้าง เอาไว้ด้วยรหัสควอนตัมถึง 3ชั้น ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ใกล้เคียง 0 ที่จะทำการลอกเลียนแบบหรือทำลายควอนตั้มโปรแกรมตัวนี้ (ถ้าหากไม่ทำลายอุปกรณ์ตัวนี้ทิ้งทั้งชิ้น)

ซึ่งต่อให้ใช้นาโนเทค มันก็ยังถูกลงรหัสที่ไม่มีการแกะได้เอาไว้อีกชั้นนึง... มันถูกล็อคชั้นที่ 4เอาไว้ด้วยรหัส DNA ว่ะ.....

ตอนนี้สิ่งที่กุรู้ทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละ....


ป. ล. กุตัดสินใจจะตั้งชื่อเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ว่า WinZip ตามลักษณะของมัน ที่พลังอำนาจมหาศาลถูกบีบอัดเอาไว้จนเหลือผิวสัมผัสแค่นิดเดียว "

ประมาณ 20กว่าปีหลังจากนั้น พี่โจ้กก็ได้รับฟลอปปี้ดิสก์อีกแผ่นจาก bitchchecker

" สวัสดีโจ้ก ที่ต้องส่งจดหมายหามรึงในรูปแบบของฟลอปปี้ดิสก์ เพราะกุไม่อยากให้ความลับรั่วไหล เพราะนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ WinZip.....

หลังจากที่เทคโนโลยีในตอนนี้ทำให้กุสามารถศึกษา WinZip ได้ลึกลงไปกว่าเดิม จนตอนนี้กุสามารถผลิตโปรแกรม"ลูก" ของมันออกมาได้

กุเรียกโปรแกรมนี้ว่า WinZip mini

ความสามาถของมันมีประมาณ 5-7% ของตัวต้นฉบับ (เพราะมันเป็นแค่ software ธรรมดา)

แต่ด้วยความสามารถของมันถ้าสามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพล่ะก็ มันสามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้เลย.....

กุทำโปรแกรมนี้ออกมา 3ไฟล์ ซึ่งไม่สามารถ ลบและคัดลอกได้ (การย้ายไฟล์สามารถทำได้ด้วยการ cut และไม่จัดว่าเป็นการคัดลอกเพราะกุได้ใส่โค้ดบางอย่างเอาไว้)

ตัว นึงกุเก็บไว้ตรัสเอง อีกตัวนึงกุส่งให้เพื่อนที่กำลังพัฒนาโปรแกรมบีบอัดไฟล์ และอีกตัวกุซ่อนไว้ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อรอให้แฮคเกอร์หรือ โปรแกรมเมอร์ที่มีความสามารถมาค้นพบเข้าโดยบังเอิญและเอามันไปเล่น

นี่ถ้าคนที่เทพๆ มาพบเข้าล่ะก็... โลกตะบึงแน่นาย *-*

แต่ถ้าพวกเกรียนๆมาเจอเข้า อย่างมากที่สุดก็คงเอาไปยิงเครื่องคอมในแพนตาก้อนได้ล่ะว่ะ(ถ้ามันใช้ WinZip กุจับ IP แพนตาก้อนเป็นนะ)


แต่เมื่อ ค.ศ. 2005 Thailand ได้เกิด hacker ก้องโลก นาม Newzakung เขาสามารถแฮคเครื่องคนอื่นด้วยวินซิป ด้วยทฤษฏีร้านเน็ตร้านนึงจะมีเครื่องคอมพ์ 255 เครื่อง เค้าสามารถตรวจเชคจนทราบได้ว่าคุณปลอมตัวมาแม้ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนก็ตาม ยังไงก็ไม่มีใครเทียบเค้าได้ อีกทั้งเค้ายังมีสมูกที่สามารถดูดฝุ่นในแป้นคีย์บอร์ดออกมาได้หมดจด ส่วนพลังของรูสมูกเค้านั้นแรงเท่ากับเครื่องบินเจ็ท 100 ลำ นับได้ว่าเค้าเป้นแฮคเกอร์คนแรกในเมืองไทย ที่สามารถใช้ winzip แฮคเครื่องผู้อื่นได้ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มี Hacker หน้าไหนทำแบบเค้าได้เลย และในปัจจุบันมีข่าวลือว่า เค้าทำงานในองค์การ NASA เนื่องจากเค้าได้ใช้ winzip ไปแฮค pentagon โดย FBI 589.23467463413463414157644 นาย ได้ปิดล้อมบ้านของเขาแล้วนำเขาเข้ามาร่วมงานใน NASA โดยให้ติดต่อสื่อสาร UFO โดยโปรแกรม winzip ที่เค้าใช้ด้วยความเคยชิน


ป.ล. ได้ข่าวว่ากำลังจะย้ายไปอยู่เมืองไทยแล้ว ขอให้โชคดี แล้วก็ระวังคนที่ชื่อครูมวยเอาไว้ด้วยนะ "

อ้างอิง[แก้ไข]

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=C47206